เจ้าหน้าที่บุกบ้านมือปราบสัมภเวสี ตรวจสอบหมอปลา-แฟนสาว แอบอ้างเป็นแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ให้คนไข้ ยังไม่พบความผิดชัดเจน

เจ้าหน้าที่บุกบ้านมือปราบสัมภเวสี ตรวจสอบหมอปลา-แฟนสาว

แอบอ้างเป็นแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ให้คนไข้ ยังไม่พบความผิดชัดเจน


          เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 นายพงศ์พิสิฐ นานานุกูล หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี นายสำราญ เจริญผล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี พ.ต.อ.เชิญ พรายมี ผกก.สภ.บ้านลาด ร.ท.พรศักดิ์ มณีรัตน์ รองผู้บังคับหมวดร้อย รส.มทบ.15 นายจรัญ รัตนสำลี ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอบ้านลาด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านลาด กว่า 50 คน เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 59 หมู่ 8 ต.ท่าช้าง อ. บ้านลาด จ.เพชรบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีผู้บริโภคได้ร้องเรียนว่าพาญาติไปรักษากับนายจิรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว และพบว่าหมอปลาจะใช้มือทุบหลังผู้มารักษา 10 นาที ทำให้ญาติของผู้ร้องเรียนมีอาการปวดหลัง อีกทั้งหมอปลายังจ่ายยาพริกไทยให้มาทำการรักษาคนละ 3 กิโลกรัม โดยต้มดื่มแทนน้ำ ซึ่งการรักษาโดยวิธีทุบหลังและการให้ทานน้ำพริกไทยต้ม อาจเกิดอันตรายต่อผู้มารับการรักษา นอกจากนี้ยังได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่า น.ส.รภัสสรณ์ ฤทธิธนาไพบูลย์ ภรรยาหมอปลา แอบอ้างว่าเป็นแพทย์ได้ฉีดฟิลเลอร์ให้กับคนไข้ ซึ่งเห็นว่าการกระทําดังกล่าวผิด พรบ.วิชาชีพเวชกรรม

          จากการตรวจสอบพบมีผู้ป่วยเข้ามานอนรักษาอยู่ภายในอาคารหลังใหญ่ 2 ชั้น กว่า 100 คน พบผู้ป่วยบางคนถูกล่ามโซ่ติดไว้ที่ข้อขา และที่บริเวณเสาปูนของอาคารบางเสาพบมีโซ่คล้องกุญแจติดอยู่ นอกจากนี้ยังพบขวดบรรจุนำพริกไทยต้มตามที่มีผู้ร้องเรียนไว้ วางอยู่บริเวณที่นอนของผู้ป่วยจำนวนหลายขวด

          สอบถามนายจิรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา กล่าวว่า ผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามารักษาส่วนมากจะเป็นผู้ป่วยเสพยาเสพติดและมีจิตหลอน การที่ใช้มือทุบหลังก็เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้สติ ขอยืนยันว่าไม่เคยทำให้ผู้ที่เข้ามารักษาได้รับบาดเจ็บแม้แต่รายเดียว ส่วนการกล่าวหาว่าตนใช้โซ่ล่ามผู้ป่วยนั้น ข้อเท็จจริงคือผู้ป่วยที่ถูกล่ามโซ่นั้น ทางญาติผู้ป่วยเป็นผู้ดำเนินการเอง เพราะผู้ป่วยบางครั้งมีอาการหลอน และชอบเดินไปซุกซน โดยตนไม่ได้เป็นคนล่ามโซ่แต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่ร้องเรียนว่าตนใช้น้ำพริกไทยต้มรักษานั้น ข้อเท็จจริงไม่ใช่เป็นการรักษาแต่เป็นการบำบัด และนำพริกไทยต้มนั้นก็ไม่ได้มีส่วนผสมอะไรที่เป็นพิษต่อร่างกายมีเพียงน้ำเปล่ากับเมล็ดพริกไทยเท่านั้น ซึ่งผู้ป่วยที่ดื่มกินเข้าไปส่วนใหญ่จะหายจากอาการที่เป็นอยู่

 

          “ผู้ป่วยที่เดินทางมารักษาตนไม่เคยเรียกรับเงินหรือตั้งจุดบริจาคแต่อย่างใด อยากฝากถึงผู้ร้องเรียนว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า อย่าทำตัวเป็นกล้องวงจรปิดที่คอยจับผิดผู้อื่น ซึ่งตนยินดีให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาตรวจสอบ เพื่อจะได้แนะนำในบางสิ่งที่ตนอาจจะต้องแก้ไข อยากให้ทุกคนสงสารและช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ให้พ้นจากความทุกข์”

          ด้าน น.ส.รภัสสรณ์ ฤทธิธนไพบูลย์ หรือน้ำฟ้า อายุ 46 ปี ภรรยาหมอปลา กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นแพทย์ และไม่เคยแสดงตนหรือทำการใดๆที่เข้าข่ายผิดพระราชบัญญัตวิชาชีพเวชกรรมตามที่ถูกร้องเรียน ขอยืนยันว่าตนไม่เคยทำการฉีดฟิลเลอร์ที่จมูกให้แก่ใคร ส่วนสาเหตุที่มีผู้ร้องเรียนไปนั้นเกิดจากผู้เสียผลประโยชน์และที่หมอปลาเคยไลฟ์สดไปว่ากล่าวตักเตือนเนื่องจากใช้ชื่อหมอปลาไปขอรับเงินบริจาคจากคนอื่น ซึ่งตนจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ร้องเรียนให้ถึงที่สุด 
เบื้องต้นจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ยังไม่พบการกระทำผิดอย่างที่ถูกร้องเรียน ส่วนเรื่องน้ำพริกไทยต้มนั้น เจ้าหน้าที่จะได้นำไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีผลกระทบกับผู้บริโภคหรือไม่ หากพบมีผลกระทบก็จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

http://https://www.youtube.com/watch?v=c4c6V8vZvpw&feature=youtu.be

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน 

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!