เหนือฟ้า ๑ มิ.ย. ๖๔

เพชรบุรีติดโควิดเป็นที่ ๑

มนู  อุดมเวช

                ไม่น่าเชื่อว่า จังหวัดเพชรบุรีก็ขึ้นไปถึงอันดับ ๑ ในเรื่องการติดเชื้อโควิด ๑๙ แต่ผู้เกี่ยวข้องไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ซึ่งทำให้จัดการผิดพลาดต่อมาอีก ผู้เขียนขอชี้ให้เห็นดังต่อไปนี้ … …

                เราติดตามตัวเลขการติดเชื้อโควิด ๑๙ ของไทยกันมาหลายเดือน โดยเฉพาะเมื่อเทียบในระดับโลก คนไทยใจชื้นขึ้นเมื่อตัวเลขอันดับความแย่ของสถานการณ์ประเทศนี้ ลดจากที่ ๒ เมื่อต้นปี ๒๕๖๓ ไปเป็นถึงราวที่ ๑๕๐ เมื่อต้นปี ๒๕๖๔

                สำหรับเพชรบุรี, เดิมไม่ค่อยจะพบอะไรผิดปกติมากนัก, แต่แล้ว คนเพชรบุรีก็ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ช่วงที่มีรายงานว่า เพชรบุรี ขึ้นมาอยู่ในบัญชีหนึ่งในสิบของจังหวัดซึ่งสถานการณ์ร้ายแรงเมื่อกลางเดือนเมษายน จากนั้นก็ไต่อันดับขึ้นมาเป็นที่สองของประเทศไทยในเวลาไม่กี่วัน!

                 แหล่งติดเชื้อสำคัญคือโรงงานอิเลคทรอนิกส์ขนาดใหญ่ คนงานกว่าหมื่นคน ในอำเภอเขาย้อย – ทุกคนทราบอยู่แล้ว … จากนั้นก็มีการโทษกันไปมาพอสมควร ตั้งแต่ว่า ทำไมไม่ตรวจตรากันให้ดี เพราะเห็นอยู่แล้วว่าคนงานที่เขาย้อยส่วนใหญ่เป็นชาวพม่าแออัดกันอยู่แถวหนองส้ม เกือบหมื่นคน, ฝ่ายปกครองบ้านเมืองและฝ่ายสาธารณสุขน่าจะเฉลียวใจว่า ตั้งแต่มีการระบาดใหญ่หลายเดือนก่อนในกลุ่มคนงานที่สมุทรสาคร ก็น่าจะมีเชื้อโยงมาถึงที่เขาย้อยด้วย เพราะพม่าที่เขาย้อย ติดต่อไปมาหาสู่กับพม่าที่สมุทรสาคร

                อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ผู้เกี่ยวข้องบางคนอธิบายว่า มีการสุ่มตัวอย่างตรวจคนที่มีอาการไข้ ไอ จาม น่าสงสัย อยู่แล้ว แต่ไม่พบ, และบอกด้วยว่า โรงงานอีเลกทรอนิกส์ใหญ่นั้นมีระบบป้องกัน วัดอุณหภูมิ เข้มแข็ง. ถ้ามีไข้ อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ ก็ไม่ให้เข้าโรงงาน. จึงมั่นใจว่าโรงงานนี้จะไม่เป็นแหล่งแพร่เชื้อ

                ส่วนที่กล่าวถึงว่า ได้มีการเสนอให้เข้าไปตรวจคนงานอย่างจริงจังอยู่แล้ว แต่ผู้มีอำนาจสั่งการให้ตรวจโควิดของจังหวัด ไม่ยอมสั่ง – อาจโยงถึงธุรกิจของบริษัทและผลประโยชน์ต่าง ๆ ! เรื่องนี้ก็ต้องฟังหูไว้หู เพราะสอบหาหลักฐานได้ยากว่าปล่อยปละละเลยกันจริง และไม่ใช่ประเด็นที่จะนำเสนอในที่นี้

                สิ่งที่ใคร่จะขอเสนอในที่นี้คือการใช้ตัวเลขในการรายงาน อันจะเรียกว่าเป็นการสร้างความเข้าใจผิดด้วยคณิตศาสตร์ที่บิดเบี้ยวก็ได้. เรื่องของเรื่องก็คือ .. ..

                ตามรายงานผู้ป่วยโควิด ในช่วงหลังวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ปรากฏว่า ผู้ติดเชื้อในเพชรบุรีพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม ในรายงานยังถือว่าร้ายแรงแค่เป็นที่ ๒ รองจากกรุงเทพฯ ในส่วนนี้เราคิดแต่เฉพาะจำนวนยอดรวมผู้ติดเชื้อทั้งเขตปกครอง แต่เราไม่ได้คิดถึงฐานจำนวนประชากรของแต่ละเขตปกครอง

                ยกตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ ติดกันสามวัน คือวันที่ ๒๒, ๒๓ และ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ซึ่งมีรายงานประจำวันว่า :-

                ๒๒ พฤษภาคม มีผู้ติดเชื้อโควิดที่กรุงเทพฯ ๑,๑๙๑ คน ที่เพชรบุรี ๔๓๗ คน

                ๒๓ พฤษภาคม มีผู้ติดเชื้อโควิดที่กรุงเทพฯ  ๙๘๓ คน ที่เพชรบุรี ๙๖๘ คน

                ๒๔ พฤษภาคม มีผู้ติดเชื้อโควิดที่กรุงเทพฯ  ๙๕๑ คน ที่เพชรบุรี ๖๖๙ คน

                ทั้งสามวันนี้ ทางการสรุปไว้ว่ากรุงเทพฯมีผู้ติดเชื้อมากเป็นที่ ๑ และเพชรบุรีเป็นที่ ๒

                แต่ถ้าเราคิดด้วยว่า กรุงเทพฯมีประชากรตามทะเบียน ๕,๗๐๑,๓๙๔ คน ส่วนเพชรบุรีมี ๔๘๔,๒๙๔ คน นั่นคือประชากรของกรุงเทพฯมากกว่าเพชรบุรีกว่า ๑๐ เท่า! ถ้าเทียบบัญญัติไตรยางค์ให้ฐานประชากรเท่ากันแล้ว วันที่ ๒๒ สถานการณ์เพชรบุรีก็จะเหมือนกรุงเทพฯติดโควิด ๕,๑๔๕ คน, วันที่ ๒๓ สถานการณ์เพชรบุรีก็เหมือนกรุงเทพฯติดโควิด ๑๑,๓๙๖ คน และวันที่ ๒๔ เพชรบุรีก็เหมือนกรุงเทพฯติดโควิด ๗,๘๗๖ คน!

                 นั่นคือถ้าคิดให้ถูกต้องตามจำนวนร้อยละ ในสามวันนี้ เพชรบุรีสถานการณ์เลวร้ายเป็นที่ ๑ ของประเทศ – ไม่ใช่กรุงเทพฯ แถมบางวัน(เช่นวันที่ ๒๓)สถานการณ์เพชรบุรีร้ายแรงกว่ากรุงเทพฯเกิน ๑๐ เท่า – – – แล้วจะบอกว่าเพชรบุรีเป็นที่สอง รองจากกรุงเทพฯได้อย่างไร?

                การสรุปข้อมูลผิดพลาดอย่างนี้ ย่อมนำไปสู่การตัดสินใจผิด แก้ปัญหาผิด ได้มาก – นะครับ

                (ที่ประหลาดมากคือ ทางการตื่นเต้น แก้ปัญหากรุงเทพฯเป็นข่าวกันวุ่นวายตลอดปลายเดือนพฤษภาคม แต่ที่เพชรบุรีซึ่งมีการติดเชื้อมากกว่ากรุงเทพฯเกิน ๑๐ เท่า กลับดำเนินการไปตามปกติ . . . คนเพชรบุรีก็เฉย ๆ )

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!