เตือน! ชาวเพชรบุรี เตรียมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งแม่น้ำเพชร คาดมวลน้ำขนาดใหญ่ ไหลท่วมเขตเมืองช่วงเที่ยง 22 ส.ค. นี้

เตือน! ชาวเพชรบุรี เตรียมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งแม่น้ำเพชร

คาดมวลน้ำขนาดใหญ่ ไหลท่วมเขตเมืองช่วงเที่ยง 22 ส.ค. นี้


          เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2561 ที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายสันต์ จรเจริญ ผอ.โครงการชลประทานเพชรบุรี พ.อ.พงษ์สวัสดิ์ ภาชนะทิพย์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 พ.อ.สนอง ธัญญานนท์ รองหัวหน้าชุดประสานกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเพชรบุรี ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์น้ำจังหวัดเพชรบุรี

          สรุปสถานการณ์น้ำวันที่ 21 สิงหาคม 2561 เวลา 06.00 น. เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำ 777.031 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 109.44 % ของความจุเต็มอ่าง ปริมาณน้ำเข้า 25.609 ล้านลบ.ม./วัน มีปริมาณน้ำไหลล้นสปิลเวย์และไหลสู่เขื่อนเพชรรวม 282.00 ลบ.ม./วินาที หรือ 24.36 ล้านลบ.ม./วัน เขื่อนเพชรปล่อยระบายน้ำลงคลองชลประทาน 4 สาย รวม 112.52 ลบ.ม./วินาที ปล่อยน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี 148.74 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำดังกล่าวเริ่มไหลล้นตลิ่งบริเวณคลองสาย 1 สาย 2 ส่วนปริมาณน้ำที่ปล่อยลงในแม่น้ำเพชรบุรีน้ำเดินทางถึงเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ส่งผลให้ระดับริมตลิ่งแม้น้ำเพชรบุรีเพิ่มสูงขึ้น บริเวณหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีต่ำกว่าตลิ่งเพียง 5 เซนติเมตร และ เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี บริเวณชุมชนนามอญซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำกว่าแล้ว

          นายสันต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์เหนือเขื่อนแก่งกระจานมีฝนตกลดลง แต่ยังมีปริมาณน้ำที่ค้างในเขื่อนแก่งกระจานปริมาณสูง และคาดว่าจะไหลล้นสปิลเวย์ในอัตราประมาณ 286 ลบ.ม./วินาที ทำให้เขื่อนเพชรต้องเพิ่มการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 140 – 160 ลบ.ม./วินาที มวลน้ำดังกล่าวจะส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำสูงขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีจะสูงสุดตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2561 และอาจไหลล้นตลิ่งท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำสูงประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร และอาจท่วมขัง 5 – 7 วัน

          “ ขณะนี้ชลประทานเพชรบุรีได้เพิ่มการบริหารจัดการน้ำโดยขุดเชื่อมคลองห้วยยางซึ่งรับน้ำจากตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง กับคลองสาย1 เพื่อระบายน้ำบางส่วนจากคลองสาย 1 ลงทะเลที่ ต.บางเก่า อ.ชะอำ โดยลำห้วยยางนี้สามารถช่วยระบายน้ำจากคลองสาย 1 ได้ประมาณ 10 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งเมื่อขุดเสร็จแล้ว ลำห้วยยางและคลองชลประทานหลักทั้ง4สายจะช่วยลดปริมาณน้ำจากเขื่อนเพชรได้รวมประมาณ100 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการน้ำทำได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้กำลังเร่งสำรวจพื้นที่ท้ายเขื่อนเพชร บริเวณวัดขลุบสุทธาราม ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด เพื่อหาทางนำน้ำผ่านคลองยอ ไหลลงคลองกะลาตาย ผ่านห้วยกาหลง ก่อนลงคลอง D 18 ซึ่งต้องนำเครื่องจักรเข้าไปขุดขยายคลองและนำเครื่องสูบน้ำไฮโดรโฟล์วขนาดใหญ่ไปติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีบางจุดที่แคบและตื้นเขิน หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถระบายน้ำได้ในอัตรา 20 ลบ.ม./วินาที ”นายสันต์กล่าว

 


          พ.อ.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ในจังหวัดเพชรบุรีที่ผ่านมา บริเวณท้ายเขื่อนแก่งกระจาน มณฑลทหารบกที่ 15 ได้นำกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับกระทบแล้วบางส่วน และจัดกำลังพลอีก 2 ชุด นำกระสอบทรายไปเสริมแนวคันตลิ่งมณฑลทหารบกที่ 15 บริเวณ 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีให้สูงขึ้น เพื่อเตรียมรับสถานการณ์

          นายณัฐวุฒิ กล่าวเสริมว่า จังหวัดเพชรบุรีได้ประสานกับชลประทานเพชรบุรี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการในการบริหารจัดการน้ำตามหลักวิชาการอย่างเต็มที่ เพื่อส่งผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ทั้งนี้ขอให้ประชาชนผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรียกของขึ้นที่สูง และรับฟังข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำที่ถูกต้องเป็นจริงจากหน่วยงานราชการ พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

          พ.อ.สนอง กล่าวว่า ประชาชนสามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้ที่ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินโทร. 191, สายด่วนนิรภัยโทร. 1784, สาธารณสุขจังหวัดโทร.1669, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดโทร. 032-426230, มณฑลทหารบกที่ 15 โทร.032-428506-10

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน