7 องค์กรในเพชรบุรีผุดโครงการ PHETCHABURI RISING หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.เพชรบุรี ร่วมกับตัวแทน 7 องค์กรภาคการค้า อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวของ จ.เพชรบุรี แถลงข่าวผสานความร่วมมือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเพชรบุรี พร้อมสนับสนุนกลุ่มธุรกิจด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ขานรับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยเปิดประเทศโดยเร็ว โดยให้ทุกภาคส่วนกลับมาดำเนินธุรกิจและฟื้นตัว พร้อมยกระดับขีดความสามารถให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง อีกทั้งให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน พร้อมเป็นกำลังใจให้เครือข่ายภาคีพันธมิตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามเจตนารมณ์ของทุกองค์กรหลักของจังหวัดเพชรบุรี ภายใต้โครงการ “Phetchaburi Rising” ให้เดินหน้าไปด้วยกันโดยมี น.ส.ชมพู มฤศโชติ ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก นายสุพจน์ เพชราภิรัชต์ ประธานหอการค้ากิตติมศักดิ์จังหวัดเพชรบุรี ไปร่วมงานเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ณโรงแรมดุสิตธานีหัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

นายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่าภาคการค้าธุรกิจเอกชนตระหนักถึงผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจทั้งภาคการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว จึงได้วางแนวทางทั้งการป้องกันและการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 โดยหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เป็นแกนนำช่วยเหลือสนับสนุนภาครัฐด้านอุปกรณ์และอื่น ๆ ในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 และได้ร่วมกับสถาบันการเงินแนะนำให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจเอกชน รวมถึงช่องทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่บนช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการวางแนวทางปฏิบัติ ในการดำเนินธุรกิจเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพนักงานในองค์กรและครอบครัว และ “วัคซีน” เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นใจทั้งในหมู่ชาวเพชรบุรี นักลงทุน และนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ปัจจุบันเพชรบุรีมีประชากร 502,825 คน และจากเป้าหมายสากลคือ 70 % ของจำนวนประชากรในพื้นที่คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 351,978 คน ที่ควรได้รับวัคซีนภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวช่วงไตรมาสท้ายของปีนี้ เปิดให้เพชรบุรีกลับมามีชีวิตชีวาด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรีร่วมกันทุกภาคส่วน

น.ส.อารี โชติวงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี กล่าวเสริมว่า ในฐานะตัวแทนภาคอุตสาหกรรมผู้ประกอบการโรงงานที่มีโรงงานขนาดเล็กใหญ่จำนวน 300 กว่าโรงงาน มีแรงงานมากกว่า 65,000 คน ที่อยู่ในหลักประกันสังคมตาม ม.33 ซึ่งสถานประกอบการและแรงงานในจังหวัดเพชรบุรีต้องการสร้างความมั่นใจและเชื่อมั่นในการควบคุมการแพร่ระบาดโดยร่วมมือร่วมใจรับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ขณะนี้แรงงานลงทะเบียนขอรับวัคซีนแล้วมากกว่า 40,000 ราย คิดเป็น 70% ของภูมิคุ้มกันหมู่ นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการทำ MOU กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการจองวัคซีนทางเลือกเพื่อรองรับให้แรงงานในสถานประกอบการ สามารถรับวัคซีนได้ 100% รวมทั้งแรงงานที่รับเข้าทำงานใหม่ และยังไม่ได้รับสิทธิ์ประกันสังคมตาม ม.33 รวมถึง การทำ CSR ให้กับชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง สถานประกอบการ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่อย่างยั่งยืน

ด้านนายสายัณต์ สิทธิโชคธรรม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สมาคมฯ เตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรทางการท่องเที่ยวและสถานประกอบการยกระดับได้รับ SHA Plus+ ซึ่งรับรองว่าสถานประกอบการมีมาตรการทางสุขอนามัยในการควบคุมโรคโควิด-19 โดยพนักงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มเกิน 70%  ทั้งโรงแรม ที่พักโฮมสเตย์ ภัตตาคาร ร้านอาหาร รวมถึงอาหารการกินที่มีวัตถุดิบจากทะเลที่มีมากและพืชผักที่ปลอดภัย รถขนส่ง บริษัทนำเที่ยว สถานสุขภาพความงาม ห้างสรรพสินค้า สถานที่กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว สถานที่จัดกิจกรรมประชุมสัมมนา โรงละคร ร้านขายของฝากของที่ระลึก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทุกอำเภอโดยเฉพาะท่องเที่ยวการเกษตรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทำให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจทั้งระบบ

ดร.กรัณย์ สุทธารมณ์ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่าการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรีมีศักยภาพสูงมาก ซึ่ง GPP ภาคบริการและการท่องเที่ยว คิดเป็นร้อยละ 59 และมีการจ้างงานบุคลากรด้านการท่องเที่ยวกว่า 35,000 อัตรา สภาฯได้ร่วมเชิญชวนให้ฉีดวัคซีนและร่วมทำเข็มกลัด I’m Covid–19 Vaccinated เพื่อมอบแก่บุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม แก่โรงแรม ร้านอาหาร ร้านนวดแผนโบราณ สปา รวมถึง ร้านขายของที่ระลึก ทุกแห่งในจังหวัดเพชรบุรีฟรีโดยไม่ขอรับการบริจาค นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ยังได้เตรียมรวบรวมส่วนลดและสิทธิพิเศษ จากสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนแล้วมาเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีให้มากขึ้นต่อไป

นายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์  ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ผู้แทนผู้ประกอบการโรงแรมจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่าโรงแรมต้องปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด ไม่เพียงการปรับลดค่าใช้จ่ายหรือเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ แต่การกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจเพื่อที่จะเดินทางออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านกันมากขึ้น “วัคซีน” จึงมีความจำเป็นสำหรับผู้ให้บริการที่เป็น Frontliners และเพื่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการด้วย มิเช่นนั้นการท่องเที่ยวเพชรบุรีคงไม่อาจพลิกฟื้นขึ้นมาได้

.ส.เลิศจันฑา สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี (YEC Phetchburi) กล่าวว่าในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา นักธุรกิจรุ่นใหม่กลับมาต่อยอดธุรกิจครอบครัวจำนวนมากขึ้น ปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 80-100 ราย กระจายทั่วจังหวัด มีการปรับใช้เทคโนโลยีและแนวทางการทำธุรกิจแบบคนรุ่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสังคมสมัยใหม่

“การระบาดครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ภาคการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม การพาณิชยกรรม และการใช้ชีวิตประจำวัน ภาคธุรกิจพยายามปรับตัวทั้งการบริหาร การตลาด หาช่องทางใหม่อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชากรโดยรวมจากการฉีดวัคซีน ร้อยละ 70-80  จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ จะทำให้เราได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครั้ง” น.ส.เลิศจันฑา กล่าว.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!