เสน่ห์สำนวนไทย 2 พ.ค. 64

ล้อม เพ็งแก้ว ข้อมูล-ทัศนะ

จตุพร บุญประเสริฐ เรียบเรียง

หิวแสง

                ความหิว ความอิ่ม เป็นคำบอกอาการ (อาการนาม) ที่เป็นคู่ตรงข้ามกัน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ นิยามทั้งสองคำนี้ไว้ว่า

                หิว ก. อยากกิน อยากดื่ม โดยปริยายหมายถึงอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น หิวเงิน

                อิ่ม ก. เต็มแล้ว พอแล้ว หายหิว หายอยาก

                ธรรมดาของสิ่งมีชีวิตเมื่อหิวก็ต้องหาของกินเข้าไปให้อิ่มท้อง จะกินมากกินน้อยก็ตามสะดวก หิวข้าวก็กินข้าว หิวน้ำก็กินน้ำ หิวขนมก็กินขนม เพื่อจะได้ไม่ต้องทนทรมานกับภาวะที่ร่างการขาดอาหาร หากหิวแล้วไม่กินหรือทนต่อความหิวหลายวันเข้าร่างกายก็เริ่มสึกหรอ ระบบการทำงานของร่างกายก็จะเริ่มย่อยกระเพาะตัวเอง ความรู้นี้คนทั่วไปก็เข้าใจกันดี หรือถ้าอยากจะทราบว่าเมื่อร่างกายขาดอาหารตกถึงท้องนานหลายวันจะเป็นอย่างไร ก็ตามได้จากข่าวของคุณเพนกวิน ที่ยอมอดอาหารมากว่า ๔๔ วัน เพื่อประท้วงหลังจากที่ศาลไม่ให้ประกันตัวในคดี ม.๑๑๒ และคดีการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งกรณีของคุณเพนกวิน เป็นการอดและทนกับความหิวเพื่อเรียกร้อง ต่อรอง มุ่งเอาชนะและเพื่อความสะใจ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาดูจะริบหรี่จนน่าเป็นห่วง

                ความหิว ถูกนำมาใช้ในลักษณะของความหมายแฝง หมายถึง อยากได้สิ่งนั้นมาสนองความสุข ความต้องการของตนเองทั้ง ๆ ที่ตนเองก็พอมีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนนัก ส่วนใหญ่ใช้ในความหมายเชิงลบเสียมากกว่า เช่น หิวเงิน ตามที่พจนานุกรมฯ นิยาม คือ คนที่อยากมีเงินมาก ๆ จนทำทุกวิถีทางให้ได้เงินมาแม้จะต้องเป็นการกระทำที่ทุศีลก็ตาม

                หิวแสง ก็เป็นความหิวอีกรูปแบบหนึ่งที่เห็นนำมาใช้กันแพร่หลายในสื่อต่าง ๆ ทั้งข่าวบันเทิง ข่าวการเมือง รวมถึงถ้อยคำที่คนทั่วไปต่างก็ใช้กัน มีตัวอย่าง เช่น

                รายการ SONDHI TALK (สนธิทอล์ก) นายสนธิ ลิ้มทองกุล พูดถึง ส.ศิวรักษ์ และเรียกว่าเป็น โมฆบุรุษ “หิวแสง” (ออกอากาศวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔)

                ข่าว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เรียก นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ว่าเป็น “พวกหิวแสง อยากเรียกกระแส” เพราะ “พี่ศรี” (ตามที่ข่าวเรียก) ร้องทุกเรื่องไม่เว้นหมากัดกัน (ข่าวไทยโพสต์ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔)

                ข่าว นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ว่า

                “คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ใช่ คนหิวแสง เพราะมีแสงอยู่แล้ว เพลา ๆ การเมืองลงบ้างก็ดี อย่าโหนโควิดสร้างแสงให้พรรคใหม่เลย สงสารประเทศบ้าง” (ข่าวไทยโพสต์ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔)

                แสง มีความหมายโดยอรรถว่า ความสว่าง สิ่งที่ทำให้ดวงตาแลเห็น

                อาการหิวแสงไม่ใช่พฤติกรรมของคน เพราะคนไม่จำเป็นต้องใช้แสงหรือกินแสงเพื่อให้อิ่ม ซึ่งต่างจากพืชที่มีความจำเป็นในการใช้แสงเพื่อสังเคราะห์ให้เกิดการเจริญเติบโต แต่ก็มีพืชบางชนิดที่มักจะหิวแสง ทั้ง ๆ อยู่กลางแดดร้อนเปรี้ยง คือ ข้าว ปรกติข้าวจะโน้มรวงลงดินเสมอ แต่จะมีข้าวบางรวงที่ตั้งรวงชูขึ้นหาแสงแดด แบบนี้เรียกว่า ข้าวหิวแสง จะได้ข้าวเมล็ดลีบ เล็ก ยิ่งถ้านาไหนมีข้าวหิวแสงทั้งกระทงเป็นอันขาดทุนกันพอดี

                หิวแสง นำมาใช้เป็นสำนวนมีความหมายเชิงเปรียบเทียบถึง คนที่อยากจะโดดเด่น อยากที่เป็นที่รู้จัก อยากมีตัวตนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป จึงต้องอาศัยช่องทางหรือแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ สื่อไปถึงคนอื่นให้รู้จักตนเองมากขึ้น

                สำนวนนี้น่าจะมาจากพฤติกรรมของนักร้อง นักแสดง ที่ต้องอาศัยแสงไฟสาดส่องตนเองเมื่ออยู่บนเวที เมื่อแสงไฟนั้นที่ส่องกระทบตัวเองก็จะมีความรู้สึกว่าตนเองโดดเด่น เหตุนี้จึงนำเอาพฤติกรรมดังกล่าวมาใช้ในเชิงเปรียบเทียบสำหรับเรียกคนที่ทำตัวอยากเด่นเป็นกระแสให้ต้องพูดถึงว่า หิวแสง หนักเข้าอาจเรียกว่า กระหายแสง ก็มี

                นี่ถ้าหากคนเรากินแสงเป็นอาหารหลักได้ก็จะดีไม่น้อยเลย พวกหิวแสงจะได้กินแสงที่ร้อน ๆ เข้าไปบ้างโลกจะได้เย็นขึ้น แต่คนหิวแสงส่วนใหญ่ก็จะหิวเฉพาะเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นให้ต้องพูดถึงก็เท่านั้น พอเรื่องเงียบลงแสงนั้นก็เริ่มหรี่ไม่ได้ยั่งยืนอะไร แต่ถ้าหิวแสงจนเป็นกระแสขึ้นบ่อย ๆ แล้วไม่ได้ก่อประโยชน์อันเป็นมรรคผลอันใด เดี๋ยวคนก็เริ่มเบื่อแล้วก็ลืมพวกหิวแสงไปเอง หรือไม่ก็ปล่อยให้หิวตายไปเถอะ

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!