เลื่อนเปิดเทอมไปเป็นวันจันทร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔การจัดการเรียนการสอนคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

การแพร่ระบาดของเชื้อโรค ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ในระลอกสามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลง กรุงเทพฯและปริมณฑลมีการประกาศล็อกดาวน์และกำหนดมาตรการการเข้า-ออกพื้นที่ ขณะเดียวกันจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากหลายจังหวัดทั่วประเทศก็ยังคงทวีจำนวนมากขึ้นจนน่าวิตก ส่งผลถึงการเปิดภาคเรียนของโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี ๒๕๖๔ เลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ไปเป็นวันที่ ๑๔ มิถุนายน และ ๑ กรกฎาคม ตามลำดับ ล่าสุดประกาศให้ทุกโรงเรียนใน จ.เพชรบุรี เลื่อนเปิดการเรียนแบบ ON-SITE ไปเป็นวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔

นายสมสันต์ ลือกำลัง ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี ให้เกียรติตอบคำสัมภาษณ์ “เพชรภูมิ” ถึงการเรียนการสอนในภาวะไม่ปกตินี้ทั้งในห้วงก่อนและหลังอนุญาตให้เดินทางมาเรียนที่โรงเรียนตามปกติ กอง บก.เพชรภูมิ ขอขอบพระคุณท่านศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี มา ณ โอกาสนี้

: การเปิดโรงเรียนในวันที่ ๑ กรกฎาคมนี้ เท่าที่ประเมินในขณะนี้ โรงเรียนใน จ.เพชรบุรี มีความพร้อมแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ?

ขณะนี้โรงเรียนทุกแห่งในจังหวัดเพชรบุรี ได้เปิดการเรียนภาคเรียนที่ ๑ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๔ เรียบร้อยแล้ว โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบทางไกล ๔ รูปแบบ ได้แก่ . ON-AIR เรียนผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ หรือ DLTV  ๒. ON-DEMAND เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ . ONLINE เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต และ . ON-HAND เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน ในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่น ๆ

แต่สำหรับการเรียนในรูปแบบ ON-SITE เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) ซึ่งเดิม ศบค.จังหวัดเพชรบุรี กำหนดให้จัดเรียนแบบ ON-SITE ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป แต่จากการประเมินสถานการณ์ จังหวัดเพชรบุรียังเป็นพื้นที่สีแดงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด และยังมีเชื้อโควิด-๑๙ ระบาดในหลายพื้นที่ สถานการณ์จึงยังไม่น่าไว้วางใจ ได้มีการประชุมผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและสถานศึกษาในจังหวัดเพชรบุรี มีมติให้เลื่อนการจัดการเรียนในรูปแบบ ON-SITE ไปเป็นวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโควิด-๑๙ ในสถานศึกษา

ให้ผู้ปกครอง นักเรียน ครู บุคลากร และสถานศึกษา มีความมั่นใจในการจัดการเรียนการสอนโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ปฏิบัติการเรียนรู้ภายใต้ความปลอดภัยตามคู่มือการเรียนในรูปแบบ ON-SITE โรงเรียนหรือสถานศึกษาต้องดำเนินการประเมิน Thai Stop Covid Plus ๔๔ ข้อ โดยมีสาธารณสุขในพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือโรงเรียนให้ทำการประเมินให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังต้องมีการประเมินทั้งครูและนักเรียน ภายใต้แบบประเมิน Thai Save Thai Application มีการกลั่นกรองในหลายรูปแบบ จนกระทั่งมีการอนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนภายใต้รูปแบบ ON-SITE ได้

: เท่าที่ประเมินในห้วงที่ผ่านมา การเรียนออนไลน์ของโรงเรียนต่าง ๆ ได้ผลในด้านการเรียนการสอนมากน้อยเพียงใด ?

ในสถานการณ์โควิด-๑๙ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พยายามให้มีการจัดการรูปแบบการเรียนรู้ เพื่อที่จะให้ผู้เรียนไม่หยุดกระบวนการเรียนรู้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมและทั่วโลกมาก่อน เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ได้ ซึ่งได้มีการชี้แจงไปแล้วว่าจะมีการเรียนออนไลน์ของโรงเรียนต่าง ๆ ภายใต้ ๔ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ONLINE, ON-AIR, ON-DEMAND, ON-HAND แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาเชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการที่ผู้เรียนและผู้สอนได้มีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกัน

การเรียนออนไลน์ถือว่าเป็นการปิดกั้นและทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เนื่องจากยังมีเด็กจำนวนมากที่ยังขาดอุปกรณ์สำหรับการเรียนในรูปแบบดังกล่าว แม้ว่าในระดับ ปวช. และ ปวส. จะไม่มีปัญหา จัดการสอนภาคทฤษฏีไปก่อน โทรศัพท์ของนักเรียนนักศึกษามีระบบรองรับได้ โดยใช้โปรแกรม google classroom ระบบ Zoom Clound Meetings ระบบ Microsoft Teams และระบบ ON-line ประกอบกับการใช้หนังสือเรียนและใบงาน ความรู้ที่ได้รับประมาณ ๘๐ % ส่วนภาคปฏิบัติต้องมาเรียนที่ในสถานศึกษาเท่านั้น

: ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี ได้เร่งรัดหรือติดตามให้ผู้บริหาร-คณะครูของแต่ละโรงเรียนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ อย่างไรหรือไม่ ?

ในเรื่องวัคซีนได้มีการผลักดันมาตลอด ด้วยการเสนอรายชื่อผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา ทุกหน่วยทุกคน ขอรับการฉีดวัคซีนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีเป็นลำดับแรก ๆ เพื่อความปลอดภัยของครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งขณะนี้กำลังทยอยฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ครบทุกคนภายในวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔

: หลังเปิดภาคเรียนและเด็กสามารถไปเรียนที่โรงเรียนได้แล้ว หากพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ โรงเรียนต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหา ?

การเปิดเรียน อาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่เราไม่คาดคิด กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มีการตั้งศูนย์กลางให้ความช่วยเหลือเฉพาะกิจ โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ร่วมกันรับฟังปัญหาให้กับทุกโรงเรียน ทุกพื้นที่ ที่อาจจะมีเหตุการณ์ที่เกินกำลังที่จะแก้ไข ซึ่งจะได้เชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแก้ปัญหาในด้านการเรียนการสอนต่าง ๆ ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด โดยในระดับพื้นที่ได้ออกมาตรการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ แก่หน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัดเพชรบุรี การให้ความช่วยเหลือนักเรียนหรือผู้ปกครองที่ประสบปัญหาจากภาวะวิกฤติของโรคโควิด-๑๙ และเตรียมการจัดระบบการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างปลอดภัยสูงสุด.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!