เพชรบุรีเร่งฉีด

นพ.เพชรฤกษ์ แทนสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผย “เพชรภูมิ” ถึงสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ช่วงตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2564 ของ จ.เพชรบุรี โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดจำนวน 3,249 ราย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อจำนวน 2,842 ราย พบเชื้อสะสม 549 ราย รอผล 21 ราย เสียชีวิตจำนวน 4 ราย รักษาหายจำนวน 436 ราย รักษาอยู่ 109 ราย

                “สำหรับการฉีดวัคซีนขณะนี้ได้เปิดให้จองใน 2 กลุ่มเป้าหมายคือ เป้าหมายแรกคือแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ -อสม.-ทหาร-ตำรวจ และผู้ที่ทำงานเป็นด่านหน้าที่ต้องสัมผัสกับประชาชนและมีอายุต่ำกว่า 60 ปี ได้เริ่มเข้ารับการฉีดวัคซีนไปแล้ว ส่วนผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มคนที่มี 3 โรคเรื้อรัง ก็ลงทะเบียนจองฉีดเข้ามาได้ทั้ง 3 ช่องทางคือ line OA หมอพร้อม, โทรศัพท์จองที่ รพ. และจองผ่านทาง อสม. สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปจะมีการเปิดให้จองในเดือน ก.ค.นี้ และรัฐบาลอาจจะจัดสรรวัคซีนเฉพาะกลุ่มมาให้ในระยะต่อไป”

                นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกล่าวต่อไปว่า ผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมในวันเข้ารับการฉีดคือ

1. พักผ่อนให้เพียงพอ

2. ดื่มน้ำเยอะ ๆ ทั้งก่อนฉีดและหลังฉีด

3. ก่อนฉีดจะมีการซักประวัติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับยาที่กำลังกิน, แจ้งโรคประจำตัว และประวัติแพ้ต่าง ๆ

4. ให้ฉีดแขนข้างที่ไม่ถนัด

5. หลังฉีดเสร็จ เจ้าหน้าที่จะให้นั่งรอดูอาการ 30 นาที หากมีอาการผิดปกติให้รีบแจ้ง

6. เมื่อกลับบ้านหลังฉีดวัคซีนหากมีอาการผิดปกติ เช่น แขนขาอ่อนแรงแน่นหน้าอก ให้รีบมาพบแพทย์ทันที

7. หลังฉีด 1,7, 30 วันจะมีระบบการแจ้งอาการข้างเคียง ผ่านทางไลน์ “หมอพร้อม” หรือ อสม. หรือเจ้าหน้าที่ รพ.สต.

                ต่อคำถามที่ว่าวัคซีนฉีดให้แก่ประชาชนจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ จึงจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นได้ ได้รับคำตอบว่า จ.เพชรบุรี มีประชากร ประมาณ 480,000 คนต้องฉีดประมาณ 70% คือ 336,000 คน จึงจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ ขณะนี้ได้ฉีดวัคซีนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์แล้วประมาณ 73% ส่วน อสม.-ทหาร-ตำรวจ และบุคคลด่านหน้าฉีดไปแล้วบางส่วน โดยวัคซีนจะทยอยจัดสรรมาเรื่อย ๆ

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่องทางการสมัครเข้ารับการฉีดวัคซีนผ่านคิวอาร์โค้ด “หมอพร้อม” มีปัญหาต่อความเข้าใจของในการใช้ช่องทางนี้ของผู้ต้องการเข้ารับบริการมากน้อยเพียงใด ได้รับการอธิบายว่า เนื่องจากระบบมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอาจต้องอัปเดตระบบเป็นระยะ โดยเมื่อ add line OA หมอพร้อมแล้ว ให้ลงทะเบียนโดยลูกหลานสามารถลงทะเบียนให้คนในครอบครัวที่ไม่มีสมาร์ทโฟนได้ แต่ถ้าไม่มีสมาร์ทโฟนก็สามารถโทรมาจองวัคซีนที่โรงพยาบาลในภูมิลำเนา หรือแจ้งผ่าน อสม. หรือ รพ.สต. ในพื้นที่ที่ท่านอยู่ได้ช่วงนี้เปิดให้จองใน 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 7 โรคเรื้อรังหากไม่ได้อยู่ใน 2 กลุ่มนี้ จะสามารถจองได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม

                “มีหลายคนไม่มีความเชื่อมั่นในวัคซีนบางยี่ห้อเพราะมีเสียงลือต่าง ๆ นานา และไม่กล้าฉีด ก็ต้องขอชี้แจงว่าการฉีดวัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ แต่ลดอาการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตซึ่งการป่วยติดเชื้อต้องเข้ารับการรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน และอัตราการเสียชีวิตขณะนี้ก็ยังพบอย่างต่อเนื่อง โดยการฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันมากพอเมื่อฉีดครบ 2 เข็ม ทั้งนี้การพบอาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนพบได้ในทุกยี่ห้อ ซึ่งอาการข้างเคียงจะเกิดประมาณ 1 – 2 วัน ก็จะดีขึ้นและปกติ”

                นพ.เพชรฤกษ์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า จำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ใน จ.เพชรบุรี ขณะนี้มีเพียงพอข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ค. โรงพยาบาลประจำอำเภอจำนวน 8 แห่ง มีเตียงทั้งหมดจำนวน 153 เตียงใช้รับผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 55 เตียง ยังมีเตียงเหลือ 98 เตียง และสถานที่แยกกักกักตัวผู้ป่วยโควิด-19 และกลุ่มเสี่ยงจำนวน 3 แห่ง มีเตียงทั้งหมด 355 เตียง ใช้รับผู้ป่วยโควิด-19 และกลุ่มเสี่ยง 117 เตียง เตียงเหลือ 238 เตียง สรุปแล้วมีเตียงเหลือทั้งหมดจำนวน 336 เตียง ส่วนการสร้างโรงพยาบาลสนาม จ.เพชรบุรี ยังไม่มีการจัดทำเนื่องจากจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ยังมีเพียงพอ

                “ขอให้พ่อแม่พี่น้องชาว จ.เพชรบุรี ล็อกดาวน์ตัวเอง อย่าออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องออก ก็ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ คือ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา อย่าไปในพื้นที่เสี่ยง เว้นระยะห่างทางสังคม ใช้ช้อนกลางของตัวเอง ทำความสะอาดมือ

ด้วยเจลแอลกอฮอล์อยู่เสมอ สงสัยว่าติดเชื้อหรือไม่ ให้รีบไปตรวจพิสูจน์ทันที และอย่าปกปิดข้อมูลไทม์ไลน์ และสุดท้ายขอให้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนกันให้ครบทุกคน เพื่อให้เกิดภูมิต้านทานหมู่ การขับเคลื่อนประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ถ้าเราร่วมใจกัน”

                ส่วนกรณีที่ ศบค.ประกาศให้ประชาชนสามารถใช้วิธีวอล์คอิน (Walk-in) หมายถึงเข้าฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ได้ ทันทีโดยไม่ต้องมีการนัดหมายหรือจองล่วงหน้าโดยกำหนดเริ่ม ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนั้น นพ.เพชรฤกษ์กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ในพื้นที่ จ.เพชรบุรีแบ่งเป็น 3 รูปแบบที่จะเข้าถึงการฉีดวัคซีน คือลงทะเบียนนัดหมายผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เป็นหมู่คณะสถานประกอบการ, และผู้ใช้วิธีวอล์คอินได้กำหนดสถานที่ให้บริการไว้ 4 แห่ง คือ รพ.เขาย้อย, รพ.ท่ายาง, รพ.บ้านลาด และที่ว่าการอำเภอชะอำ โดยผู้วอล์คอินจะได้รับการฉีดต่อจากผู้ที่มีการลงทะเบียนเข้าฉีดวัคซีนที่ได้ลงทะเบียนตามระบบเดิม ในรูปแบบออนไลน์”หมอพร้อม” หรือแจ้งชื่อผ่านทาง อสม. ครบตามจำนวนคิวของแต่ละวันเพื่อให้สิทธิ์กับผู้จองตามระบบก่อน.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!