เปิดตัว Honda City ใหม่ ๒ รุ่น รถยนต์นั่งขนาดเล็กสุดหรูน่าสัมผัส

บริษัท เพชรบุรี ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด (หัวสะพาน)

เปิดตัว Honda City ใหม่ ๒ รุ่น รถยนต์นั่งขนาดเล็กสุดหรูน่าสัมผัส

นายประสิฎฐ์ เจริญราษฎร์ ผจก.ทั่วไป ส่วนงานบริการ
บริษัทเพชรบุรี ฮอนด้า ออโตโมบิลฯ
                ปลายปี ๒๕๖๓ คาบเกี่ยวปี ๒๕๖๔ ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กเซกเมนต์ซิตี้คาร์ในประเทศไทยร้อนระอุ เมื่อ บริษัท ฮอนด้า
                ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกในโลกในประเทศไทย ถึง ๒ รุ่น คือ Honda City HATCHBACK 1.0 TURBO ใหม่ และ Honda City e:HEV
                ต้นปี ๒๕๖๔ บริษัท เพชรบุรี ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด นำรถยนต์ Honda City HATCHBACK 1.0 TURBO ใหม่ และ Honda City Hybrid e:HEV มาแสดงโชว์ ณ โชว์รูม ต.หัวสะพาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี โดยมีผู้สนใจเข้าไปสัมผัสตัวจริงและทดลองขับจำนวนมาก
                นายประสิฎฐ์ เจริญราษฎร์ ผจก.ทั่วไป ส่วนงานบริการ บริษัทเพชรบุรี ฮอนด้า ออโตโมบิลฯ เปิดเผย “เพชรภูมิ” ว่า Honda City HATCHBACK เปิดรูปลักษณ์มาในรูปแบบรถยนต์ ๕ ประตู ภายใต้แนวคิด Energetic Hatchback ภายนอกดีไซน์ล้ำสมัย เส้นสายเฉียบคมต่อเนื่องรอบคัน สะท้อนความสปอร์ต ปราดเปรียว ในสไตล์แฮทช์แบ็ก ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่
                ในเวลากลางวัน และไฟท้ายเป็นแบบ LED รูปทรงโฉบเฉี่ยว สอดรับกับฝากระโปรงท้าย เสาอากาศแบบครีบฉลาม
                พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่กว้างสบาย ภายในหรูหราและสวยงาม ตกแต่งคอนโซลหน้าแบบ Piano Black ใช้วัสดุที่มีพื้นสัมผัสนุ่ม แฝงความสวยงามประณีตทุกรายละเอียด หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Multi-Information Display พร้อมมาตรวัดเรืองแสง เบาะนั่งแบบอัลตราซีท แยกพับ ๖๐:๔๐ ปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับพื้นที่ใช้สอยได้ ๔ รูปแบบ Utility Mode เบาะด้านหลังทั้ง ๒ ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง Long Mode เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว Tall Mode เบาะด้านหลัง
                พับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง และ Refresh Mode เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลังสร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด
                ขับขี่สนุกสนานด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน ๓ สูบ ขนาด ๑.๐ ลิตร DOHC VTEC มาพร้อม Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว
                ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง ๑๒๒ แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง ๒๓.๓ กิโลเมตร/ลิตร นุ่มนวลทรงตัวดีเยี่ยมทุก
                การขับขี่ด้วยระบบกันสะเทือนหน้า แบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระพร้อมเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีม
                พรั่งพร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง ๓ ระดับ
                ถุงลมนิรภัย ๖ ตำแหน่ง (รุ่นRS) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA,ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS, สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer, ระบบเทคโนโลยีเชื่อมต่อ Honda CONNECT สั่งการทำงานของรถยนต์ ล็อก – ปลดล็อก
                สั่งสตาร์ทรถยนต์ สั่งเปิดสัญญาณไฟ แสดงพิกัดตัดรถ Find My Car (รุ่น RS) แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control (รุ่น RS) ฯลฯ
                Honda City HATCHBACK มีให้เลือก ๓ รุ่นย่อย ได้แก่ HATCHBACK 1.0 TURBO S+ ราคา ๕๙๙,๐๐๐ บาท, HATCHBACK 1.0 TURBO SV ราคา ๖๗๕,๐๐๐ บาท และ รุ่น HATCHBACK 1.0 TURBO RS ราคา ๗๔๙,๐๐๐ บาท
                ส่วนไฮไลท์ตัวเด่น Honda City e:HEV ยนตรกรรม Full Hybrid ที่หลายคนรอคอยได้รับการออกแบบและพัฒนาต่อยอดจาก “ฮอนด้า ซิตี้” เจเนอเรชัน
                ที่ ๕ ภายใต้แนวคิด “Ambitious Sedan” นับเป็นครั้งแรกของรถในเซกเมนท์นี้ที่มากับระบบขับเคลื่อนไฮบริด ภายใต้นิยามใหม่ รหัส e:HEV
                ด้านมิติตัวถังและรูปทรงภายนอกต่าง ๆ และห้องโดยสารกว้างขวาง เหมือนกับ Honda City HATCHBACK 1.0 TURBO ทุกประการ จะมีความแตกต่างเพียงโลโก้ที่รุ่น e:HEV จะใช้สีฟ้า ลายช่องใต้กันชนหน้าที่เป็นแบบยาว ด้านท้ายมีป้ายอักษร e:HEV และสัญลักษณ์ RS ภายในโดดเด่นด้วย
                พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ระบบเบรกมือไฟฟ้า หน้าจอแสดงผลการชาร์จและการจ่ายไฟของระบบไฮบริด
                ส่วนขุมพลัง Honda City e:HEV ใช้หัวใจการขับเคลื่อนแบบเครื่องยนต์ Full Hybrid ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของเครื่องยนต์เบนซินขนาด ๑.๕ ลิตร DOHC i-VTEC ๔ สูบ ๑๖ วาล์ว ๙๘ แรงม้า กับ มอเตอร์ไฟฟ้า ๒ ตัว กำลังสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้า ๑๐๙ แรงม้า ส่งผลให้มีกำลังสูงสุดรวม ๑๒๖ แรงม้า ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเครื่องยนต์จะทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าป้อนระบบ e:HEV และขับเคลื่อนในช่วงความเร็วสูงคงที่
                โดยมอเตอร์ไฟฟ้า ๒ ตัว จะสลับการทำงาน ทำหน้าที่ขับเคลื่อนและปั่นเจเนอเรเตอร์สร้างกระแสไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน เพื่อใช้งาน โดยขณะรถหยุดนิ่งจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ขณะออกตัวจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อเพิ่มความเร็วจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ร่วมกัน ขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำปานกลางคงที่จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและสลับการทำงานกับการขับขี่แบบ ๒ พลังงาน ขณะเร่งแซงจะใช้การขับขี่แบบ ๒ พลังงานเพื่อเพิ่มกำลังอัตราเร่ง ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่จะขับขี่ด้วยเครื่องยนต์และตัดสลับกับมอเตอร์ไฟฟ้า และเมื่อลดความเร็วระบบจะเปลี่ยนพลังงานให้เป็นไฟฟ้าและชาร์จเข้าสู่แบตเตอรี่ เมื่อผสานระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) จึงสามารถทำอัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง ๒๗.๘ กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง ๘๕ กรัม/กิโลเมตร สามารถรองรับน้ำมัน E๒๐ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และวิ่งนิ่ง นุ่มนวล เกาะถนน
                Honda City e:HEV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงมาติดตั้งในรถซิตี้คาร์ ด้วยการทำงานของกล้องมุมมองกว้างด้านหน้าที่ตรวจจับวัตถุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และช่วยควบคุมในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถมากยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัย

เต็มรูปแบบ อาทิ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC), ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)

                นอกจากนี้ยังอัดแน่นไปด้วยระบบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย เพิ่มเติม อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน, ระบบเบรกมือไฟฟ้า, ระบบ Brake Hold อัตโนมัติ, ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ, ถุงลม ๖ ตำแหน่ง (คู่หน้า – ด้านข้าง และ ม่านถุงลมด้านข้าง), กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง ๓ ระดับ, ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA), ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ฯลฯ รวมถึงการติดตั้ง Honda Connect เป็นมาตรฐาน ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ในทุกการเดินทาง เพราะหากถุงลมนิรภัยทำงานระบบจะโทร. เข้าคอลเซ็นเตอร์โดยอัตโนมัติเพื่อแจ้งการช่วยเหลือทันที
                นอกจากนี้ ยังรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง ๑๐ ปี และรับประกันระบบ e:HEV ทั้งระบบ ๕ ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่รวมสูงสุด ๕ ปี หรือ ๑๔๐,๐๐๐ กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็คระยะเป็นเวลา ๕ ปี หรือ ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
                Honda City e:HEV ราคา ๘๓๙,๐๐๐ บาท สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจจากขุมพลังความแรง ด้วยเครื่องยนต์สปอร์ตทรงพลังที่มาพร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม รวมถึงเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยเหนือชั้นสัมผัสและรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นได้ที่ บริษัท เพชรบุรี ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด ริม ถ.เพชรเกษม ขาเข้ากรุงเทพฯ ต.หัวสะพาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี โทร. ๐๓๒-๗๐๘๗๗๗.
ธุรกิจ เศรษฐกิจ ๑๗ ม.ค. ๒๕๖๔

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!