เซียนพระโวย แจ้งจับ ร.ต.อ.เอาปืนจี้ยัดข้อหา คดีไม่คืบ ส่วนตัวเองถูกฟ้องศาล ดำเนินดดี รุดขอความเป็นธรรมกับ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี

เซียนพระโวย แจ้งจับ ร.ต.อ.เอาปืนจี้ยัดข้อหา คดีไม่คืบ ส่วนตัวเองถูกฟ้องศาล

ดำเนินดดี รุดขอความเป็นธรรมกับ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี

 


          เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 นายอานนท์ อรชร หรือ “หนู สไนเปอร์” อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 2 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เดินทางมายังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยนายสุชาธิษณ์ แสงมณี ทนายความ เพื่อยืนหนังสือต่อ พล.ต.ต.วิศาล พันธุ์มณี ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ขอความเป็นธรรม และติดตามความคืบหน้าผลคดี กรณีถูก ร.ต.อ.ณรงค์ชัย ใช่ทอง รอง สวป.สภ.ไร่สะท้อน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ใช้อาวุธปืนจ่อจึ้ ข่มขู่ และพยายามฆ่า โดยตนแจ้งความไว้ที่ สภ.บ้านลาดแล้ว แต่คดีไม่มีคืบหน้า ส่วนคดีความของที่ ร.ต.อ.ณรงค์ชัย แจ้งความกับตนไว้ได้มีการส่งฟ้องอัยการแล้ว โดยมีนายเอกชัย อังกินันทน์ ประธานชมรมพระเครื่องจังหวัดเพชรบุรี และสมาชิกชมรมพระเครื่องฯ กว่า 20 คน เดินทางมาให้กำลังใจ


          นายอรชร กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.ของวันที่ 25 มกราคม 2561 ขณะที่ตนขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสกู๊ปปี้ ไอ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กก 769 เพชรบุรี เดินทางไปในพื้นที่ ต.ไร่สะท้อน อ.บ้านลาด เพื่อนำพระเครื่องที่ลูกค้าสั่งไปจำหน่าย ขณะที่จอดรถจักรยานยนต์อยู่บนสะพานหน้าทางเข้าวัดหนองแก และกำลังกดไลน์โทรศัพท์สอบถามเส้นทางลูกค้า ปรากฏว่ามีรถกระบะอีซูซุดีแม็ก สีขาวตอนครึ้ง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดต่อท้าย จากนั้นได้มี ร.ต.อ.ณรงค์ชัย แต่งกายนอกเครื่องแบบเดินเข้ามาพร้อมชักอาวุธปืนแมกกาซีนสีดำ จ่อที่บริเวณลำตัวของตนโดยที่ไม่แสดงตัว และบอกให้ตนหยุด เมื่อตนสอบถามว่าทำผิดข้อหาใด ร.ต.อ.ณรงค์ชัยกลับไม่ตอบ แต่กระชากกระเป๋าสะพายที่ตนสะพายอยู่ไปรื้อค้น ตรวจสอบพบเพียงพระเครื่องที่ตนจะนำมาส่งลูกค้า ร.ต.อ.ณรงค์ชัยจึงได้แสดงตนเองเป็นตำรวจ แล้วขอตรวจค้นจักรยานยนต์ของตนอีก ตนก็ยินยอมให้ตรวจค้น ผลปรากฏการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้น ร.ต.อ.ณรงค์ชัยได้ขอตรวจปัสสวะตน อ้างว่าเพื่อหาสารเสพติด ตนก็ยินยอให้ตรวจในที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าไม่พบสารเสพติดใดๆ เมื่อไม่พบความผิด ร.ต.อ.ณรงค์ชัย กล่าวว่าต้องเอาผิดให้ได้แล้วเดินกลับไปที่รถจักรยานยนต์ของตนอีกครั้ง เพื่อขอดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ ปรากฏว่าตนไม่ได้นำติดมาด้วย ร.ต.อ.ณรงค์ชัยจึงแจ้งข้อหาไม่มีใบสมุดคู่มือจดเบียนรถและจะยึดรถ ตนได้โทรศัพท์หามารดาเพื่อให้นำสมุดคู่มือจดทะเบียนรถมาให้ ขอให้ ร.ต.อ.ณรงค์ชัยรอก่อน แต่ ร.ต.อ.ณรงค์ชัยไม่ยินยอม พร้อมได้โทรศัพท์ไปเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไร่สะท้อน จำนวน 2 นาย มาที่เกิดเหตุและสั่งให้จับกุมตน ข้อหาไม่มีสมุดทะเบียนรถ โดย ร.ต.อ.ณรงค์ชัยเป็นผู้นำกุญแจมือมาใส่ที่ข้อมือตนก่อนพาตัวขึ้นนั่งในแคปรถกระบะตำรวจ นำไป สภ.ไร่สะท้อน และไม่อนุญาตให้ตนติดต่อกับผู้ใด ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบชื่อจำนวน 2 นาย เข้ามาพยายามไกล่เกลี่ยขอให้ยอมความไม่เอาผิดในกรณีที่ ร.ต.อ.ณรงค์ชัยใช้อาวุธปืนจ่อจี้ตน แต่ตนไม่ยินยอม จึงมีการตั้งข้อกล่าวหาตนดูหมิ่นและขัดขืนเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมนำตนเข้าไปอยู่ในห้องขังนานกว่า 1 ชั่วโมง และนำข้อกล่าวหามาให้เซ็นยินยอมสารภาพ ตนกลัวจึงยินยอมเซ็น กระทั้งมารดาตนได้เดินทางมาวางหลักทรัพย์ประกันตัวตนในวงเงิน 30,000 บาท หลังจากได้รับประกันตัวตนได้เดินทางมาที่ รพ.ท่ายาง ให้แพทย์ตรวจพิสูจน์บาดแผลและออกใบรับรองแพทย์ในกรณีที่ถูกแจมือบาดเป็นแผลที่ข้อมือขาว และเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.ณรงค์ชัย ในข้อหาใช้อาวุธปืนจ่อจึ้ ข่มขู่ และพยายามฆ่า ไว้ที่ สภ.ไร่สะท้อนเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา


          “ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย การกระทำของ ร.ต.อ.ณรงค์ชัย เป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ทำเกินกว่าเหตุ และพยายามยัดเยียดข้อกล่าวหาต่างๆ แต่ผมกลับมาถูกดำเนินคดีโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่คดีที่ผมผมร้องทุกข์กล่าวหา ร.ต.อ.ณรงค์ชัย ผลคดีกลับไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางมาติดตามผลดคีและขอความเป็นธรรมดังกล่าว”

          พล.ต.ต.วิศาล กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับ ร.ต.อ.ณรงค์ชัยแล้ว ส่วนในเรื่องคดีอาญามี 2 ส่วน คือ ร.ต.อ.ณรงค์ชัย กล่าวหานายอานนท์ ซึ่งพนักงานสอบสวนส่งฟ้องอัยการแล้ว และส่วนที่นายอานนท์ กล่าวหา ร.ต.อ.ณรงค์ชัย ขณะนี้อยู่ในระหว่างเพื่อรวบรวมหลักฐาน เพื่อส่งสำนวนไปยัง ปปท. ซึ่งตนจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ใครผิดก็ว่าไปตามผิด จะไม่มีการช่วยเหลือใครอย่างเด็ดขาด

 

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน