เหตุเบื้องต้นของโควิดระลอกใหม่

มนู  อุดมเวช

            ตลอดกลางปี พ.ศ. 2563 ประเทศไทยรับมือศึกโควิดได้สวยงาม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นจะเห็นได้ชัด. ถึงช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน ประเทศไทยแทบจะไม่มีคนติดโรคนี้เลย เราพ้นจากประเทศที่ติดเชื้อมากอันดับที่ 2 มาเป็นอันดับที่ราว 150 ได้อย่างเหลือเชื่อ ขณะที่ประเทศซึ่งมีเทคโนโลยี มียา มีองค์ความรู้ดีกว่าเราหลายประเทศ ล่มจมดำดิ่งสู่หายนะยุคโควิด 19 อย่างรวดเร็ว เราคิดว่า ปีใหม่ 2564 และสงกรานต์ 2564 คนไทยคงจะได้สนุกสนานเป็นที่แน่นอน

            แต่แล้ว. . . ! ธันวาคม 2563 ก็เกิดการระบาดใหญ่ จากบ่อนการพนันผิดกฎหมายบ่อนใหญ่ที่ระยอง และจากแรงงานต่างชาติ (เถื่อน) ที่สมุทรสาคร นักพนันที่เล่นในบ่อนเถื่อน ได้พาเชื้อโรคกลับบ้านไปอีกหลายจังหวัด ประเทศไทยต้องทุ่มเทกำลังเงิน กำลังคนมากมาย เพื่อสกัดการระบาด, ตามขั้นตอน มีการติดตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วยทุกคน เพื่อหาผู้มีโอกาสติดเชื้อ – สอบสวนโรค – แล้วเอาตัวมาตรวจ

            หลังจาก อสม. แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เหนื่อยกันสายตัวแทบขาดอีกครั้ง ตลอดเดือนมกราคมกับกุมภาพันธ์ ถึงมีนาคม สถานการณ์ก็เริ่มคลี่คลายดีขึ้น ชาวไทยเริ่มเตรียมตัวรับนักท่องเที่ยวเพื่อหารายได้ และเตรียมตัวสนุกกับงานสงกรานต์ . . .

            แต่ . . . เวรกรรมประเทศนี้ยังไม่สิ้น . . . เกิดระบาดใหญ่ระลอกใหม่อีก ที่มากมายยิ่งกว่าเดิม ขยายตัวเป็นวงกว้างเกือบทั้งประเทศ พุ่งกระฉูดตลอดต้นเดือนเมษายน!

            ระบาดจากผับ บาร์ ผิดกฎหมาย โดยแหล่งใหญ่คือแถวซอยทองหล่อ กรุงเทพฯ

            จากวันแรก ๆ ที่พบว่านักเที่ยวกิเลสหนาปัญญาควายและคนใกล้ชิดเจ็บป่วยวันละไม่กี่สิบคน กลายเป็นวันต่อ ๆ มีจำนวนถึงเลขหลักร้อย . . .  แล้วก็หลายร้อยต่อวัน – หลายจังหวัดเป็นร้อย ๆ คนต่อวัน เชื้อที่ติดกันรอบหลังนี้เป็นเชื้อกลายพันธุ์ซึ่งระบาดได้ง่ายมากอีกด้วย!

            แล้วจะสอบสวนโรคอย่างไรกัน? เพราะคนป่วยแต่ละคนก็ไปสัมผัสติดต่อกับผู้คนมากมายมาแล้ว ก่อนจะรู้ตัวว่าป่วย เจ้าหน้าที่ต้องไปตามหาคนเหล่านั้นอีกหลายพันหลายหมื่นคน เพื่อตรวจสอบต่อไปว่าเขาติดโรคหรือเปล่า . . . งานหนักทั้งประเทศ เศรษฐกิจเสียหายทั้งประเทศ

            ถามว่า ทำไมเราปล่อยให้มีบ่อนเถื่อน มีผับ มีบาร์ ผิดกฎหมาย? บ้านเมืองประเทศไทยนี้ไม่มีขื่อไม่มีแปหรืออย่างไร?

            ทุกคนตอบได้ว่า กฎหมายของประเทศไทยเข้มงวดมากในเรื่องเหล่านี้ ถ้าจะเอากฎหมายเข้ามาจับกันจริง ๆ บ่อนเถื่อน และผับ บาร์ ที่มีผู้หญิงโป๊ให้ผู้ชายโง่ ๆไปดูไปลูบไปคลำเหล่านี้ ผิดกฎหมายมากมายหลายกระทง, แต่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทุกกระทรวงทบวงกรม เฉยชาไปหมด แม้แต่ตำรวจที่ต้องปราบปราบจับกุมเรื่องนี้โดยตรงก็เงียบงัน

            เหตุผลนั้นใคร ๆ ก็รู้ว่า เรื่องนี้เขามีการส่งส่วยกัน เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เกี่ยวข้องมากมาย ได้รับส่วย ได้รับเงินสินบน ที่เจ้าของผับเจ้าของบาร์ซึ่งทำผิดกฎหมาย ส่งให้เป็นรายเดือนรายงวดมากมายมหาศาล เป็นหมื่นเป็นแสน รวมเป็นล้าน ๆ บาท . . . ทุกคนตระหนักดีว่า ถ้าไม่มีการส่งเงินเป็นส่วย เป็นค่าคุ้มครอง สถานที่อโคจรซึ่งทำผิดกฎหมายแบบนี้ ไม่มีทางเปิดได้

            เงินซึ่งส่งจากสถานที่เหล่านี้ ถูกหักหัวคิวเป็นเบี้ยบ้ายรายทางไว้พอสมควร แล้วเหลือเป็นยอดใหญ่ส่งถึงนักการเมืองที่คุมหน่วยงาน คุมเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกทีหนึ่ง

            นักการเมืองใหญ่เหล่านั้น จะต้องเอาเงินส่วนหนึ่งเข้ากระเป๋าตัวเอง (ชดเชยทุนที่ซื้อเสียงเข้ามา และเป็นกำไรเข้าบ้าน), อีกส่วนหนึ่งจ่ายให้นักการเมืองลูกน้องตนที่สนับสนุนตัวเองอยู่ในพรรค, หัวคะแนนทั้งหลาย, และตุนไว้ซื้อเสียงในการเลือกตั้งรอบต่อไปอีก

            ในการเลือกตั้ง มีการแจกเงินสด ๆ ก่อนหน้านั้นก็มีการช่วยเหลือเป็นเงินเป็นข้าวของ เพื่อหาเสียงในพื้นที่มาแล้ว . . . พอถึงเวลาเลือกตั้ง คนไทยเราก็โง่พอที่จะเลือกนักการเมืองแจกเงิน หรือลงทุนให้ข้าวของล่วงหน้า – เข้าไปเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองต่อไปอีก

            สรุป โควิดระลอกนี้ ถ้าเจ็บป่วย, เดือดร้อน, หรือทำมาค้าขายไม่ได้ ก็ต้องโทษพวกเรานั่นแหละ ที่เลือกนักการเมืองแจกเงินซื้อเสียงเข้าไป

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!