ตำรวจเพชรบุรี คุมตัวหนุ่มใหญ่กระชากสร้อยเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง

ตำรวจเพชรบุรี คุมตัวหนุ่มใหญ่กระชากสร้อยเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง

มาทำแผน หลังหนีกบดานอยู่บ้านแฟนสาวนาน 7 วัน

          เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 25 มีนาคม 2561 พ.ต.ต.ศราวุธ มาลัย สารวัตรเวร สภ.เมืองเพชรบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี คุมตัวนายอรรถพล ใหญ่กว่าวงษ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 2 ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำของนางกำไร วงศ์จู อายุ 63 ภายในร้านอาหารตามสั่งเลขที่ 64/1 ถนนราชดำริ ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2561 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 23/210 หมู่บ้านเทพพานิช หมู่ 1 ตำบลโพไร่หว่าน อำเภอเมืองเพชรบุรี เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

          สอบถาม นางกำไร เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนทำอาหารอยู่ภายในร้าน ได้มีชายรูปร่างผอมสูงสวมกางเกงขาสามส่วน สวมเสื้อแขนขาวลายสก๊อต และสวมหมวกนิรภัย ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 สีน้ำเงิน 368 เพชรบุรี มาจอดที่หน้าร้าน จากนั้นได้เดินเข้ามาทำทีสั่งน้ำอัดลมใส่น้ำแข็ง 1 ถุง ขณะที่ตนกำลังก้มตักน้ำแข็งใส่ถุงอยู่ สร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองที่ตนสวมใส่อยู่ภายในเสื้อได้หลุดออกมาห้อยอยู่ด้านนอก ชายคนดังกล่าวได้เห็นและพูดว่า “ผมขอนะ” จากนั้นได้กระชากสร้อยที่คอตนจนขาดแล้ววิ่งหนีออกไปขึ้นจักรยานยนต์ ตนและชาวบ้านที่พบเห็นได้ช่วยกันจับคนร้ายจนล้มลงทั้งคนทั้งรถ แต่คนร้ายได้ต่อสู้ดิ้นรนจนขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

          สอบสวน นายอรรถพล รับสารภาพว่า ตนอาศัยอยู่กับแฟนสาวที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนก่อเหตุได้นำรถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุมาจากบ้านบิดาของตนที่ ต.บางขุนไทร และมาทำการดัดแปลงทะเบียนรถ โดยใช้สก๊อตเทปสีดำมาตัดแปะหมายเลขทะเบียนรถเดิมคือ “356” เปลี่ยนเป็น “368” แล้วขี่มุ่งหน้ามาก่อเหตุที่ร้านอาหารตามสั่งดังกล่าว และขี่หลบหนีนำรถมาคืนคืนบิดาที่บ้าน แล้วกลับมาพักอาศัยอยู่กับแฟนสาวตามปกติ ส่วนสร้อยคอทองคำกับพระเลี่ยมทองได้นำไปขายเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายส่วนตัว จนกระทั้งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ของผู้อื่น จากนั้นนำตัวส่งดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

http://https://www.youtube.com/watch?v=HnM4scY-ytM

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน