เสน่ห์ปลายพู่กัน “อาวุธ บุตรเล็ก” บอกเล่าวิถีเมืองเพชรผ่านภาพเขียนสี

วัวไทยด่างดำ-ขาวรูปร่างปราดเปรียว สวมใส่เขารอง คาดเพชร อ้อมเพชรที่ประดับด้วยพู่ไหมพรมหลากสี ยืนเด่นเป็นสง่าบนทุ่งนาสีทองเหลืองอร่ามในฤดูกาลเก็บเกี่ยว เป็นภาพวาดสีน้ำมันจากปลายพู่กันของ “อาวุธ บุตรเล็ก” หรือ ป้อม ชื่อเล่นพยางค์เดียวที่คนในแวดวงศิลปะเมืองเพชรรู้จักกันดี

                อาวุธบอกว่า วัวด่างตัวนี้มีตัวตนจริง ชื่อเจ้า โพธิ์ศรี เป็นวัวลานของ “ผู้ใหญ่แก่น” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านกุ่ม เห็นครั้งแรกประทับใจลวดลายด่างของมัน ถูกใจชนิดตามไปดูที่สนามแข่งเป็นวัวนอกฝีเท้าดีใช้กล้องถ่ายรูปบันทึกไว้แล้วนำกลับมาเขียนภาพสีน้ำมัน ขนาดชิ้นงานไม่ใหญ่ประมาณ 40 x 30 เซนติเมตร ใส่กรอบไม้หลุยส์อย่างดี มีหลายคนมาขอซื้อก็ไม่ขาย แต่ยินดีที่จะเขียนรูปให้ใหม่ เจ้าโพธิ์ศรีจึงถูกวาดใหม่อีกหลายครั้ง หลังสุดนี้วาดลงเฟรมผ้าใบขนาดใหญ่ถึง 120 x 90 เซนติเมตร เป็นภาพวัวตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยวาดมา

                อาวุธ บุตรเล็กเป็นลูกชายในพี่น้อง 6 คน บิดารับราชการตำรวจ มารดาประกอบอาชีพค้าขาย ครอบครัวทางพ่อพื้นเพเป็นคนตำบลท่าเสน อำเภอบ้านลาด เป็นครอบครัวช่างทองรูปพรรณโบราณ ส่วนฝั่งแม่เป็นสาวไทยพวนบ้านไผ่ ตำบลหนองปลาไหลอ.เขาย้อย มีอาชีพค้าขายและมีฝีมือด้านการเย็บปักถักร้อย ทั้งคู่มาลงหลักปักฐานซื้อบ้านหลังหนึ่งในตัวเมืองเพชรบุรี ใกล้ ๆ วัดโคกสี่แยกอรุณประดิษฐ เด็กชายป้อมวิ่งเล่นเติบโตมาในย่านคลองกระแชง เข้าเรียนอนุบาลที่ รร.ปริยัติรังสรรค์ เรียนประถมที่ รร.เทศบาล 1 วัดแก่นเหล็กฯ เรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่ รร.คงคาราม ส่วนความชอบวาดรูปมีมาตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล หยิบแท่งฟืนในเตาถ่านมาเขียนเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ตามภาพที่เห็นในโทรทัศน์ขาวดำ โดยเฉพาะหนังคาวบอยตะวันตกสไตล์อเมริกัน ยิงปืนขี่ม้าไล่ควบกัน ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาฝึกเขียนรูปเหมือนมาตลอด กระทั่งมาเรียนศิลปะกับ “ครูเล็ก โชคลาภ” และ “ครูประวิทย์ นิลงาม” ที่ รร.คงคาราม ครูทั้งคู่เห็นแววฝีมือการวาดรูปพาไปประกวดแข่งขันวาดรูปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านศิลปะมาอย่างต่อเนื่อง

                กระทั่งจบมัธยมต้นไปเรียนต่อระดับ ปวช. ที่ โรงเรียนอาชีวศิลป์ศึกษา กรุงเทพฯ ที่นี่เปิดโลกศิลปะให้กับอาวุธ บุตรเล็ก ได้เรียนรู้งานศิลปะหลากหลายแขนง จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ แต่สิ่งที่เขาชื่นชอบมากที่สุดก็คือ งานจิตรกรรมสากล โดยเฉพาะการเขียนรูปเหมือน ทั้งภาพคน สัตว์ ธรรมชาติ รวมถึงสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เมื่อเรียนจบ ได้สอบเข้าเรียน ปวส.วิทยาลัยเพาะช่าง คณะวิจิตรศิลป์ แผนกจิตรกรรมสากล ระยะเวลา 2 ปีทำให้เขาช่ำชองการเขียนภาพเหมือนด้วยเทคนิคต่าง ๆ ทั้งภาพวาดลายเส้น ภาพเขียนสีน้ำ สีน้ำมันที่ถนัดและชื่นชอบมากที่สุด แต่เส้นทางการศึกษาของเขาหมดลงเท่านี้ อาวุธไม่ได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีตามที่ตั้งใจไว้ เนื่องจากทางบ้านต้องส่งเสียพี่ชาย 2 คนที่กำลังเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง อาวุธจึงเลือกใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนออกมาหางานทำในบริษัทเอกชนแทนที่จะเป็นจิตรกรหรือศิลปินเขียนภาพอิสระ

                อาวุธเล่าว่า เขาทำงานฝ่ายศิลป์ในบริษัทโฆษณาออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ โฆษณาสินค้าต่าง ๆ มากมาย เสื้อผ้า รถยนต์ รถจักรยาน รับหน้าที่ในการเขียนสตอรี่บอร์ด ยุคนั้นใช้มือวาดภาพและออกแบบทั้งหมด ไม่มีคอมพิวเตอร์เหมือนสมัยนี้ เป็นช่วงวัยหนุ่มสนุกและเต็มที่กับงาน ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนงานค่อนข้างบ่อย ช่วงระยะเวลา 11 ปี ทำงานบริษัทโฆษณารวมทั้งหมด 17 แห่ง บางบริษัททำ 10 – 11 วันก็มี สุดท้ายตัดสินใจออกมาทำอาชีพอิสระ เลือกที่จะกลับบ้าน กลับมาเขียนรูป ตอนนั้นอายุ 34-35 ปี ได้ชวนภรรยา กลับมาเปิดร้านเขียนรูปที่เพชรบุรี เช่าตึกแถวข้างน้ำพุ ถนนดำเนินเกษมตรงข้ามกับธนาคารไทยพาณิชย์ ใช้ชื่อร้านว่า “บ้านเดิม แกลเลอรี” รับเขียนรูป งานออกแบบต่าง ๆ ป้ายไม้ ป้ายโฆษณากรอบรูป สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจนเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของคนเมืองเพชรบุรี มีโอกาสได้ร่วมแสดงภาพเขียนในงาน “ลานศิลปินเมืองเพชร”ข้างจวนผู้ว่าฯ ที่ อาจารย์สัณฐาน ถิรมนัส เป็นผู้ริเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 รวมถึงได้ร่วมแสดงนิทรรศการผลงานศิลปะของหน่วยงานต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นบทพิสูจน์ว่า อาวุธ บุตรเล็กเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัวด้วยงานศิลปะ และที่บ้านเดิมนี่เองทำให้อาวุธ บุตรเล็ก ได้รู้จักกับ “อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์” ศิลปินแห่งชาติ ประติมากรผู้มีชื่อเสียงที่เป็นชาวเมืองเพชรบุรี ลูกศิษย์คนสำคัญของ อ.ศิลป์ พีระศรี ได้มีโอกาสมาแวะเวียนเยี่ยมชมผลงานของอาวุธ บุตรเล็ก อยู่บ่อยครั้ง ก่อนที่อาวุธจะตัดสินใจย้ายร้านบ้านเดิมไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ย่านบ้านกุ่มอ.เมืองเพชรบุรี รวมระยะเวลา 17 ปี จากนั้นจะมีเหตุการณ์ทำให้เขาต้องย้ายไปอยู่นนทบุรีนานถึง 3 ปี ก่อนที่จะกลับมาเขียนรูปที่เพชรบุรีอีกครั้งในสถานแห่งใหม่ที่มีชื่อว่า “คลองกระแชง แกลเลอรี” เมื่อปี พ.ศ. 2555 หลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่

                ภายในตึกแถวย่านถนนคลองกระแชง ใกล้กับเชิงสะพานจอมเกล้าชั้นล่างเป็นสถานที่ทำงานและจัดแสดงผลงานศิลปะของอาวุธ บุตรเล็กขาตั้งเฟรมผ้าใบทำจากไม้ขนาดใหญ่ อุปกรณ์การเขียนรูปภาพทั้งพู่กันหลากหลายขนาด หลอดสีน้ำมัน แผ่นจานสี จัดวางเป็นระเบียบ เป็นทั้งบ้านและที่ทำงานของจิตรกรรุ่นใหญ่ในวัย 64 ปี เมื่อ 2 – 3 ปีที่แล้วเผชิญปัญหาด้านสุขภาพ ด้วยความที่อาวุธทำงานเขียนรูปช่วงเวลากลางคืน ทำให้พักผ่อนน้อย ส่งผลทำให้ร่างกายเหนื่อยง่าย กระทั่งในปี พ.ศ. 2562 ได้เข้ารับการรักษาตัวอยู่เป็นแรมเดือน ก่อนจะกลับมาพักพื้นที่บ้าน

                หลังจากหายจากอาการเจ็บป่วย อาวุธ บุตรเล็กกลับมามุ่งมั่นเขียนภาพสีน้ำมัน ชุด “วัวไทยเพชรบุรี” จากรูปถ่ายและความทรงจำในอดีตได้ถ่ายทอดเสน่ห์และความงดงามของ “วัวไทย” สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเพชรบุรี ด้วยสไตล์การเขียนภาพเหมือนจริงสีสะอาด ใส่ใจเก็บรายละเอียด แม้กระทั่งเส้นขนที่เขียนด้วยพู่กันเบอร์ 0 เป็นสไตล์การเขียนภาพสีน้ำมันตามแบบฉบับของอาวุธ บุตรเล็ก ซึ่งมีผู้ชื่นชอบ ยอมรับในทักษะฝีมือ และเห็นคุณค่าของการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมสากลได้ให้การสนับสนุนอยู่สม่ำเสมอ ประกอบกับปีนี้เป็น “ปีฉลู” อาวุธคาดหวังว่าผลงานชุดนี้จะนำไปจัดแสดงในงานพระนครคีรีเมืองเพชร แต่ด้วยสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 งานพระนครคีรีปีนี้จึงงดไปโดยปริยาย

                อาวุธ บุตรเล็ก ในวัย 64 ปี บอกกับทุกคนเสมอว่า เขาเป็นช่างเขียนภาพ เป็นจิตรกรธรรมดาคนหนึ่ง ไม่อาจหาญว่าเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งที่การมีผลงานสร้างสรรค์มาทั้งชีวิตเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “อาวุธ บุตรเล็กเป็นศิลปินเมืองเพชรอย่างแท้จริง” ดำเนินชีวิตอยู่ได้จากการทำงานศิลปะ มีรายได้จากการเขียนภาพ ขณะเดียวกันภาพวาดของอาวุธก็แสดงออกถึงความงดงามของเมืองเพชรบุรี ผ่านภาพวาดวิถีชีวิต วัดวาอาราม การที่กลับมาอยู่ที่เพชรบุรีอีกครั้ง ก็มีความตั้งใจในการพัฒนาชุมชนคลองกระแชง พัฒนาเมืองเพชรบุรีด้วยมุมมองและประสบการณ์ด้านศิลปะ  ขณะเดียวกันอาวุธ บุตรเล็กเป็นแรงบันดาลใจให้กับลูกชาย “รักษ์ศิลป์ อัศวนนท์” บุตรชายวัย 28 ปี ที่เจริญรอยตามในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในแบบฉบับของตนเอง

                ผู้ที่สนใจในงานศิลปะ สามารถเข้าไปพูดคุยชื่นชมผลงานจิตรกรรมและงานศิลปะอื่น ของอาวุธ บุตรเล็กได้ที่คลองกระแชงอาร์ทแกลเลอรีถนนคลองกระแชง ใกล้กับสะพานจอมเกล้า .เมืองเพชรบุรี สอบถามได้ที่หมายเลข 0891581332

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!