เปิดใจผู้ใหญ่ตั้นบ้านแหลม เพชรบุรี หนึ่งในผู้ปิดทองหลังพระ นำเครื่องสูบน้ำ Turbo jet วิศวกรรมระดับโลกฝีมือคนไทย ช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนที่ จ.เชียงราย

เปิดใจผู้ใหญ่ตั้นบ้านแหลม เพชรบุรี หนึ่งในผู้ปิดทองหลังพระ

นำเครื่องสูบน้ำ Turbo jet วิศวกรรมระดับโลกฝีมือคนไทย

ช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนที่ จ.เชียงราย

          ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา เหตุการณ์ทีมนักฟุตบอลเยาวชน และผู้ช่วยโค้ช “ทีมหมูป่าอาคาเดมี่ เชียงราย” จำนวน 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน บ้านจ้องวัด ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นเหตุการณ์ที่เป็นที่สนใจของคนทั่วโลก  หน่วยงานราชการ ภาครัฐ เอกชน และกลุ่มคน และประชาชน จำนวนมาก ทั้งภายในประเทศ และนานาชาติทั่วโลก รวมแล้ว หลาย 1,000 คน ทุ่มเทแรงกายแรงใจ สรรหาอุปกรณ์กู้ภัยนานาชนิด ระดมหาทางช่วยเหลือให้ทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย

          แต่ปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติการนำทีมหมูป่าฯ ออกจากถ้ำคือ “น้ำ” ภัยธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเกิดจากน้ำฝนที่ตกสะสมมาในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงและไหลเข้าสู่ถ้ำหลวงฯ และสูงจนถึงเพดานถ้ำในหลายจุดจนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ ขนาดเจ้าหน้าที่ทีมนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ ภายใต้ชื่อหน่วย SEAL (ซีล) ที่ถูกฝึกมาให้สามารถปฏิบัติงานได้ในภารกิจหลายรูปแบบ และทีมนักดำน้ำระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำต้องร้องขอให้หาวิธีลดระดับปริมาณน้ำในถ้ำลง

          ยุทธการการระดมขอกำลังเครื่องสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงจึงเริ่มขึ้น มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนที่มีเครื่องมือนำเครื่องสูบน้ำนานาชนิดเดินทางมุ่งตรงสู่ จ.เชียงราย เพื่อร่วมปฏิบัติการ


          “ผู้ใหญ่ตั้น” นายนภดล นิยมค้า วัย 64 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เจ้าของบริษัท นิยมค้ามารีนเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผลิต-ซ่อมใบจักรเรือ และผู้ผลิตท่อและเครื่องสูบน้ำ Niyom PVC เป็นอีก 1 คนหนึ่งในผู้ปิดทองหลังพระที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ประสบภัย นำเครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jet ที่ผลิตขึ้นเอง จาก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ไปช่วยระดมช่วยสูบน้ำปริมาณมากจากในถ้ำหลวง เพื่อสนับสนุนให้หน่วยซีลปฏิบัติภารกิจได้ง่ายขึ้นและสามารถนำเด็กๆ ออกมาอย่างปลอดภัย


          นายนภดล เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุได้ติดตามข่าวสารมาโดยตลอด และอยากหาทางช่วยเหลือเด็กออกจากถ้ำให้ปลอดภัย ต่อมาวันที่ 28 มิถุนายน ได้รับการติดต่อจากนายอดิศรอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้เดินทางไปช่วยเหลือเด็กๆ เวลา 02.00 น.วันที่ 29 มิถุนายน จึงตัดสินใจนำเครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jet ขนาดท่อ 8.5 นิ้ว มอเตอร์กำลัง 25 แรงม้า ซึ่ง 1 เครื่องสามารถสูบน้ำได้ถึง 1,000 คิว / ชั่วโมง ที่ตนเองผลิตขึ้นมาเอง 1 เครื่อง ใส่รถกระบะ ออกเดินทางจาก จ.เพชรบุรี พร้อมลูกทีม 1 คน เดินทางมุ่งหน้าสู่ จ.เชียงราย ระหว่างทางได้แวะไปที่วัดลายคีรีมาศ จ.สุโขทัย ขอยืมเครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jet ที่ทางวัดซื้อไป ซึ่งทางวัดก็อนุเคราะห์ถอดจากแท่นที่กำลังสูบน้ำที่ท่วมบริเวณวัดมาให้ยืมก่อนจำนวน 1 เครื่อง นอกจากนี้ยังโทรศัพท์ไปประสานงานกับ ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ ทองดี หรือ “นายกเหน่ง” นายก อบต.พุคา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เพื่อขอยืมเครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jet จำนวน 10 เครื่อง ที่ตนจำหน่ายให้ไปเพื่อนำไปช่วยทีมหมูป่า


          “ ครอบครัวผมประกอบอาชีพผลิต และซ่อม ใบพัดเรือ ทุกขนาดตั้งแต่เรือประมง เรือสินค้าขนาดใหญ่ เรือเดินสมุทร ไปจนถึงเรือรบขนาดใหญ่ มานานกว่า 40 ปี เครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jet นี้ ออกแบบและผลิตขึ้นด้วยฝีมือบุตรชายผมเองชื่อ ดร.ภูวดล นิยมค้า ซึ่ง เรียนจบปริญญาเอกทางการออกแบบใบพัดเรือ จากมหาวิทยาลัย TASMANIA ประเทศออสเตรเลีย เป็นเครื่องสูบน้ำชนิดเบา ใช้ศาสตร์ทางวิศวกรรมใบพัดมาออกแบบมีพลังต่อแรงม้าสูงและมีกำลังแรงมาก ใช้ดีจนประเทศออสเตรเลีย ลาว มาดากัสการ์ ซื้อไปใช้ เคยนำไปช่วยน้ำท่วม 9,000 ไร่ ที่ จ.ลพบุรี สูบวันเดียวยังแห้งหมด น้ำท่วมโรงงานที่นิคมอมตะนคร ก็ใช้เครื่องชนิดนี้สูบน้ำออกจนแห้ง เช่นเดียวกัน ส่วนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เคยนำไปสูบช่วยเมื่อน้ำท่วมปี 2559-2560 หลายแห่ง อาทิ หน่วยงานราชการ ห้างโรบินสัน นอกจากนี้ยังมีการนำไปติดตั้งถาวรเพื่อสูบระบายน้ำที่บริเวณทางลอด ถ.บันไดอิฐ (รพ.เพชรรัชต์มหาชัย) กับ บริเวณทางลอดบ้านลาด (แยกทางหลวง)ซึ่งใช้งานได้เป็นอย่างดี ”

          นายนภดล กล่าวต่อไปว่า ตนใช้เวลาเดินทาง 1 คืน1 วัน เดินทางอย่างต่อเนื่องโดยสลับกันกับลูกน้องขับและพักผ่อนบนรถ กระทั่งวันที่ 30 มิถุนายน จึงเดินทางถึงหน้าถ้ำหลวงฯ เชียงราย แต่เมื่อไปถึงไม่สามารถติดตั้งเครื่องสูบน้ำได้เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตจาก นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย หรือ(ศอร.) แต่ตนได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจบริเวณพื้นที่ถ้ำห้องโถงด้านหน้าซึ่งขณะนั้นมีน้ำท่วมสูงเต็มห้อง ได้พบกับเจ้าหน้าที่หน่วยซิล ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้นำเข้าไป สำรวจ ปริมาณน้ำ ซึ่งจากภาพที่เห็นในถ้ำแม้ว่าจะมีปริมาณน้ำมหาศาลคิดว่าด้วยประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jet น่าจะสูบน้ำออกได้แต่รออยู่นานก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำเพื่อสูบน้ำเข้าไปติดตั้ง กระทั่งตนเริ่มถอดใจ และคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้ช่วยเด็กจึงชักชวนลูกน้องเดินทางกลับ ขณะขับรถกลับมาจนถึง จ.แพร่ ปรากฏมีญาติของเด็กที่ติดอยู่ในถ้ำ ซึ่งเคยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.เพชรบุรีได้ติดต่อทางโทรศัพท์มาขอให้กลับเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากเคยเห็นผลงานเครื่องสูบน้ำและคิดว่าจะสามารถช่วยเหลือเด็กได้ ด้วยความที่เป็นห่วงเด็กและยังคิดว่ามีช่องทางในการช่วยเหลือ ตนจึงวกรถกลับไปที่ถ้ำอีกครั้ง

          เมื่อไปถึงก็ยังไม่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเช่นเดิม จอดรถที่หน้าถ้ำไม่มีวี่แววจะได้ตั้งเครื่องได้แต่ภาวนาขอให้พระบารมี ในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 ดลบันดาลให้มีโอกาสได้ช่วยเด็กทั้ง 13 คน ขณะที่ถอดใจครั้งที่ 2 ปรากฏว่าได้รับโทรศัพท์จาก ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ ทองดี หรือ “นายกเหน่ง” นายก อบต.พุคา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ว่ากำลังนำเครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jet 10 เครื่อง ที่ตนขอยืมไว้บรรทุกใส่รถบรรทุกขนาดใหญ่ของมูลนิธิชัยพัฒนา เดินทางขึ้นมาสมทบ และด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ เมื่อรถบรรทุกขนาดใหญ่ของมูลนิธิชัยพัฒนา มาถึง กองอำนวยการ ศอรฯ ได้เปิดโอกาสให้นำเครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jetเข้าดำเนินการสูบน้ำได้ในทันที

          “ พอได้รู้ว่า ศอร.อนุญาตให้เข้าติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ผมยกมือกราบท่วมหัวเลยครับ ผมเชื่อว่าเพราะพระบารมี ในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่คุ้มเกล้าฯปวงชนชาวไทย ดลบันดาลทำให้ผมมีโอกาสได้ช่วยเด็กทั้ง 13 คน ”


          วันที่ 1 กรกฏาคม ทันทีที่ได้รับอนุญาตผู้ใหญ่ตั้นได้นำเครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jet จำนวน 3 เครื่อง เข้าไปติดตั้งที่บริเวณห้องโถงแรก ปรากฏว่าสามารถสูบน้ำออกจากห้องโถง ได้ในปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว ใช้ระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ปริมาณน้ำที่เคยท่วมสูงกว่า 3 เมตร ลดลงเหลือประมาณ 50 cm
“ช่วงหนึ่งภายในถ้ำมีการปิดระบบไฟเพื่อดำเนินการต่อเชื่อมอุปกรณ์เพิ่มเติม ปรากฏว่าเมื่อถูกเมื่อเครื่องสูบน้ำระบบ Turbo Jet ถูกปิดปริมาณระดับน้ำในถ้ำได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อดำเนินการเปิดเครื่องสูบน้ำ Turbo Jet อย่างเต็มระบบอีกครั้งปริมาณน้ำก็ลดลงและคงอยู่ในระดับคงที่ ทำให้เราแน่ใจว่า เครื่องเราสูบน้ำช่วยเด็กได้แน่นอน”

          นายนภดล กล่าวต่อไปว่า เมื่อประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ Turbo Jet ทำงานอย่างเต็มที่และเห็นเป็นที่ประจักษ์ กองอำนวยการ ศอรฯ จึงได้มอบหมายให้นำเครื่องที่เหลืออีกทั้งหมดเข้าระดมสูบน้ำภายในถ้ำในส่วนที่ลึกเข้าไป ผมจึงนำเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 เครื่อง ไปวางไว้ที่ห้องโถง 3 และนำเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่องวางบริเวณ ช่องคอคอดขวด ให้ดูดน้ำออกมาโถงที่ 2 จากนั้น วางเครื่องสูบ 3 เครื่องที่ โถง 2 สูบน้ำออกมาโถงที่ 1 และวางเครื่องสูบอีก 1 เครื่อง จากโถงที่ 1 ออกสู่ปากถ้ำ เปิดเครื่องสูบน้ำทั้ง 8 เครื่องแบบเต็มกำลังต่อเนื่องเพียง 6 ชั่วโมง ปริมาณน้ำได้เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 2 กรกฏาคม นักดำน้ำชาวอังกฤษ และเจ้าหน้าที่หน่วยซีลสามารถดำน้ำเข้าไปต่อได้ และพบเด็กบริเวณเนินนมสาวในเวลาต่อมา

http://https://www.youtube.com/watch?v=vRHpDg3KJeM&feature=youtu.be

          อย่างไรก็ตามภารกิจยังไม่เสร็จสิ้นหลังพบเด็กก็มีการระดมกำลังเพื่อหาทางนำเด็กออกจากถ้ำ โดยจะมีการนำเครื่องสูบน้ำจากที่อื่น ไปวางในจุดที่เป็นจุดขนาดเล็ก ที่เครื่องสูบน้ำ Turbo Jet ไม่สามารถวางได้ แต่ปรากฏว่ากำลังของเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กไม่เพียงพอ ตนจึงตัดสินใจเดินทางกลับมาเพชรบุรี เพื่อผลิตเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กระบบ Turbo Jet อีกจำนวน 5 เครื่องไปวางในจุดที่เครื่องสูบน้ำชุดแรกซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าวางไม่ได้ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สามารถนำเด็กออกมาได้ทั้งหมดก่อน โดยทยอยนำเด็กมามาตั้งแต่วันที่ 8-10 กรกฏาคม นับเวลาที่ทีมหมูป่าติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำ นางนอน รวมกว่า 17 วัน

        ผมทุ่มเททุกอย่าง หาทุกทางที่จะได้ช่วยเด็ก ทิ้งงานที่บ้านเดินทางไกลมากว่า 1,000 กิโลเมตรเพราะใจล้วนๆ ไม่ได้ต้องการชื่อเสียงหรือรางวัลใดๆ ดีใจมากและหายเหนื่อยหลังสามารถช่วยเหลือน้องๆ ทั้ง 13 คน สามารถออกมาจากถ้ำหลวงได้ครบอย่างปลอดภัยทุกคน ขอแค่นี้ผมก็พอใจแล้ว ผมไม่ใช่ฮีโร่ แต่ทุกคนทุกฝ่ายที่รวมพลังกันช่วยเหลือในภารกิจครั้งนี้ คือ ฮีโร่” นายนภดล นิยมค้า“ผู้ใหญ่ตั้น” หนึ่งในผู้ปิดทองหลังพระที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ประสบภัย ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย 

 

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!