“อัศจรรย์” และ “พันลึก”

ขอเขียนเรื่องอัศจรรย์ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วอีกสักครั้ง คราวนี้จะเขียนอธิบายถึงคำว่า อัศจรรย์พันลึก ซึ่งเป็นคำซ้อนชนิดซ้อนเพื่อความหมาย

        คำว่า อัศจรรย์ และ พันลึก มีความหมายไปในทางเดียวกัน ดังนี้

        อัศจรรย์ มีความหมายว่า แปลก, แปลกประหลาด ส่วน พันลึก  ก็มีความหมายว่า พิลึก, แปลก อาจใช้คู่กับ พันลึกพันลือ (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554)

        ดังนั้นเมื่อเอามาซ้อนกัน อัศจรรย์พันลึก ก็น่าจะหมายถึง แปลกเสียยิ่งกว่าแปลก คือ แปลกสุด ๆ ทำนองนั้น

        ความอัศจรรย์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากภาวะที่คน ๆ นั้นได้สัมผัสกับปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่เกิดจากการรับรู้ภาวะน่าพิศวง ตามตำรานาฏศาสตร์ที่พัฒนามาสู่รสของวรรณคดีสันสกฤต เรียกว่า อัทภุตรส เช่น ความอัศจรรย์ของเหตุการณ์หนึ่ง ๆ ที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส ส่วนใหญ่ความอัศจรรย์จะเกิดขึ้นในใจอันเป็นความรู้สึกของคน ๆ นั้น

        หนังสือพจนานุกรม สัพะ พะจะนะ พาสา ไท เป็นพจนานุกรมรุ่นแรก ๆ มี 4 ภาษา คือ เก็บรวบรวมคำศัพท์ที่เป็นภาษาไทย และให้คำจำกัดความเป็นภาษาละติน ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอังกฤษ เรียบเรียงขึ้นโดย พระสังฆราชชองบาตีสต์ ปาเลอกัว มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส คณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส ที่เข้ามาพำนักในประเทศไทยราวปี พ.ศ. 2373 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้เลื่อนตำแหน่งสูงสุดเป็นถึงประมุขปกครองมิสซังสยาม ปาเลอกัว ได้เก็บคำว่า อัศจรรย์ และนิยามความหมายของคำนี้ที่แสดงถึงภาวะที่เกิดขึ้นทางใจ ความว่า

        อัศจรรย์ Admirable, wonderful; miracle. That is wonderful. และยังเก็บตัวอย่างประโยคและลูกคำอื่น ๆ ไว้ด้วย เช่น เป็นที่อัศจรรย์, อัศจรรย์ใจ

        ขอตัวอย่างประกอบภาวะของความอัศจรรย์จากหนังสือ มหากาพย์พุทธจริต ของ มหากวี อัศวโฆษ ขณะที่พระพุทธเจ้าประสูติ ความว่า

              “กษณะนั้น อัศจรรย์การณ์ก็บังเกิดมี กล่าวคือ ธารวารีสองสายทั้งเย็นและร้อน มีพรรณพะยับอ่อน ดุจแสงนิสากรอันนวลสกาว ก็บันดาลปวัตตนาการลงจากเวหาหาวตกต้องพระนลาตอันงามผุดผ่องแห่งพระกุมารพระองค์นั้น ยังความสุขหฤหรรษ์ให้บังเกิดแก่พระสรีระของเธอเป็นที่ยิ่ง

              ในการประสูติอันเพริศแพร้วของพระกุมารผู้ทรงฤทธานุภาพ ครั้งนี้ ภาคพื้นปฐพีอันสถิตมั่นคงอยู่ด้วยหิมาลัยบรรพตคิรีราช ก็ถึงซึ่งอาการกัมปนาทไหวสะท้านหากจะเปรียบก็ปูนปานนาวาเมื่อต้องภัยจากมหาวายุฉะนั้น ท่อธาราห่าฝนสวรรค์อันมีกลิ่นจันทน์หอมเย็นระรื่น ก็ปวัตตนาการชะชวยชื่นลงจากนภาดล พร้อมด้วยดอกนิลุบลและปัทมาบุปผาชาติอันมีสีแดงสะอาดบริสุทธิ์ โดยแม้ว่าคัดนางค์ก็วิมุตต์แล้วจากเมฆหมอกมลทินโทษทั้งหลาย…”

        อัศจรรย์ และ พันลึก ใช้แยกกันได้ เช่น ร่ายประณามพจน์ในหนังสือเรียน จินดามณี แบบเรียนภาษาไทยเล่มแรกสมัยกรุงศรีอยุธยา ของ พระโหราธิบดี ความว่า

        ศรีสิทธิวิวิธบวร กรประนต ทศนัขประนม บรมไตรโลกยโมลี ศรีบรมไตรรัตน ชคัตโลกาจารย นบนมัสการ พระสุรัศวดี คำภีรญาณพันลึก ร่ายประณามพจน์ บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1 ความว่า

        สมเด็จบรมธรรมฤกราช พระบาทธดำรง ทรงพิภพลุ่มล่าง พ่างพระนารายณ์ ผายแผ่นพื้นสิมาออกกว้าง สร้างสรรค์สิ่งมิ่งเมือง เรืองรัตนรจิตร มีพระกมลอิษฎารมณ์ อุดมด้วยพระญาณพันลึก ศรัทธาธึกบำเพ็ญและอีกหลายตอนในเรื่องรามเกียรติ์ ฉบับเดียวกัน เช่น

              ครุฑเอยครุฑทรง     

หาญณรงค์หักราญชาญสม

เผ่นทะยานผ่านยอดคีรินทร  

ถาบร่าถาร่อนบิน

ปีกสองปานเสียงสำเนียงฟ้า

ลั่นก้องโลกากุลาหล

         กระพือลมพันลึกอึงอล    

เมฆกล่นหมอกเกลื่อนโพยมพราย      

              รถเอยราชรถศึก      

สองรถพันลึกอลงกต

        แอกงอนอ่อนสลวยชวยชด   

ชั้นลดล้วนแล้วบัลลังก์ลาย…

              รถเอยรถศึก             

พันลึกด้วยแก้วมุกดาหาร

        งอนระหงกงก้องจักรวาล

สูงตระหง่านเงื้อมงํ้าอัมพร

        ปัจจุบันนี้การใช้คำเก่า ๆ อย่างคำว่า พันลึก พันลึกพันลือ พบได้น้อยลง แต่อาจใช้คำว่า พิลึก แทน ซึ่งคำนี้ก็มีลูกคำอีกหลายคำ อาทิ แปลกพิลึก พิลึกกึกกือ พิลึกพิลั่น ถ้าจะให้พูดเรื่องนี้ต่อคิดว่าคงเขียนให้ได้อ่านอีกหลายตอน เอาไว้จะลองเขียนเป็นซีรีส์ (เรื่องชุด) ตามวาระอันสมควรก็แล้วกันครับ

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!