เดือน 9 ข้าวห่อกะเหรี่ยง ผูกข้อมือเรียกขวัญ

ในช่วงเดือน9ของทุกปีคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงในพื้นที่อ.หนองหญ้าปล้องและ อ.แก่งกระจานของจังหวัดเพชรบุรีประกอบพิธีผูกข้อมือด้วยด้ายสีแดงเรียกขวัญสมาชิกในครอบครัวและลูกหลานเครือญาติที่ไปทำงานที่อื่นๆได้กลับมาเยี่ยมบ้านเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีข้าวห่อกะเหรี่ยง

          เพชรบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความหลายหลากทางชาติพันธุ์อยู่อาศัยในพื้นที่ของจังหวัดทั้งคนไทยคนไทยเชื้อสายจีนคนไทยมุสลิมไทยทรงดำ (ลาวโซ่ง) ไทยพวนไทยเวียงไทยรามัญ (มอญ) รวมถึงคนไทยกะเหรี่ยงแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ล้วนแล้วมีวิถีชีวิตประเพณีขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของตนเองที่ต่างกันไปชาวกะเหรี่ยงหรืออีกชื่อหนึ่งว่า“ปกากะญอ”บางแห่งก็เรียกตัวเอง“โพล่ง”มีถิ่นอาศัยอยู่บนเชิงเขาด้านทิศตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรีติดกับเทือกเขาตะนาวศรีในเขตอำเภอแก่งกระจานและอำเภอหนองหญ้าปล้องส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่หมุนเวียนปลูกพืชผักกล้วยข้าวโพดมะละกอและพืชไร่อื่นๆรวมถึง“พริกกะเหรี่ยง”ของดีขึ้นชื่อของชาวกะเหรี่ยงอีกทั้งในช่วงเดือน9ของทุกปีชาวกะเหรี่ยงแต่ละหมู่บ้านจะประกอบประเพณีข้าวห่อกะเหรี่ยงหรือภาษากะเหรี่ยงเรียกว่า “อั้งมีถ่อง”เป็นการประกอบพิธีกรรมผูกข้อมือเรียกขวัญให้ลูกหลานได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัว

          ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้องโดยเฉพาะตำบลยางน้ำกลัดเหนือตำบลยางน้ำกลัดใต้มีหลายหมู่บ้านเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวกะเหรี่ยงอาทิหมู่บ้านยางน้ำกลัดใต้หมู่บ้านโปร่งวิเชียรหมู่บ้านลิ้นช้างบ้านห้วยแห้งบ้านพุพลูบ้านท่าเสลา บ้านพุน้ำร้อนบ้านแม่คะเมยล้วนเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวกะเหรี่ยงในเขตอำเภอหนองหญ้าปล้อง โดยประเพณีข้าวห่อกะเหรี่ยงจะเริ่มต้นที่“หมู่บ้านพุพลู”ตำบลยางน้ำกลัดใต้เป็นหมู่บ้านแรกกำหนดในขึ้น15ค่ำเดือน9จากนั้นในช่วงระยะเวลาประมาณ30วันแต่ละหมู่บ้านก็จะจัดงานประเพณีข้าวห่อกะเหรี่ยงไปสิ้นสุดที่“หมู่บ้านยางน้ำกลัดใต้”ในวันแรม 14 ค่ำเดือน 9

          ผู้เขียนเคยมีโอกาสไปร่วมงานข้าวห่อกะเหรี่ยงที่บ้านกำนันดอกไม้คนบุญอดีตกำนันตำบลยางน้ำกลัดใต้ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงประเพณีกินข้าวห่อกะเหรี่ยงจัดขึ้นปีละหนึ่งครั้งเป็นพิธีกรรม เรียกขวัญเพื่อให้ขวัญกลับมาเข้ามาอยู่กับตัวให้มีกำลังใจในการต่อสู้อุปสรรคประพฤติตนเป็นคนดี มีความอดทนสุขภาพร่างกายแข็งแรงโดยพ่อแม่จะผูกขวัญด้วยด้ายสีแดงที่ข้อมือพร้อมอวยพรให้มีความสุขตลอดปีสิ่งสำคัญที่ใช้ในการประกอบพิธีเรียกขวัญนั่นคือข้าวห่อทำจากข้าวเหนียวห่อด้วยใบผากใช้ตอกรัดให้แน่นแล้วนำมาต้มให้สุกกำหนดงานประเพณีข้าวห่อกะเหรี่ยงมีด้วยกัน4วันด้วยกันได้แก่วันเตรียมของวันห่อวันต้มและวันผูกข้อมือเรียกขวัญ

          วันแรกเป็นวันเตรียมของทำข้าวห่อในการประกอบพิธีได้แก่ข้าวเหนียวปริมาณข้าวเหนียว ก็ขึ้นอยู่กับสมาชิกในครอบครัวเครือญาติพี่น้องจำนวน 1 – 2 ถังหรือมากกว่านั้นใบผากเป็นใบของต้นไม้ที่มีลักษณะลำต้นคล้ายต้นไผ่แต่ใบ มีขนาดใหญ่กว่าใช้สำหรับห่อข้าวเหนียว ปัจจุบันหาใบผากได้ยากชาวบ้านจึงเปลี่ยนมาใช้ใบตองแทนตอกมัดข้าวห่อฟืนปี๊บใช้ต้มข้าวห่อน้ำตาลโตนดกับมะพร้าวใช้ทำ“หน้ากระฉีก” เครื่องจิ้มรสหวานไว้กินกับข้าวห่อวันที่ 2 เป็นวันห่อตลอดทั้งวันสมาชิกในครอบครัวจะมาช่วยกันทำข้าวห่อคือม้วนใบผากหรือใบตองเป็นรูปกรวยแล้วกรอกข้าวเหนียวที่แช่น้ำไว้อย่างน้อย1ชั่วโมงใช้ข้าวเหนียวประมาณ1กำมือรัดด้วยตอกให้แน่นข้าวห่อจะแบ่งออกเป็นตัวผู้ตัวเมียตัวลูกและข้าวห่อมัดเป็นพวงที่ใช้สำหรับทำพิธีเรียกขวัญเรียกว่าพวงข้าวห่อมีลักษณะเด่นชัด คือใช้ไม้ไผ่ทอนเดียวแบ่งซี่เป็นเส้นตอกแล้วมัดห่อข้าวแบบธรรมดารวมกันเป็นพวงหนึ่งพวงจะมี 27 ห่อขึ้นไปแต่ละบ้านจะมีอย่างน้อย1พวงหากบ้านไหนลูกแต่งงานออกเรือนไป มีครอบครัวใหม่ผู้เป็นพ่อแม่จะทำพวงข้าวห่อเพิ่มให้กับครอบครัวนั้นๆวันที่ 3 เรียกว่า “วันต้ม” เป็นวันต้มข้าวห่อนำข้าวห่อที่มัดแล้วใส่ปี๊บต้มในน้ำเดือดประมาณ 3 ชั่วโมงจึงสุกใส่กระบุงพักเก็บไว้การต้มข้าวห่อจะทำกันตั้งแต่เช้ามืดถึงบ่ายจนเย็นกว่าจะเสร็จจากนั้นจึงได้ทำ“หน้ากระฉีก”เครื่องจิ้มห่อข้าวที่ทำจากน้ำตาลโตนดเคี่ยวกับมะพร้าวขูดมีรสหวานหอม

          คืนของวันต้มข้าวห่อจัดให้มีพิธีเรียกขวัญมีการเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆใส่กระบุงมีทั้งพวงข้าวห่อกล้วยน้ำว้าสุกอ้อยยอดดาวเรืองด้ายสีแดงและเทียนที่เปรียบดั่งแสงสว่างส่องทางเมื่อใกล้เวลา2ทุ่มลูกหลานต่างทยอยขึ้นมานั่งล้อมวงบนบ้านเครื่องเซ่นไหว้ทั้งหมดถูกยกมาไว้ที่ระเบียงตรงหัวเสาบันไดบนบ้านก่อนที่ผู้สูงอายุในบ้านจะเป็นผู้นำประกอบพิธีเรียกขวัญนำไม้ขนาดเหมาะมือเคาะที่หัวบันไดพลางบอกกล่าวเรียกขวัญเป็นภาษากะเหรี่ยงเพื่อเรียกขวัญ ที่อยู่ตามป่าตามเขาขึ้นบนบ้านขณะเดียวกันนั้นลูกหลานจะตีปี๊บหรือจุดประทัดให้เกิดเสียงดังไปพร้อมๆกันด้วยจากนั้นนำของเซ่นไหว้มาตั้งไว้ที่หน้าห้องนอนเพื่อทำพิธีเรียกขวัญอีกครั้ง ให้ขวัญได้มาพักผ่อนอยู่ในห้องนอนเป็นอันจบพิธีช่วงกลางคืน

                รุ่งเช้าวันที่ 4 เวลาประมาณตี5ผู้สูงอายุหรือผู้นำครอบครัวจะนำเครื่องเซ่นไหว้มาตั้งไว้ระเบียงหัวบันไดเพื่อทำการเรียกขวัญอีกครั้งลูกหลานเคาะปี๊บให้เกิดเสียงดังเหมือนเช่นเคยเสร็จจากนั้นจะนำเครื่องเซ่นไหว้มาตั้งไว้ที่โถงกลางบ้านเพื่อทำพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญด้วยด้ายสีแดงมีน้ำมนต์และข้าวสุกปากหม้อใช้ประกอบเพิ่มขึ้นอีกนำด้ายแดงจุ่มน้ำมนต์ก่อนผูกข้อมือทั้งสองข้างให้กับลูกหลานเศษด้ายแดงที่เหลือจากการผูกจะถูกตัดและนำมาไว้ที่ศีรษะเพื่อความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ที่เกิดในเดือน 9 นอกจากผูกข้อมือแล้วยังต้องผูกข้อเท้าด้วยเนื่องจากเป็นคนพิเศษที่เกิดในช่วงประเพณีเดือนเก้า

          หลังจากผูกข้อมือเรียบร้อยผู้สูงอายุจะรับขวัญด้วยการนำชิ้นส่วนเล็กๆของเครื่องเซ่นไหว้ใส่ในจานมาวางบนมือแล้วหยิบพวงข้าวห่อมาวางบนศีรษะกล่าวอวยพรเป็นภาษากะเหรี่ยงจึงเป็นอันเสร็จพิธีเรียกขวัญจากนั้นสมาชิกทุกคนล้อมวงรับประทานอาหารเช้าร่วมกันและที่ขาดไม่ได้ก็คือรับประทานข้าวห่อกับหน้ากระฉีกที่ถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!