เพชรบุรีโควิด-19

                สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 15-30 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันที่ 16 กรกฎาคม พบคลัสเตอร์กลุ่มผู้ติดเชื้อใหม่เป็นแรงงานต่างด้าวเรือประมงที่สะพานปลา อ.ชะอำ อำเภอชะอำต้องประกาศปิดสะพานปลา กักตัว พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และแจ้งแนวทางปฏิบัติการนำเรือเข้า-ออกเทียบท่าในพื้นที่ อ.ชะอำ อย่างเคร่งครัดคณะกรรมการควบคุมโรคฯ ประกาศให้เรือทุกลำที่ประสงค์จะเข้าเทียบท่า ณ ท่าเรือในพื้นที่ อ.ชะอำ จะต้องแจ้งก่อนวันเรือเทียบท่าล่วงหน้า 2 วัน และไม่อนุญาตให้ลูกเรือออกนอกบริเวณท่าเทียบเรือโดยเด็ดขาด

                นอกจากนี้ยังตรวจพบชาวเพชรบุรีบางส่วนติดเชื้อมาจากคลัสเตอร์ตลาดที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ จ.เพชรบุรี มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นและมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมสูงเป็นลำดับที่ 8 ของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม และตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม จ.เพชรบุรี มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 รายทุกวัน

                ในส่วนการป้องกันการแพร่ระบาดจากพื้นที่เสี่ยง คณะกรรมการโรคติดต่อฯ ประกาศให้ผู้ที่มาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด (กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา) หากกรณีมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางเข้าจังหวัดเพชรบุรีต้องมีเอกสารรับรองที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่มีให้ลงทะเบียนการเดินทางเข้าพื้นที่ผ่านเว็บไซต์หยุดเชื้อเพื่อชาติ https://covid-19.in.th เมื่อกรอกแล้วจะได้รับ QR Code เพื่อเก็บไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ และให้ลงทะเบียนผ่าน Application ไทยชนะที่ด่านตรวจทุกคน

                ด้านความปลอดภัยทางสุขภาพของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ได้ประกาศให้เลื่อนการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ On site จากเดิมที่จะเปิดวันที่ 2 สิงหาคม ไปเปิดเรียนในภาคเรียนที่ 2/2564โดยให้คงมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด

                ด้านการเตรียมพร้อมคณะกรรมการโรคติดต่อฯประกาศให้ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และมีภูมิลำเนาอยู่ จ.เพชรบุรีที่อยากกลับมารักษาตัวที่เพชรบุรีโดยไม่เสี่ยงแพร่เชื้อสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่โทร. 032-400099 สายด่วนโควิด-19 จ.เพชรบุรี เพื่อประสานงานในการเดินทางและเตรียมการรักษาและเปิดเพิ่มโรงพยาบาลสนามและสถานที่ศูนย์พักคอยจำนวนหลายแห่งในหลายพื้นที่ อาทิ อ.เมือง อ.ชะอำ อ.บ้านแหลม อ.ท่ายาง เพื่อเป็นที่กักตัว โดยมีมาตรการช่วยเหลือดูแลด้วยระบบทางการแพทย์.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!