Read Life 2 พ.ค. 64

มุมมอง “รอมแพง” นักเขียน “บุพเพสันนิวาส”

แรงบันดาลใจจากไทม์ไลนประวัติศาสตร์

  น.ส.จันทร์ยวีร์ สมปรีดา

                น.ส.จันทร์ยวีร์ สมปรีดา นักเขียนที่ใช้นามปากกาว่า “รอมแพง” นักเขียนนวนิยายดังเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” กล่าวในงานเสวนาเพชรบุรีเมืองสร้างสรรค์ ในหัวเรื่อง “เมืองเพ็ชร์ในจิตนนิยายอิงประวัติศาสตร์” ไว้ว่า นิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสเป็นนิยายที่ใช้ไทม์ไลนทางประวัติศาสตร์ในการดำเนินเรื่อง ขณะที่นวนิยายภาคต่อเรื่อง “พรหมลิขิต” ขณะนี้อยู่ระหว่างการถ่ายทำละครทางช่อง ๓ มีท้องเรื่องกล่าวถึงเมืองเพชรบุรี แนวคิดในการเขียนนิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสต้องการเล่าประวัติศาสตร์ที่ย่อยง่ายเป็นเรื่องที่เรารู้และอยากให้คนอื่นได้รับรู้ โดยการนำตัวละครปัจจุบันย้อนกลับไปยุคอดีตที่มีความขัดแย้งทางวัฒนธรรม ทำให้เกิดความสนุกสนาน ผู้เขียนจะต้องทำการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ในหลากหลายแง่มุมมาก แต่ก็ไม่สามารถนำเสนอได้ทุกอย่างในประวัติศาสตร์ลงในนวนิยายเล่มเดียวได้ ต้องเลือกข้อมูลที่สอดคล้องกับเนื้อหา อย่างเรื่องบุพเพสันนิวาสมีไทม์ไลนในยุคสมัยสมเด็จพระนารายณ์ที่มีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติทั้งฝรั่ง แขก จีน เป็นการเลือกเรื่องที่น่าสนใจ โดยที่พยายามจะไม่แตะต้องเรื่องการเมืองมากนัก

                ด้านการหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์เป็นรายละเอียดสำคัญที่จะทำให้การดำเนินเรื่องในนิยายสมบูรณ์มากที่สุด การค้นคว้ากฎหมายในยุคสมัยนั้นอย่างเช่น กฎหมายตราสามดวง จดหมายเหตุ พงศาวดารต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน รวมถึงชื่อตำแหน่งข้าราชการพลเรือน เนื่องจากนิยายเรื่อง “พรหมลิขิต” เป็นการเล่าเรื่องเวรกรรมเป็นเรื่องราวของแฝดคนน้องของเกศสุรางค์ ที่มีเนื้อหาของตัวละครที่ซับซ้อนกว่าภาคแรก โดยจะสอดแทรกเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ลงไปในคำพูดของตัวละคร มีการใช้ฉากในเมืองเพชรบุรี และเมืองพิษณุโลกประกอบเรื่อง

                เนื่องจากตัวละครเกศสุรางค์ หรือการะเกด ทราบว่าต่อจากสมัยสมเด็จพระนารายณ์ กษัตริย์พระองค์ต่อไปเป็นพระเพทราชา พระเจ้าเสือ ต่อมาคือพระเจ้าท้ายสระ และพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งทั้งสองพระองค์เป็นพี่น้องกัน และเป็นลูกชายของพระเจ้าเสือ ตัวละครเกศสุรางค์จึงวางแผนให้ลูกชายทั้ง ๒ คนคือ พ่อเรืองกับพ่อฤทธิ์ คนหนึ่งไปอยู่ที่เมืองพิษณุโลกเป็นข้าราชการในพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ส่วนพ่อฤทธิ์มาอยู่ที่เมืองเพชรบุรีอยู่ฝั่งพระเจ้าท้ายสระ เป็นการแบ่งลูกชายทั้งสองคนไปอยู่ใต้อาณัติของพระมหากษัตริย์ในอนาคตเพื่อให้ครอบครัวตนเองอยู่รอดมากที่สุด ขณะที่ลูกสาวอีกคนชื่อแม่แก้วได้แต่งงานมีครอบครัวย้ายมาอยู่เมืองเพชรบุรี เนื่องจากเกศสุรางค์มองว่าเพชรบุรีน่าจะเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในสภาวะสงครามก่อนและหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ จึงเป็นที่มาของฉากถ่ายทำละครในเมืองเพชรบุรีที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดใหญ่สุวรรณาราม รวมถึงแม่น้ำเพชรบุรี

                “เพชรบุรีเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรม คงความสมบูรณ์ของโบราณสถานที่ไม่ได้ทำลายให้เสียคุณค่า ถ้าอยากดูศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายอย่างแท้จริง ขอให้มาดูที่เพชรบุรี ทั้งงานสถาปัตยกรรมและงานช่างฝีมือชนิดต่าง ๆ ถ้ามีการจัดแบ่งยุคสมัยจัดทำเอกสารข้อมูลประชาสัมพันธ์แหล่งโบราณสถานตามยุคต่าง ๆ ก็จะทำให้ดูน่าสนใจและเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่วัดวาอารามต่าง ๆ ยังรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ รวมถึงอาหารการกินต่าง ๆ มีรสชาติอร่อยไม่แพ้ที่อื่น ๆ เพชรบุรีเป็นเมืองที่มีทุกอย่างที่ไม่ใช่เมืองผ่าน ถ้ามีการสร้างจุดการท่องเที่ยวประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง จะช่วยเพิ่มจุดแข็งและจุดขายให้กับเมืองเพชรต่อไป” น.ส.จันทร์ยวีร์ หรือ “รอมแพง” กล่าวในท้ายที่สุด

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!