เพชรบุรีขานรับเป็นจังหวัดนำร่องหนึ่งใน 5 จังหวัดด้านการท่องเที่ยว

จากกรณีที่ภาครัฐมีแผนการเปิด 5 จังหวัด นำร่องด้านการท่องเที่ยวในสถานการณ์โควิด-19 เฟส 2 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จ.ชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) จ.เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่แตง อ.แม่ริม อ.ดอยเต่า) จ.เพชรบุรี (ชะอำ) และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งได้ตั้งเป้าเปิดนำร่องให้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2564

                นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก (เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ภาคธุรกิจเอกชนที่ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรมกำลังรอเพียงให้พนักงานและทุกองคาพยพของผู้ประกอบการฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด-19 ให้ครบ 2 เข็มก่อน ขณะนี้เดินหน้าไปประมาณ 50% แล้ว คาดว่าจะเกินกว่า 70% ขึ้นไปในเร็ววันนี้ จึงจะพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามขณะนี้โรงแรมและสถานประกอบการท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็เปิดให้บริการให้แก่คนไทยโดยเฉพาะอยู่แล้ว มีคนไทยมาท่องเที่ยวและใช้บริการทุกสุดสัปดาห์จำนวนไม่น้อย แต่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะมาไทยยังเงียบมาก ขณะนี้ยังไม่ทราบเลยว่านักท่องเที่ยวประเทศไหนที่มีความเสี่ยงน้อย ถ้านักท่องเที่ยวต่างชาติฉีดครบ 2 เข็มมาแล้วและไม่ต้องมากักตัวที่ประเทศไทยตามเงื่อนไข ก็คิดว่าจะตอบรับการมาเมืองไทยมากกว่าที่เป็นอยู่

                นายวสันต์กล่าวต่อไปว่า ตัวอย่างจากกรณีโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกและสมุยแซนด์บ็อก นักท่องเที่ยวต่างชาติจะไปที่นั่นต้องกักตัว 14 วัน และพบกับเงื่อนไขมากมาย ทำให้ผลประกอบการไม่ดีเท่าที่ควร การระบาดของโควิดฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่สามารถควบคุมให้สถานที่ท่องเที่ยวปลอดภัยได้เต็มที่ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยรู้ดีว่าควรจะเตรียมพร้อมและป้องกันตัวอย่างไรก่อนจะไปในแหล่งท่องเที่ยว สถานประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรมส่วนใหญ่ที่พนักงานฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มเกินกว่า 70%  ก็จะได้รับการรับรองมาตรฐาน SHA หรือ SHA Plus+ เพื่อสร้างความมั่นใจอยู่แล้ว

                “ปัญหาในเวลานี้คือมีสายการบินแห่งไหนบ้างที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย เพราะโควิดระบาดทั่วโลก เรากลัวเขา เขาก็กลัวเรา ทุกสายการบินนิ่งมาก การประกอบการไม่ว่าโรงแรมหรือสายการบินถ้าเปิดดำเนินการแล้วไม่คุ้ม ก็ไม่มีใครกล้าเปิดเพราะเสี่ยงต่อการขาดทุน” นายวสันต์กล่าว

                ด้าน นางวันเพ็ญ มังศรี รอง ผวจ.เพชรบุรี ที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวเปิดเผยว่า จ.เพชรบุรี ภาครัฐโดยจังหวัดเพชรบุรีได้กำหนดให้พื้นที่เขตเทศบาลเมืองชะอำ อ.ชะอำ ที่มีชายทะเลสวยงามเป็นพื้นที่เป้าหมายขานรับนโยบายเปิดเมืองครั้งนี้ โดยให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนเป็นอันดับแรก ทั้งผู้ประกอบการและพนักงานซึ่งเป็นผู้ให้บริการต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยรวมไม่ต่ำกว่า 70% นอกจากนี้ยังตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 7 คณะ ซึ่งคณะสำคัญคือคณะกรรมการจัดการวัคซีน คณะพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อรองรับพื้นที่นำร่อง คณะกรรมการบริหารจัดการฉุกเฉิน คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ และคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อย

                “ขณะนี้ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนในพื้นที่ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50% กำลังเร่งประสานกับฝ่ายปกครองให้ลงพื้นที่ท่องเที่ยวสำรวจว่าที่ใดยังมีใครที่ยังไม่ฉีดวัคซีน ก็ขอให้เร่งกระจายวัคซีนไปฉีดให้ทั่วถึง ส่วนการประชาสัมพันธ์ได้เชิญสื่อคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อร่วมทำแผนและกำหนดแนวทางประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้แพร่หลาย” นางวันเพ็ญกล่าว

                ด้าน นายนุกุล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ เปิดเผยว่าเทศบาลเมืองชะอำ มีประชากรเป้าหมายในการฉีดวัคซีน 28,730 คน โดยเทศบาลได้จัดสรรงบประมาณซื้อวัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์ม เพื่อเพิ่มเติมให้กับผู้ประกอบการที่พัก ร้านอาหาร และส่วนที่เกี่ยวข้องด้าน การท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลฯ ขณะนี้มีการฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 70% และมีเป้าหมายจะฉีดให้ประชาชนเกิน 80% มีการควบคุมมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทำให้ปัจจุบันเทศบาลเมืองชะอำมีความพร้อมในการเปิดเมืองรับการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างมั่นใจปลอดภัยโควิด-19 แน่นอน.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!