อาจารย์ บุญมี พิบูลย์สมบัติ ครู-นักเขียน-นักประวัติศาสตร์-ปราชญ์ ของแผ่นดินเมืองเพชร

           อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ ชื่อนี้เป็นที่รู้จักในฐานะที่เคยเป็นครูหลายโรงเรียนใน จ.เพชรบุรี และเป็นปราชญ์ผู้ทรงภูมิรู้ของเมืองเพชร ได้รับการยอมรับและยกย่องว่าเป็นผู้มีความรู้รอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ศิลปวัฒนธรรม อาหาร ฯลฯ รวมทั้งยังเป็น “นักเขียน” ที่มีผลงานร้อยเรียงในหนังสือพิมพ์ “เพชรภูมิ” คอลัมน์ “บอกเล่าเก้าสิบ” มาอย่างยาวนานหลายสิบปี

อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ

            “เส้นทางชีวิต” ฉบับนี้ขอร้อยเรียงเรื่องราวประวัติ อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ จากหนังสือ “อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ เมธีแห่งพริบพรีนคร” ที่ อาจารย์แสวง เอี่ยมองค์ และคณะกรรมการจัดทำหนังสือขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ ณ วัดข่อย ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

           อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๑ ที่บ้านน้ำหัก (ข้างวัดขุนตรา) หมู่ ๓ ต.บ้านกุ่ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นบุตรคนโตของ นายเสมอ–อ.บุญมี งเมืองเพชรบุรี”อาราม บุคคลสำคัญ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องอาหารการกิน จนได้รับการยกย่องนางผิน พิบูลย์สมบัติ มีน้องสาวร่วมบิดา-มารดาเดียวกัน ๑ คน คือ น.ส.สุธีรัตน์ พิบูลย์สมบัติ

           ในวัยเยาว์ อาจารย์บุญมีเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาที่ โรงเรียนวัดพระทรง (โรงเรียนเทศบาล ๒ วัดพระทรง (สุทธิวิเทศอุปถัมภ์) จนจบชั้น ป.๔ และเข้าศึกษาต่อในระดับชันมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนประจำจังหวัดเพชรบุรี (คงคาราม) ขณะเรียนหนังสืออาจารย์บุญมีมักจะได้รับความชื่นชมจากคุณครูสอนภาษาไทยในเรื่องการเขียนเรียงความเป็นอย่างมาก ถึงกับคุณครูนำไปเป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนนักเรียนในห้องเรียนอีกด้วย

           หลังจากเรียนจบชั้น ม.๖ ที่โรงเรียนประจำจังหวัดเพชรบุรี(คงคาราม) อาจารย์บุญมีก็เข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดใหญ่สุวรรณาราม อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อลาสิกขาแล้ว ในปี ๒๔๗๔ อาจารย์บุญมีก็ได้ทำงานเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนปริยัติรังสรรค์ (วัดกุฎีดาว) อ.เมือง จ.เพชรบุรี อยู่นานถึง ๗ ปี ระหว่างนั้นกระทรวงศึกษาธิการได้เปิดสอบหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษมัธยม(พ.ม.) เพื่อสอนระดับมัธยมศึกษา ซึ่งบนเส้นทางของการเป็นครูสมัยนั้น ใครที่ผ่าน พ.ม.ได้ถือว่าเป็น “เกจิอาจารย์” อาจารย์บุญมีก็ใช้ความรู้ความสามารถจนสอบผ่านได้ในปี ๒๕๐๑

           ต่อมาในปี ๒๕๐๓ อาจารย์บุญมีสอบบรรจุเข้ารับราชการครูได้ลำดับที่ ๑ จากจำนวนผู้สมัครสอบ ๑๘ คน และสมัครใจไปสอนที่ โรงเรียนบ้านลาดวิทยา อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอบ้านลาดที่เปิดขึ้นใหม่ ช่วงแรกต้องอาศัยศาลาการเปรียญวัดใหม่ประเสริฐเป็นสถานที่เรียน ก่อนโรงเรียนจะย้ายมาตั้งอยู่ในที่ปัจจุบัน

           สมัยนั้นอำเภอบ้านลาดเป็นอำเภอเล็ก ๆ มีถนนหลักเข้าอำเภอเพียงสายเดียว และทั้งอำเภอมีรถยนต์ไม่ถึง ๑๐ คัน อาจารย์บุญมีเป็นครูหนุ่มคนแรกที่ขับรถแลนด์โรเวอร์ไปสอนที่โรงเรียน ขณะที่ครูส่วนใหญ่ขี่จักรยาน จึงสร้างความตื่นตาให้แก่นักเรียนและชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างมาก  

           อาจารย์บุญมีเป็นครูอารมณ์ดี สอนสนุก เอาใจใส่ และกวดขันให้นักเรียนตั้งใจเรียน ตรวจการบ้านของทุกคนในวิชาที่สอน รวมถึงมีความเมตตา ดูแลช่วยเหลือศิษย์ผู้ขัดสนด้วยความเต็มใจ จนเป็นที่รักและเคารพของลูกศิษย์เสมอมา ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงเรียนบ้านลาดเป็นเวลา ๑๒ ปี

           ต่อมาในปี ๒๕๑๔ อาจารย์บุญมีย้ายมาสอนที่ โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างนั้นได้พบรักกับ นางมาลี แสงอัมพร ครูโรงเรียนพรหมานุสรณ์ฯ แต่งงานมีบุตร-ธิดาด้วยกัน ๒ คน คือ น.ส.พิมลมาศ พิบูลย์สมบัติ อาจารย์พิเศษ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ภรรยา นายอุดมเดช เกตุแก้ว ผู้สื่อข่าว/คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ และ นายรพิพล พิบูลย์สมบัติ วิศวกรหัวหน้าแผนกควบคุมแผนงาน ฝ่ายแผนงานและโครงการระบบส่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(บางกรวย) กรุงเทพฯ

           ตลอดระยะเวลาที่เป็นครู นอกจากจะสอนในหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ที่รับผิดชอบแล้ว อาจารย์บุญมีก็ยังสอนได้ทุกวิชา ทั้งวิชาดนตรี ศิลปะ เรขาคณิต วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ พละ รวมทั้งยังช่วยเหลืองานและกิจกรรมต่าง ๆ ของทางโรงเรียนมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังเป็นผู้ใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้า หากต้องการทราบเรื่องราวใด ๆ ก็จะออกไปหาข้อมูลยังสถานที่จริง สอบถาม ซักถาม จับเข่าคุย โดยเฉพาะวัดวาอารามต่าง ๆ หรือสถานที่สำคัญ จนเกิดความชำนาญเรื่องวัด รู้ประวัติเรื่องวัง โด่งดังทางขนบประเพณี รู้ดีเรื่องท้องถิ่น เชี่ยวชาญเชิงประวัติศาสตร์ สามารถอธิบายเรื่องราวได้อย่างเป็นลำดับ ขั้นตอน จนได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นปราชญ์ผู้ทรงภูมิรู้คนหนึ่งของเมืองเพชรนับแต่นั้นมา

            เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๑๕ เมื่อครั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (พระยศขณะนั้น) เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรวัดเขาบันไดอิฐ และถ้ำเขาหลวง อ.เมือง จ.เพชรบุรี อาจารย์บุญมีได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯและทำหน้าที่เป็นผู้นำเสด็จฯเยี่ยมชมอีกด้วย

           อาจารย์บุญมีบ่มเพาะสอนศิษย์อยู่ที่โรงเรียนพรหมานุสรณ์ฯยาวนานถึง ๑๘ ปี หลังเกษียณอายุราชการในปี ๒๕๓๑ ได้บำเพ็ญตนโดยการเป็นวิทยากรอบรมนักเรียน นักศึกษา และชุมชนเพื่อป็นมัคคุเทศก์น้อยประจำวัดต่าง ๆ รวมทั้งจัดทำโครงการตามรอยสุนทรภู่ในนิราศเมืองเพชร จัดทำหนังสือแจกนักเรียน นักศึกษา และครูอาจารย์เป็นประจำทุกปี ตลอดจนรับเป็นคณะจัดทำ ที่ปรึกษา เป็นบรรณาธิการจัดทำเอกสาร หนังสือเฉพาะกิจ เนื่องในการจัดงานที่ระลึก งานสมโภชหรืออื่น ๆ ของทางราชการ องค์กร โรงเรียน วัด หรือหน่วยงานเอกชน เพื่อเป็นวิทยาทานมาโดยตลอด

           อาจารย์บุญมีเป็นนักเขียนที่ไม่เลือกกระดาษ กระดาษอะไรก็ได้แม้กระทั่งซองบุรี หรือซองจดหมายก็ยังคลี่ออกมาจดบันทึกได้อย่างน่าเลื่อมใส ซึ่งงานเขียนก็ใช้ถ้อยคำง่าย ๆ เน้นความถูกต้องในหลักภาษาไทย แม่นยำในเรื่องข้อมูล แทรกแนวคิดแนวสรุป ให้สาระตรงกับประเด็นที่เล่าและมีลีลาจูงใจให้อ่าน ไม่ใคร่ทิ้งถ้อยคำ สำนวนหรือรูปแบบเฉพาะให้จับได้ คือถ้าไม่บอกว่าใครเป็นคนเขียนก็ยากที่จะทายได้

           อาจารย์บุญมีเป็นนักเขียนที่ไม่เลือกกระดาษ กระดาษอะไรก็ได้แม้กระทั่งซองบุรี หรือซองจดหมายก็ยังคลี่ออกมาจดบันทึกได้อย่างน่าเลื่อมใส ซึ่งงานเขียนก็ใช้ถ้อยคำง่าย ๆ เน้นความถูกต้องในหลักภาษาไทย แม่นยำในเรื่องข้อมูล แทรกแนวคิดแนวสรุป ให้สาระตรงกับประเด็นที่เล่าและมีลีลาจูงใจให้อ่าน ไม่ใคร่ทิ้งถ้อยคำ สำนวนหรือรูปแบบเฉพาะให้จับได้ คือถ้าไม่บอกว่าใครเป็นคนเขียนก็ยากที่จะทายได้

           นอกจากนี้อาจารย์บุญมีผลงานเขียนโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ด้านศิลปวัฒนธรรม ขนมธรรมเนียมประเพณี บุคคลในตำนาน และเรื่องราวเก่า ๆ ของจังหวัดเพชรบุรี แทบทุกเรื่องราวได้ถูกร้อยเรียงในหนังสือพิมพ์ “เพชรภูมิ” คอลัมน์ “บอกเล่าเก้าสิบ” และใน นิตยสารเพชรนิวส์แมกกาซีน คอลัมน์ “รอบบ้านผ่านเมือง” นานหลายสิบปี และนอกเหนือจากที่ปรากฏในหนังสือต่าง ๆ แล้ว อาจารย์บุญมีก็ยังมีส่วนร่วมจัดทำหนังสือมากมาย อาทิ วารสารเพชรบุรี หนังสือที่ระลึกในงานต่าง ๆ ทั้งในเชิงสารคดีและประวัติศาสตร์

           ข้อเขียนทุกเรื่องราวของอาจารย์บุญมีมีความถูกต้องชัดเจน ไม่ใช้วิธีคาดเดาหรือนั่งเทียนเขียน จึงไม่แปลกที่ข้อเขียนทุกเรื่องของอาจารย์จะมีผู้นำไปใช้อ้างอิงในงานวิทยานิพนธ์หรืองานเขียนต่าง ๆ อยู่เสมอ รวมถึง นายประกิต หลิมสกุล นักเขียนนามอุโฆษ เจ้าของนามปากกา “กิเลน ประลองเชิง” คอลัมน์ “ชักธงรบ” ในหน้า ๓ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ก็เคยนำข้อเขียนของอาจารย์บุญมีไปเอ่ยถึงในคอลัมน์มาแล้วหลายครั้ง

           ด้วยความรู้ ความสามารถ และการบำเพ็ญประโยชน์ตนต่อแผ่นดิน ทำให้อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตริตาภรณ์ช้างเผือก, เหรียญกาชาดสรรเสริญของสภากาชาดไทยเมื่อปี ๒๕๓๘, เสาเสมาธรรมจักรทองคำ ของกรมการศาสนา จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นต่อพระพุทธศาสนา สาขาสื่อสารมวลชน เมื่อปี ๒๕๔๑, โล่และเกียรติบัตรจากสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่น ด้านสื่อสารมวลชน เมื่อปี ๒๕๔๑, ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สถาบันราชภัฏเพชรบุรี ประจำปี ๒๕๔๕ และได้รับปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ประจำปี ๒๕๕๗

           อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๑ สิริอายุได้ ๘๙ ปี ๖ เดือน ทิ้งผลงานอันทรงคุณค่าและเกียรติประวัติคุณงามความดีฝากไว้แก่แผ่นดินเมืองเพชรให้จดจำรำลึกถึงไปอีกตราบเท่านาน

เส้นทางชีวิต

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!