อรุณ ภิงคารวัฒน์ นักธุรกิจ-นักการเมือง-คหบดีผู้ใจบุญ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี-ประธานสภาจังหวัดเพชรบุรี

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณกว่า 70 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ “อรุณ ภิงคารวัฒน์” เป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าของธุรกิจ “ห้าง อ.สุขจิตต” เป็นนายห้างที่ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตเป็นกุศล ชอบช่วยเหลือสังคมและชุมชนตลอดเวลา เคยดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.)เมืองเพชรบุรี, นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี และประธานสภาจังหวัด (ส.จ.) เพชรบุรี

                “เส้นทางชีวิต” ฉบับนี้ขอร้อยเรียงเรื่องราวประวัติ นายอรุณ ภิงคารวัฒน์ จากหนังสืออนุสรณ์ “เพชรบุรี” ที่จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ นายอรุณ ภิงคารวัฒน์ ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2534

                นายอรุณ ภิงคารวัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2462 ที่ร้าน ล้วนภูษา ถ.พานิชเจริญ ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นบุตรคนโตจากจำนวนพี่น้อง 4 คน ของ นายล้วนนางอิ๊ด ภิงคารวัฒน์

                ในวัยเยาว์ นายอรุณเข้ารับการศึกษาชั้นต้นที่ โรงเรียนอรุณประดิษฐ อ.เมือง จ.เพชรบุรี และเข้าเรียนศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนประจำจังหวัดเพชรบุรี (วัดคงคาราม) จนจบชั้น ม.4 ขณะนั้นนายล้วนผู้เป็นบิดาถึงแก่กรรม นายอรุณจึงไม่ได้เรียนต่อ ต้องออกมาช่วยมารดาประกอบอาชีพค้าขายที่ร้าน “ล้วนภูษา”  ในตลาดเพชรบุรี และควบคุมดูแลโรงสี “ล้วนข้าวไทย” ที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี จนอายุครบ 20 ปี ก็ได้เข้ารับการอุปสมบทที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี โดยมี พระสุวรรณมุนี (หลวงพ่อชิต) เจ้าอาวาสฯ เป็นพระอุปัชฌาย์

                เมื่อลาสิกขาฯ นายอรุณได้ช่วยมารดาประกอบอาชีพค้าขายและควบคุมโรงสีอยู่เรื่อยมา จนกระทั่งได้พบรักกับ นางอนงค์ ซินวรรโณ (ภิงคารวัฒน์) และแต่งงานมีบุตร-ธิดาด้วยกัน 6 คน คือ นายณรงค์ชัย ภิงคารวัฒน์, พลตรี ชนะชัย ภิงคารวัฒน์ (เสธฯ เจี๊ยบ) อดีตฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา สำนักงานผู้บังคับบัญชากองทัพบกฯ อดีตสมาชิกและประธานสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี อดีตที่ปรึกษานายก อบจ.เพชรบุรี, นายธงชัย ภิงคารวัฒน์,พลตรี นิรุธ ภิงคารวัฒน์, นางอ้วยทิพย์ (ภิงคารวัฒน์) สถิรกุล และ นายนเรศร์ ภิงคารวัฒน์

                ภายหลังแต่งงานนายอรุณและภรรยาได้แยกครอบครัวไปเปิดกิจการร้าน .สุขจิตต ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกับร้านล้วนภูษา โดยนำเครื่องสำอาง-เสื้อผ้าจากห้างเซ็นทรัล และห้างอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ มาจำหน่ายให้แก่ชาวเมืองเพชรบุรี

                กระทั่งปี 2493 ก็ได้เกิดไฟไหม้ใหญ่ในตลาดเพชรบุรี เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้ร้าน “อ.สุขจิตต” ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด หลังเพลิงสงบจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว นายอรุณก็ได้ปลูกร้านชั่วคราวเป็นเพิงสังกะสี และเปลี่ยนมาค้าขายประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า, วิทยุ ฯลฯ อยู่นานหลายปี จนกระทั่งในปี 2503 นายอรุณจึงได้ปลูกสร้างตึก 5 ชั้น ใช้ชื่อว่า “ห้าง อ.สุขจิตต” ที่ ถ.พานิชเจริญ โดยผลิตรถไถนาเดินตามขึ้นเองและนำเครื่องยนต์หลายยี่ห้อเข้ามาจำหน่าย

                นายอรุณเป็นนักธุรกิจที่ขยันขันแข็งในการงาน มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนพูดคุยสนุกสนาน มีมนุษยสัมพันธ์ดี ไม่ถือตัว เป็นกันเองกับบุคคลทั่วไป จนมีลูกค้าทุกระดับชั้นรวมถึงหน่วยงานราชการเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้นายอรุณเป็นคหบดีที่มีฐานะมั่นคง และเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมาก คนหนึ่งของเมืองเพชรบุรี

                มีอยู่ครั้งหนึ่งนายอรุณและภรรยาได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรถไถนาเดินตาม และถวายเงินช่วยสภากาชาดไทยแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมายังพระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) และต่อมา
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2510 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโดยมีพระราชเสาวนีย์เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมฯ ให้เลขาธิการพระราชวังมาเชิญนายอรุณและภริยาไปร่วมพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ สวนอัมพร พระราชวังดุสิต กรุงเทพฯ

                ด้วยความที่นายอรุณมีความโอบอ้อมอารี ใจคอกว้างขวาง เป็นที่รักใคร่ของผู้ที่ได้รู้จักมักคุ้น รวมถึงมีจิตเป็นกุศลชอบช่วยเหลือสังคมและชุมชนอยู่ตลอดเวลา ในปี 2486 นายอรุณมีความสนใจอยากจะรับใช้ประชาชนในแผ่นดินถิ่นเกิด ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในสนาม เทศบาลเมืองเพชรบุรี และได้รับการเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี เป็นครั้งแรก ขณะมีอายุ25 ปี หลังจากนั้นก็ได้รับเลือกตั้งทุกครั้งที่ลงสมัครเป็นสมาชิกสภาเทศบาล

                ต่อมาในปี 2502 นายอรุณ ภิงคารวัฒน์ ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกในกลุ่มให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี สืบต่อจากนายผาด อังกินันทน์ ที่ผละจากสนามการเมืองท้องถิ่นไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี สังกัดพรรคสหภูมิ

                ตลอดระยะเวลาที่นายอรุณดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี ได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง มีจิตมุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์และนำความเป็นระเบียบมาสู่ท้องถิ่นได้แก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงานในเทศบาลฯ ให้มีความสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น รวมถึงเอาใจใส่ออกปฏิบัติงานด้านการพัฒนาและด้านสังคมสงเคราะห์อยู่เป็นประจำ ซึ่งนับได้ว่าในช่วงเวลานั้นปรากฏผลงานเป็นที่น่าพอใจ ได้รับการชมเชยจากชาวเขตเทศบาลฯ ด้วยดีเสมอมา

                ต่อมานายอรุณได้หันเหจากสนามเทศบาลเมืองเพชรบุรี ไปลงสมัครเป็น สมาชิกสภาจังหวัด (..) เพชรบุรี เมื่อปี 2518 และได้รับการเลือกตั้ง สมาชิกสภาจังหวัดฯ ขณะนั้นได้มีมติเลือกให้นายอรุณขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานสภาจังหวัดเพชรบุรี

                ขณะนั้นถนนภายใน โรงพยาบาลเพชรบุรี (ปัจจุบันคือ รพ.พระจอมเกล้าฯ) ยังเป็นดินลูกรังและเป็นหลุมเป็นบ่อ ช่วงฤดูฝนจะมีสภาพเฉอะแฉะสร้างความลำบากให้แก่คนไข้และญาติคนไข้ที่มาขอรับบริการจากโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก เมื่อนายอรุณได้รับทราบปัญหาจึงประสานของบประมาณจากสภาจังหวัดเพชรบุรีมาดำเนินการจัดสร้างถนนลาดยางภายในโรงพยาบาลฯ รวมทั้งยังได้สร้างถนนลาดยางจากหน้าโรงพยาบาลไปจนถึงสถานีรถไฟเพชรบุรี รวมระยะทาง 250 เมตร อีกด้วย

                นอกจากจะดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกและประธานสภาจังหวัดเพชรบุรี แล้ว นายอรุณยังได้ร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้ง สโมสรไลออนส์เพชรบุรี สังกัดไลออนส์สากลภาค 310 ดี เมื่อปี 2519 ซึ่งภายหลังจากที่ นายประชุม บุญประคอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะนายกฯ ก่อตั้ง ครบวาระ นายอรุณจึงได้รับการแต่งตั้งจากมวลสมาชิกให้เป็น นายกสโมสรไลออนส์เพชรบุรี สืบต่อรวม 2 สมัย

                เมื่อนายอรุณรู้สึกอิ่มตัวกับการเมืองท้องถิ่น จึงยุติงานด้านการเมือง ออกมาบริหารงานที่ห้าง “อ.สุขจิตต” อย่างเต็มตัวแต่ก็ยังอุทิศตนเพื่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม โดยเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าคงคาราม, นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี, กรรมการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคกลาง, กรรมการอุปถัมภ์ร่วมจัดหาอุปกรณ์การก่อสร้างพระอุโบสถวัดคงคาราม และ ผู้จัดการมูลนิธิ “สุวรรณคงคานิธิ”

                นอกจากนี้นายอรุณยังได้เสียสละกำลังกาย กำลังความคิดและกำลังทรัพย์ โดยบริจาคเงินจัดซื้อที่ดินจำนวน 3 ไร่ เพื่อขยายบริเวณโรงเรียนพรหมานุสรณ์ฯ ให้สอดรับกับโครงการพัฒนาโรงเรียนมัธยมศึกษา จนทำให้กรมสามัญศึกษาอนุมัติงบประมาณกว่า 12 ล้านบาท ให้สร้างอาคารเรียน รวมทั้งยังเสนอแนะและให้ความร่วมมือจัดตั้งวงโยธวาทิตแก่โรงเรียนพรหมานุสรณ์ฯ จนสามารถส่งเข้าแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศและได้รางวัลชนะเลิศเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2524

                อีกทั้งนายอรุณยังจัดหาทุนการศึกษา ทุนอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลน และจัดทำถนนลาดยางในบริเวณโรงเรียนพรหมานุสรณ์ฯ ตลอดจนบริจาคเงินจัดสร้างตึกผู้ป่วย “อี๊ด ภิงคารวัฒน์”, จัดสร้างตึกคนไข้พิเศษ 2 ชั้น 14 ห้อง ให้แก่โรงพยาบาลเพชรบุรี (โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ), ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนสร้างตึกสลากกินแบ่ง 4 ชั้นให้แก่โรงพยาบาลเพชรบุรี (โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ) และบริจาคให้แก่สาธารณกุศลอีกมากมาย

                นายอรุณ ภิงคารวัฒน์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2532 สิริอายุ 70 ปี นับได้ว่าท่านเป็นนักธุรกิจนักการเมืองคหบดีผู้ใจบุญ ที่มีเกียรติประวัติดีงามน่ายกย่องและเป็นตัวอย่างแก่คนรุ่นหลังสืบไป.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!