หอกข้างแคร่

ข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564 เสนอข่าวที่ตื่นเต้นและเสียวสันหลังไม่น้อยไปกว่าการนั่งลุ้นคะแนนโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ว่าฝ่ายค้านจะสามารถโค่นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีลงจากเก้าอี้ได้หรือไม่ได้เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าก็คงจะเหมือนเดิมกับทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะสุดท้ายก็ยังคงไปได้ต่ออีกตามเคย

             แล้วก็เป็นจริงตามนั้นเสียด้วย

             แต่ที่ว่าข่าวตื่นเต้นและเสียวสันหลังมากกว่าก็คือข่าว ปลดรัฐมนตรีช่วยในพรรคพลังประชารัฐออกไปถึง 2 คน

             ตู่เชือดปลดฟ้าผ่า ธรรมนัส ถอนแค้นซักฟอก คู่หูนฤมลสังเวยไปด้วย เจ้าตัวแก้เกี้ยวไม่อยู่รับใช้

             ปลด .. ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจาก รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้น จาก รมช.แรงงาน

             คิวตัดสินใจของอดีตบิ๊กทหาร ที่อย่างไรก็ยังแตกต่างจากนักการเมือง เมื่ออีกฝั่งเปิดหน้าเล่นโต้ง เดินเกมเขย่าอำนาจ ขย่มบัลลังก์นายกฯบิ๊กตู่ไม่มีรั้งรอประนีประนอมเจรจาต่อรองลงดาบเชือดทันที

             เสือ 1 เด็ดขาด ฉับไว ในปฏิบัติการ 9 เดือน 9ปราบกบฏ

             กำจัดเสี้ยนหนามหอกข้างแคร่

             ตามข่าวรายงานว่า ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกมาแสดงหลักฐานใบลาออกต่อหน้าสื่อมวลชน แต่ในเว็บไซต์ราชกิจจานุ-เบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี กลับออกมาเร็วยิ่งกว่า

             แสดงว่าแผนกำจัดเสี้ยนหนามของคนที่เข้ามาแทรกแซงภายในพรรคพลังประชารัฐ ถือว่ามีบทบาทอย่างมาก แม้แต่หัวหน้าพรรคเองยังไม่รู้เรื่องราวนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ

             เสี้ยนหนามที่ว่านี้ คนสั่งปลดคงมองว่าเป็น หอกข้างแคร่ เลยรีบตัดไฟแต่ต้นลม

             สำนวน หอกข้างแคร่ หมายถึง ศัตรูที่อาจจะเป็นคนไว้ใจใกล้ชิด

             หอก เป็นอาวุธสำหรับแทง พุ่ง หรือ ซัด ใบหอกทำด้วยโลหะ มีด้ามยาว สามารถใช้ทำอันตรายศัตรูที่อยู่ไกลตัว

             ส่วน แคร่ หมายถึง ที่นั่งหรือนอนทำด้วยไม้ไผ่ซี่ ๆ สานขึ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดพอยกไปได้ มีทั้งมีขาและไม่มีขา ถ้าไม่มีขาก็ต้องวางบนคานแล้วใช้วิธีหามไป

             ข้างแคร่ หรือ แคร่คานหาม จะมีธรรมเนียมการตั้งหอกและอาวุธอื่น ๆ เช่น ดาบ โล่ เขน ไว้ใกล้ ๆ ตัวเช่น ข้างที่ประทับ พระราชอาสน์ แท่นบรรทมของพระมหากษัตริย์หรือขุนนางผู้ใหญ่ จะมีหอกวางไว้ใกล้ที่นั่ง ส่วนหนึ่งเป็นเครื่องประกอบเกียรติยศอย่างที่เห็นในขบวนแห่ และใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวหากมีคนคิดทำร้าย ดังนั้นจึงต้องวางไว้ใกล้ ๆ ตัว

             แต่อาวุธที่อยู่ใกล้ตัวนี้ก็จะเป็นการเปิดช่องให้คนใกล้ชิดที่จ้องคิดทรยศเอาอาวุธนั้นมาทำร้ายผู้ที่เป็นเจ้าของโดยที่ไม่ทันรู้ตัวได้ทุกเมื่อ

             สำนวน หอกข้างแคร่ เป็นสำนวนที่มีนัยที่จะสอนว่า อย่าได้ไว้ใจหรือประมาทคนใกล้ชิด เพราะคนใกล้ชิดอาจคิดทำร้ายเราได้ตลอดเวลา บางครั้งแม้ว่าไม่ได้ฆ่าเราให้ถึงตายแต่ก็จะคอยแสดงพฤติกรรมทิ่มตำ เหน็บแนม เสียดสีให้เจ็บปวดอยู่ทุกคราวไป

             คงเหมือนกับที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เริ่มรู้สึกระแคะระคายว่า ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ทำตัวเป็นหอกข้างแคร่ เริ่มตีตัวออกห่างที่อาจจะก่อให้เกิดรอยร้าวขึ้นในพรรค เลยใช้อำนาจแทรกแซงชิงปลดให้พ้นตำแหน่งไปเสียดื้อ ๆ จะได้ไม่มีเสี้ยนหนาม หรือเป็นหอกคอยทิมแทงอยู่ เพราะหากปล่อยไว้เสี้ยนหนามเหล่านี้อาจคิดใช้อาวุธที่อยู่ใกล้ตัวโค่นอำนาจตนเองลงได้

                นายกรัฐมนตรีอย่าง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะท่านคงคิดว่ารัฐมนตรีส่วนใหญ่ล้วนผ่านระบบอุปถัมภ์มาด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ชุบเลี้ยงมา แถมทำให้รอดจากข้อครหาต่าง ๆ จากสังคมอย่างมีเงื่อนงำ แล้วจู่จะสั่งปลดชนิดสายฟ้าแลบไม่รอให้เป็นหอกข้างแคร่ คงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้นำคนนี้ ที่ไม่ชอบเห็นใครดีเกินหน้าตัวเอง

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!