เขื่อนแก่งกระจานปริมาณน้ำสูงอีกครั้ง กรมชลประทานเร่งขุดถนนฝังท่อกาลักน้ำไหลผ่านใต้ดินป้องกันถนนพัง

เขื่อนแก่งกระจานปริมาณน้ำสูงอีกครั้ง

กรมชลประทานเร่งขุดถนนฝังท่อกาลักน้ำไหลผ่านใต้ดินป้องกันถนนพัง

          จากสถานการณ์น้ำเพชรบุรีที่เริ่มลดระดับลงตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ลดระดับลงเหลือประมาณ 102.30 เปอร์เซ็นต์ ต่อมาเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 15 สิงหาคม ปรากฏว่ามีฝนตกหนักในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี ส่งผลให้มีน้ำไหลลงสู่เขื่อนแก่งกระจาน20.7696 ล้านลูกบาศก์เมตร เปิดระบายน้ำ 185.37 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 16.0159 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เมื่อเวลา 6.00 น.วันที่ 16 สิงหาคมโครงการชลประทานได้รายงานสถานการณ์น้ำ ในเขื่อนแก่งกระจานพบว่า มีปริมาณสูงขึ้นเป็น 732.162 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 103.12 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เขื่อนแก่งกระจานต้องเร่งระบายน้ำเพิ่มมากขึ้นเขื่อนเพชร เปิดระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี 89.94 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 7.7708 ล้านลูกบาศก์เมตร เปิดน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ 4 สาย รวม 63.06 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมทั้งสิ้น 153.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที


          ทั้งนี้เขื่อนเพชรจะปรับแผนบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนเพชร โดยจะตัดปริมาณน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ทั้ง 4 สาย รวมเป็นประมาณ 70 – 80 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที และเพิ่มการระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีเป็นประมาณ 100-110 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ซึ่งอาจทำให้น้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ต่ำ


          ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม เจ้าหน้าที่กรมชลประทานนำรถเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ยกสะพานแบริ่ง ที่บริเวณถนนด้านล่างสันเขื่อน 2 เขื่อนแก่งกระจานออกจากเส้นทาง ก่อนนำรถแบคโคร ขุดพื้นถนนกว้างประมาณ 5 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร เพื่อนำท่อกาลักน้ำ ขนาด 40 cm จำนวน 10 ท่อซึ่งกรมชลประทานนำมาติดตั้งเสริมจากชุดแรก วางพาดผ่านก่อนกลบด้วยดินเพื่อปล่อยน้ำจากท่อกาลักน้ำดังกล่าวไหลผ่านไปยังถนนฝั่งตรงข้ามและเข้าสู่ช่องทางระบายน้ำธรรมชาติ
ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว เป็นการป้องกันปัญหาแรงดันน้ำที่ไหลผ่านท่อกาลักน้ำกัดเซาะพื้นผิวถนน ซึ่งหากปล่อยไว้นานพื้นผิวถนนอาจจะเกิดการทรุดตัวและเป็นอันตรายต่อยานพาหนะที่สัญจรผ่านไปมา โดยการดำเนินการขุดวางท่อลอดผ่านถนนดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงเช้าของวันที่ 17 สิงหาคม และเปิดให้รถประชาชนทั่วไปสัญจรได้ตามปกติ

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน