เหมือนจะมีข้อแม้ … แต่ว่า

                                                                                จตุพร บุญประเสริฐ

                ถ้อยคำที่เราใช้พูดจาสื่อสารกันนั้น บางครั้งเมื่อพูดไปแล้วก็นึกฉงนในใจอยู่เหมือนกันกับถ้อยคำบางคำ ที่มักได้ยินคนอื่นพูด รวมถึงตัวผมเองก็มีคำพูดที่ใช้ติดปากอยู่เสมอ คือคำว่า

                … แต่ว่า

                คำ แต่ว่า นี้ หากตั้งใจฟังดี ๆ แล้ว พบว่านิยมใช้เป็นคำลงท้ายบทสนทนาที่มีเรื่องต้องพูดจากันอีกยืดยาว ไม่ได้เป็นคำลงท้ายประโยคขอร้อง อย่างคำว่า ดุ๊ ที่คนเพชรพูดกันบ่อย ๆ เช่น ไปด้วยคนดุ๊ ช่วยฉันหน่อยดุ๊ ขอยืมก่อนดุ๊ แบบนี้เป็นต้น

                โดยปรกติ คำว่า แต่ว่า เป็นคำที่แสดงถึงการตั้งข้อแม้ หรืออาจจะใช้เป็นคำเชื่อมประโยคที่แสดงความขัดแย้ง เช่น อยากจะไปเที่ยวกับเขานะแต่ว่างานของเรายังไม่เสร็จก็เลยไม่ไป หรือ ใช้ แต่ เฉย ๆ ก็ได้เช่น จะขับรถเครื่องไปมหาวิทยาลัยแต่ยังไม่ได้เติมน้ำมันเลย

                คำลงท้าย แต่ว่า ฟังดูแล้วเหมือนเป็นการตั้งข้อแม้ บางครั้งคล้ายกับว่าคนพูดมีเรื่องจะพูดต่อไปอีก แต่ก็กลับไม่พูดต่อ แถมยังหยุดพูดเอาเสียเฉย ๆ ส่วนคนฟังก็รอว่าจะพูดอะไรต่อหรือเปล่า ลองดูบทสนทนานี้

                (สำเนียงเหน่อบางจาน) ฉันจะเอาหมาไปอาบน้ำคลองหลังบ้าน ไปเอารถรุนมาหน่อยจะให้หมามันนั่งไป แต่ว่า(แล้วก็หยุดการสนทนา)

                เหมือนคนพูดกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ลองดูอีกประโยค

                คืนก่อนโดนตะขาบกัดคอเข้าที่คอ ปวดเหลือเกิน ไม่รู้จะทำไงดี นอนรอจนเช้าก็ไปเด็ดใบตำลึงมาตำ เอาเหล้าขาวทำกษัย พอกตรงที่ถูกกัด แต่ว่า….

                ประโยคที่ ๒ ก็เช่นเดียวกัน เหมือนต้องลุ้นว่าพอกยาแล้วเป็นอย่างไร แต่แล้วก็เงียบไปอีกตามเคย

                ถ้าจะให้ชัด ประโยคที่พูดว่า ฉันจะเอาหมาไปอาบน้ำคลองหลังบ้าน ไปเอารถรุนมาหน่อยจะให้หมามันนั่งไป แต่ว่าไม่รู้ว่าหมามันจะนั่งไปหรือเปล่า

                หรือ

                คืนก่อนโดนตะขาบกัดคอเข้าที่คอ ปวดเหลือเกิน ไม่รู้จะทำไงดี นอนรอจนเช้าก็ไปเด็ดใบตำลึงมาตำ เอาเหล้าขาวทำกษัย พอกตรงที่ถูกกัด แต่ว่าไม่ได้หายทันทีแต่อาการปวดค่อยทุเลาลง

                แบบนี้ค่อยบอกรายละเอียดที่มีข้อแม้หรือข้อจำกัดได้อย่างชัดเจนขึ้นมาหน่อย หากสิ้นประโยคและจบด้วย แต่ว่า เฉย ๆ แล้วไม่มีประโยคที่จะพูดต่อ ถ้าเป็นคนที่อื่นเขาก็คงจะเกิดความสงสัยกับประโยคที่สนทนากัน แต่สำหรับคนบ้านเราเข้าใจบริบทในการสื่อสารนี้ดี

                ภาษาถิ่นเพชรบุรีบ้านเรา มีเสน่ห์และยังบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ดียิ่ง แต่ไม่ได้มีแค่นี้เท่านั้น คำอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็ยังมีอีกมาก แล้วจะนำมาเขียนให้อ่านกันเพลินอีกในคราวหน้า …แต่ว่า..

คำชวนคิด

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!