เถ้าแก่อิ๊กงี้ แซ่เอ็ง ทำไอติมยิ้มแย้มแบรนด์เพชรบุรียืนหนึ่งมากว่า 53 ปี

“ไอศกรีม” ในภาษาปากเรียกว่า ไอติม สมัยยังเป็นเด็กทุกคนชอบไอติม ทว่าใครทำไอติมขายเจ้าแรกที่เมืองเพชรในชั้นนี้ผมยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ทราบเพียงแต่มีไอติมแบรนด์ท้องถิ่นเมืองเพชรบุรีหลายเจ้าได้แก่ เบบี้ แคทตี้ ยิ้มแย้ม เป็นต้น

             อาชีพขายไอติมส่งให้คนมีความสำเร็จในหน้าที่การงานจำนวนไม่น้อย ผศ.ดร.เอกศักดิ์ บุตรลับ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ที่สังคมเมืองเพชรยกย่องนับถือก็เป็นท่านหนึ่งที่เคยขายไอติมสมัยยังเป็นเด็ก ท่านบอกกับผมว่าลูกค้าคนสำคัญในเวลานั้นก็คือ รศ. ดร.กาญจนา บุญส่ง

             ผู้ให้กำเนิดไอติมยิ้มแย้ม ไอติมท้องถิ่นเมืองเพชรบุรี คือ เถ้าแก่ อิ๊กงี้ แซ่เอ็ง เป็นคนจีนโพ้นทะเล มาสร้างรากฐานอยู่เมืองเพชรแบบเสื่อผืนหมอนใบ หนักเอาเบาสู้ขยันประหยัดตามแบบฉบับคนจีนยุคโบราณ ต่อมาได้สมรสกับ นางกิมไน้ แซ่ชิ้น เป็นคนไทยเชื้อสายจีนในเมืองเพชร ท่านเป็นลูกสาวร้านขายขนมจันอับชื่อดังและมีบุตร-ธิดา รวม 10 คน ใช้สกุล ชินพัฒนวานิช

             เถ้าแก่อิ๊กงี้ แซ่เอ็ง และครอบครัว ในระยะแรก ๆ ทำอะไร ๆ ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จ จึงคิดแสวงหา โดยพาครอบครัวไปหาประสบการณ์ขึ้นเหนือล่องใต้ แต่ก็ยังเหมือนเดิมคือคว้าน้ำเหลว

             ราว ๆ ต้น พ.ศ. 2500 เริ่มทำไอติมยิ้มแย้ม แบบแท่งเป็นครั้งแรก อุปกรณ์ทำไอติมยุคแรกเรียกว่า ถังโยก เป็นถังไม้โอ๊กขนาดใหญ่ มีน้ำแข็งและเกลือเป็นตัวทำความเย็น ใช้คนสองคนช่วยกันโยกถัง ตอนนั้นมีไอติมตราเบบี้อยู่ก่อนแล้ว เถ้าแก่อิ๊กงี้ ทำไอติมยิ้มแย้มได้พักเดียวก็ต้องม้วนเสื่อ เพราะไอติมเบบี้ ลงทุนเอาเครื่องทำไอติมด้วยมอเตอร์ทำความเย็น จึงผลิตได้เร็วกว่าจำนวนมากกว่าและขายราคาถูกกว่า ไอติมยิ้มแย้มจึงเศร้าสลดยิ้มไม่ออก เถ้าแก่อิ๊กงี้อพยพครอบครัวไปแสวงหาประสบการณ์อีก ทีนี้ไปทางใต้ถึง 8 ปี ต่อมา เถ้าแก่อิ๊กงี้ ได้รู้จักกับเถ้าแก่คนหนึ่งคนจีนด้วยกัน ต่อมาทราบว่าเป็นเถ้าแก่จาก กทม.ทำธุรกิจขายเครื่องทำไอศกรีมแบบทันสมัย ได้ให้เครื่องทำไอศกรีมมาใช้ก่อน ประจวบกับ กิมไน้ ภรรยาคู่ชีวิตก็คิดถึงม่า (แม่) อยากกลับเมืองเพชรมาดูแล อาม่าที่แก่มากแล้ว เถ้าแก่อิ๊กงี้ และครอบครัวกลับสู่มาตุภูมิ เมืองเพชรเพื่อสู้กับชะตาอีกครั้ง

             ไอศกรีมยิ้มแย้มเริ่มต้นเป็นคำรบที่สอง ใน พ.ศ. 2511 สถานประกอบการตั้งที่อาคารริมน้ำหลังร้านหมอกนก ซอยสะพานลำไย เครื่องทำไอติมทันสมัยที่เถ้าแก่จาก กทม.ที่รู้จักกันที่ปักษ์ใต้ให้มาใช้ก่อนผ่อนทีหลังแถมยังแนะนำให้ไปซื้อนมข้น นมสด น้ำหวาน วัสดุสำคัญในการปรุงไอติมยิ้มแย้มที่มีคุณภาพสูงราคาย่อมเยาเบาต้นทุนจากร้านพรรคพวกอีกด้วย ทำให้ไอติมยิ้มแย้มโฉมใหม่ต้นทุนต่ำ แต่อร่อยรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจเด็ก ๆ เมืองเพชร ติดตลาดตั้งแต่วันนั้นมาถึงวันนี้

             เฮียเมี้ยง (กนก ชินพัฒนวานิช) อายุ 66 ปี ทำหน้าที่ควบคุมฝ่ายผลิต บุตรชาย อิ๊กงี้ ผู้สืบทอดไอติมยิ้มแย้มยุคที่สองบอกกับผมว่า ปัจจุบันไอติมยิ้มแย้มมีหลายแบบ อาทิ ขนมปัง ไอติมถ้วยแซนด์วิช ไอติมแท่งมีสิบรสด้วยกัน รวมทั้งน้ำถุง (น้ำหวานรสต่าง ) เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีวัสดุจะแพงขึ้น ไอติมยิ้มแย้มเรามีคติว่ารสชาติส่วนผสมคงเดิมราคาเดิม

             สำหรับไอติมยิ้มแย้มแต่ละแบบมีราคาชิ้นละ 4-5 บาทเท่านั้น ส่วนตัวผมชอบรสทุเรียนที่สุดครับ

รสชาติของไอติมยิ้มแย้ม โดยรวมย่อมขึ้นอยู่กับวัสดุที่คัดสรรคุณภาพดี ทว่ารสชาติที่เป็นความรู้สึกคือความดีงามและ mindset ของเถ้าแก่ที่สืบทอดมาถึงสองรุ่นแล้วทำให้ไอติมยิ้มแย้มยืนหนึ่งได้โดยแท้

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!