ไวรัสโควิด-19 ระลอกสามระบาดเพราะรัฐบาลประมาท!! ไม่มียุคไหนกล้าก้าวล่วงสถาบันฯ-ก้าวร้าวศาลได้เท่ายุคนี้

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกสามเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้เลย แพร่เชื้อได้เร็ว วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมามีรายงานผู้เสียชีวิดเพิ่มวันเดียวถึง 21 คน น่ากลัวมาก ขณะนี้มีข่าวว่าโควิดสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดอินเดีย ต้นดอมาจากบังคลาเทศ เป็นสายพันธุ์อังกฤษและอินเดียผสมกัน รุนแรงกว่าสายพันธุ์อังกฤษ ก็ต้องติดตามและล็อกดาวน์ตัวเองให้ดี ๆการระบาคในไทยในระลอกที่สามนี้ คุณหมอบางท่านก็ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องชะล่าใจ ภาครัฐและประชาชนการ์คตก ทั้งที่เป็นเรื่องที่สามารถคาคการณ์ได้ เพราะหลายประเทศยังมีสถิติการแพร่ ระบาดไม่ลดลงเลย มีป่วยและตายวันละจำนวนมาก

บทเรียนจากการระบาดในสองระลอกแรก คลัสเตอร์จากสนามมวยและแหล่งบันเทิงต่อมาในระลอกสองก็มาจากตลาดกลางกุ้งที่มหาชัย โดยเฉพาะแหล่งบันเทิงที่เป็นแหล่งเเพร่ระบาดมาแต่ต้นผู้ที่รับผิดชอบดูแลคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แต่ตำรวจใหญ่ในท้องที่กลับเป็นตัวปัญหา แทนที่จะหัวแรงช่วยกันระวังป้องกันเชื้อ ไวรัสตามมาตรการของสาธารณสุข กลับไปมีอิทธิพลให้ความคุ้มครองแสวงหาประโยชน์ จากแหล่งบันเทิงเพล่านี้เสียเอง บางแห่งไม่ได้ขออนุญาตถูกต้อง บางแห่งเปิดเกินเวลาเมื่อมีผู้เข้าไปมั่วสุม เชื้อก็ระบาดรุกลามไปทั่วอย่างรวดเร็ว เรื่องแบบนี้ประธาน ก.ตร.คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ดูแลตำรวจทั่วประเทศต้องรับผิดชอบ มีตำรวจนายไหนที่เข้าไปมีเอี่ยวแหล่งบันเทิงที่ ผิดกฎหมายและฝ่าฝืนมาตรการการควบคุมโรคต้องจัดการลงโทษขั้นเด็ดขาด

ข่าวว่าตำรวจใหญ่ในท้องที่ทองหล่อได้ชื่อว่าเป็น “ราชบุตรเขย” ของคนใหญ่คนโตในบ้านเมือง พล.อ.ประยุทธ์จัดการอย่างไร จะเห็นแก่คนใกล้ตัวที่เป็นญาติเกี่ยวดองกับนายตำรวจคนนี้หรือไม่

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สนใจที่จะปฏิรูปตำรวจมาตั้งแต่ต้น ทั้งที่มีการเรียกร้องกันมานานเกี่ยวกับพฤติกรรมของตำรวจจำนวนหนึ่งที่สร้างความเสื่อมเสีย รีคไถ รับผลประโยชน์ที่มิควรได้ สังคมก็เละเทะแบบนี้แหละ

ตำรวจดีที่มีอยู่จำนวนมากก็พลอยถูกมองไม่ดีไปด้วย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. พูดเมื่อวันก่อนว่า “บิ๊กตู่” เป็นปัญหาของประเทศ 7 ปีผ่านมาก็ไม่ปฏิรูปอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันอย่างที่เคยให้สัญญา ก็น่าจะจริง !! ระบาคระลอกสามนี้ ไม่เพียงเฉ พาะที่ซอยทองหล่อใจกลางกรุงเทพฯ สถานบันเทิงที่ อ.หัวหิน “มายาผับ” และ “ผับทองสุข” ก็เป็นคลัสเตอร์ใหญ่แหล่งแพร่กระจายที่มีคน เพชรบุรีที่ไปเที่ยวและติดไวรัสโควิด-19 กันมามาก ลามมาถึงหลายอำเภอใน จ.เพชรบุรี

จนกลายเป็นจังหวัดพื้นที่สีแคงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดแล้วในขณะนี้ โรคระบาดคราวนี้ภาครัฐก็รู้อยู่แล้วว่ายังไม่นิ่ง ยังแผ่ลามไปทั่วโลก ควรต้องตั้งรับให้ดี ๆ แต่ก็ไม่ระวังเท่าที่ควร พอระลอกสามมา คนที่รับกรรมคือประชาชน คณะแพทย์-พยาบาลและหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องทำงานกันอย่างหนัก น่าเห็นใจมาก

จะ “เอาอยู่” หรือไม่ ก็ต้องคอยดูกันต่อไป ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็เริ่มลดน้อยลงจาก 2 พัน ถ้าลคลงเรื่อย ๆ ก็แสดงว่าเอาอยู่ แต่ถ้ามากขึ้น ไปเรื่อย ๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แต่สังเกตได้ว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตกลับมีเพิ่มมากขึ้น นั่นแสดงว่าการที่เชื้อเข้าตัวโดยไม่ปรากฏ อาการและไม่ไปเข้ารับการตรวจ เมื่ออาการปรากฎก็อาจรักษาไม่ทัน ยิ่งมีโรคประจำตัวก็ยิ่งเสี่ยงมาก

ต้องยอมรับว่าขณะนี้ประชาชนโดยเฉพาะคนในระดับรากหญ้ามีความลำบากมาก สถานที่ทำงานปิด ตกงาน คนในครอบครัวต้องกินต้องใช้ทุกวัน ไม่รู้จะหารายได้ทางไหน ออกนอกบ้านก็เสี่ยงติดโรค หวั่นว่าปัญหาอาชญากรรมอาจทุ่งสูงขึ้น เพราะคนไม่มีทางเลือก

ประเทศที่มีปัญหาโควิดระบาด ทุกคนก็มองไปที่รัฐบาลว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ได้หรือไม่ ถ้าแก้ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ยาก เสียงคนทุกข์ยากหิวโทยดังขึ้นทุกวัน

วันนี้คนไทยได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดอยู่ในอันดับ 8 ของอาเซียน ตามหลังกัมพูชา, เมียนมา จะให้หมายความว่าอย่างไร กว่าจะฉีดได้ทั่วถึง ต้องป่วยต้องตายอีกเท่าไหร่

อีกเรื่องหนึ่งคือชุดตรวจโควิดที่ประชาชนสามารถซื้อไปตรวจสอบตัวเองได้ จีนผลิตและเสนอขายชุดละประมาณ 300 บาท เหมือนเครื่องมือตรวจการตั้งครรภ์หรือตรวจเบาหวาน สงสัยว่าทำไมรัฐบาลไทยไม่ยอมให้มีการนำเข้า มีอะไรอยู่เบื้องหลังการไม่สั่งเข้าหรือไม่ เพราะถ้าชุดตรวจที่ว่ามีวางจำหน่าย รัฐและเอกชนก็จะทุ่นค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้มาก ปัจจุบันค่าตรวจโควิดครั้งละ 2-3 พันบาท มันแพงไป

ส่วนสถานการณ์การเมือง กรณี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่ม 3 นิ้ว ประท้วงอดข้าวนานประมาณเดือนเศษ อ้างว่าศาลไม่ให้ประกันตัว ยื่นขอประกันตัวมา แล้วถึง 9 ครั้งศาลก็ยังไม่อนุญาต

เรื่องนี้อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ว่าในประวัติศาสตร์การต่อสู้กับรัฐบาลไม่ว่าประเทศไหนใน โลก ไม่เคยมีใครอดข้าวตายจากการประท้วงทางการเมือง และที่ทนายความและคุณแม่ของนายเพนกวินบอกว่านายเพนกวินอุจจาระออกมาเป็นชิ้นเนื้อ คุณหมอที่คอยคูอาการก็ออกมาบอกแล้วว่าเป็นความเท็จ ราชทัณฑ์ก็ออกมาบอกแล้วว่านายเพนกวิน

ไม่หนักหนาอย่างที่เป็นข่าว แต่เมื่ออาการอ่อนเพลียเริ่มมีมาก ทางราชทัณฑ์ก็ส่งตัวไปให้ แพทย์เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลรามาธิบดีตรวจรักษา เมื่ออาการดีขึ้นก็กลับมาถูกควบคุมตัวเหมือนเดิม เพราะศาลยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว

การที่กลุ่มคน 3 นิ้วและคนที่สนับสนุนนายเพนกวินกับพวกที่ถูกจองจำ ออกมาแสดงกิริยาก้าวร้าวก่อกวนความสงบที่หน้าศาลอาญา เป็นการละเมิดอำนาจศาลอย่างรุนแรง ไม่เคยมีใครกล้ากระทำกับศาลเช่นนี้มาก่อน เชื่อว่าศาลจะไม่ปล่อยให้ผ่านเลย คงจะเรียกตัวมาพิจารณาโทษแน่นอน พวกนี้นับวันยิ่งเหิมเกริมหนักข้อมากขึ้นทุกวัน ยิ่งได้รับความเมตตาก็ยิ่งไม่สำนึก

มองได้ว่าการจาบจ้วงล่วงเกินสถาบันพระมหากษัตริย์ การก่อความวุ่นวายกดดันศาล ล้วนแต่เกิดขึ้นในสมัยการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งสิ้น ทำไมถึงปล่อยให้เป็นอย่างนี้ก็ไม่รู้ เพราะฝ่ายบริหารต้องดูแลความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองให้ได้ ส่วนการละเมิดอำนาจศาล ศาลก็จะจัดการไปตามกระบวนการของกฎหมาย

สมัย นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยมีเหตุการณ์ล่วงล้ำก้ำเกินสถาบันพระมหากษัตริย์มากเหมือนสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้ชื่อว่ามีความจงรักภักดีสูง นี่คือการวัดความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน สมัยก่อนไม่มีใครกล้ากคดันหรือไปด่ากราดด้อยค่าศาลได้อย่างเสรีเหมือนสมัยนี้

หลังโควิดคลี่คลายเชื่อว่าความรุนแรงของกลุ่มการเมืองที่กระทำต่อรัฐบาลนี้คงไม่ลดลงง่าย ๆ นี่ขนาดโควิดกำลังระบาดก็ยังกล้าเหยียบย่ำกฎหมาย

ส่วนที่มีคำถามว่าบ้านเมืองวุ่นวายจะเกิดรัฐประหารหรือไม่ คิดว่าสมัยนี้ใครคิดทำรัฐประหารก็บ้าเต็มที ดูเมียนมาเป็นตัวอย่าง ยังวุ่นวายไม่รู้จบ ต่างชาติก็เข้ามาแทรก พล.อ.ประยุทธ์กระทำรัฐประหารแล้ว วันนี้มีแต่แรงต้าน อยู่ในอำนาจไม่เป็นสุข

ส่วนประเด็นที่มีผู้ทำขนมอาลัวโดยพิมพ์ผิวขนมเป็นรูป “พระเครื่อง” รูปแบบต่าง ๆมีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย บางคนเห็นว่าทำได้ ไม่ลบหคู่ แต่บางคนไม่เห็นด้วยเพราะไม่ควรทำรูปลักษณ์ของอาลัวเช่นนี้ ดูแล้วไม่เหมาะสม

เรื่องนี้มองได้ว่าคนที่คิดทำอาลัวที่เป็นรูปพระเครื่องเป็นพวกขาดความยั้งคิด ต้องไม่ลืมว่าพระเครื่องคือส่วนหนึ่งของความเชื่อความศรัทธาในทางพระพุทธศาสนา การที่เอาความเชื่อความศรัทธาในพระศาสนามาทำเป็นเล่น ไม่ดีแน่นอน

เป็นความคิดของพวกพิเรนทร์ทะลึ่ง ไม่รู้อะไรควรไม่ควร !!

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!