กรณี ‘ปริญญ์ พานิชภักดิ์’ วัดใจทิศทาง ‘จุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์’

‘อุ๊งอิ๊ง’ จะสามารถนำพาพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ได้หรือไม่

เรื่องฉาวโฉ่ทางการเมืองตอนนี้ คงไม่มีอะไรจะฉาวไปกว่ากรณี นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์, ผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกกล่าวหาจากหญิงสาวหลายคนว่าถูกนายปริญญ์กระทำชำเรา, กระทำอนาจาร ต่างกรรมต่างวาระกัน เมื่อตกเป็นข่าว นายปริญญ์ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค รวมถึงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคฯ และเดินทางไปมอบตัวเพื่อต่อสู้คดีในทุกสถานีตำรวจที่ถูกแจ้งความร้องทุกข์

คำถามวันนี้ต่างพุ่งเป้าไปที่ นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบัน ในฐานะที่เลือกนายปริญญ์มาเป็นรองหัวหน้าพรรคฯและเป็นกรรมการบริหารพรรค เหตุใดจึงไม่คัดกรองตัวบุคคลให้ดีก่อนที่จะให้มาทำหน้าที่สำคัญ วันนี้ภาพพจน์ของพรรคฯเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง นายจุรินทร์จะรับผิดชอบอย่างไร

จากการติดตามข่าว ทราบว่าในช่วงที่มีการเสนอให้นายปริญญ์มาเป็นรองหัวหน้าพรรคฯและเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคฯ ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยทักท้วงไว้แล้วว่าไม่สมควรให้นายปริญญ์เข้ามามีตำแหน่งในพรรคเนื่องจากทราบถึงประวัติที่ไม่ชอบมาพากล อีกทั้งนายปริญญ์ไม่เคยผ่านงานการเมืองมาก่อน ไม่เคยเป็นส.ส. และไม่เคยลงสมัครส.ส.เคยถูกดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศที่ประเทศอังกฤษแม้จะอ้างว่าศาลที่นั่นยกฟ้อง แต่พฤติกรรมไม่มีความเหมาะสม

เมื่อมีเรื่องฉาวโฉ่ในวันนี้ แสดงให้เห็นว่าสันดานหื่นยังแก้ไม่หาย นายจุรินทร์บอกว่าจะรับผิดชอบ แต่ก็ไม่ยอมลาออก ส่งผลให้แกนนำคนสำคัญในพรรคหลายคนรวมถึงกรรมการบริหารพรรคจำนวนหนึ่งก็ลาออกจากพรรคด้วยหลายคนมองว่านายจุรินทร์ควรแสดงสปิริตให้มากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นการกอบกู้ความศรัทธาจากประชาชนจะไม่มีทางเป็นไปได้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเห็นตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า เห็นด้วยที่จะเชิญ นายชวน หลีกภัยอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้กลับมาเป็นผู้นำพรรคอีกครั้งเพื่อกู้วิกฤตศรัทธา แต่เชื่อว่านายชวนคงไม่กลับมา เพราะขณะนี้นายชวนมีตำแหน่งเป็นประธานรัฐสภา ที่สำคัญนายชวนอายุมากแล้ว

ก่อนเกิดเหตุฉาวโฉ่ของนายปริญญ์ พรรคประชาธิปัตย์ก็ค่อนข้างแตกเป็นก๊กเป็นเหล่าอยู่แล้ว มีทั้งกลุ่มสนับสนุนนายจุรินทร์ และกลุ่มสนับสนุนนายอภิสิทธิ์

นายอภิสิทธิ์มีแนวทางมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่เห็นด้วยที่พรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐนาวากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะมาจากการยึดอำนาจ ไม่เป็นประชาธิปไตย ขณะที่นายจุรินทร์ก็มองว่าขณะที่พรรคกำลังตกต่ำ เลือกตั้งครั้งล่าสุดก็ได้จำนวน ส.ส.เข้ามาไม่เป็นไปตามเป้า ถ้าไม่เข้าร่วมรัฐบาลก็จะพลาดโอกาสสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมให้ประชาชนได้เห็น เลือกตั้งครั้งหน้าก็จะไปกันใหญ่

ยุคนายจุรินทร์คนสำคัญในพรรคที่ทยอยลาออกจากพรรคมีหลายคน เช่น นายกรณ์ จาติกวณิช, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, นายนิพิฏฐ์อินทรสมบัติ, นายวิทยา แก้วภราดัยศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ฯลฯขณะนี้กรรมการบริหารพรรคก็ทยอยลาออก เชื่อว่าถ้านายจุรินทร์ไม่แสดงความรับผิดชอบต่อกรณีปริญญ์ให้มากกว่าที่แถลงเมื่อวันก่อน สถานการณ์พรรคประชาธิปัตย์ก็จะยิ่งเลวร้าย เลือดจะไหลออกจากพรรคมากกว่านี้ 

ยิ่งช่วงนี้กำลังหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่า กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่ง “ดร.เอ้”ดร.สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์ ลงสมัครในนามพรรคฯจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะพลอยโดนหางเลขไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรจะจับมาผูกโยงกัน เพราะผู้ว่า กทม.ก็เหมือนกับอาสาทำงานให้แก่ท้องถิ่น ดูกันที่ความรู้ความสามารถในการปกครองท้องถิ่น อำนาจหน้าที่เหมือนเทศบาล ไม่ใช่นักการเมืองระดับชาติที่ผูกโยงกับพรรคการเมืองเสียทีเดียว

แต่การที่ประชาธิปัตย์เอานายปริญญ์ไปเป็นผู้อำนวยการหาเสียงให้กับ ดร.เอ้ ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์การหาเสียงของ ดร.เอ้ ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แม้นายปริญญ์จะลาออกไปแล้วก็ตาม

ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยที่ขณะนี้กำลังวางตัวและเปิดตัวผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ของพรรคในการเลือกตั้งสมัยหน้าที่เหลือเวลาอีกไม่นาน ที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้สนับสนุนพรรคนี้คือการเปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ“อุ๊งอิ๊ง” บุตรสาวคนเล็กของ นายทักษิณ ชินวัตร และเป็นหลานสาวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรสองอดีตนายกรัฐมนตรี ที่หนีคดีอาญาไปลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ

พรรคเพื่อไทยมีมติตั้งอุ๊งอิ๊งเป็น “หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย” ซึ่งไม่เคยตำแหน่งนี้มาก่อนในวงการเมือง เท่ากับส่งสัญญาณว่าอุ๊งอิ๊งจะก้าวสู่วงการเมืองเต็มตัว เป็นนอมินีตระกูลชินวัตร และอาจจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เห็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนปัจจุบัน แสดงอาการเคารพนบนอบ น้อมไหว้อุ๊งอิ๊งซึ่งเป็นเด็กกว่ามาก ดูเหมือนว่าสง่าราศีของความเป็นหัวหน้าพรรคหมองไปในทันใด

ทุกเวทีที่อุ๊งอิ๊งไปปรากฏตัวในช่วงนี้ ก็ประกาศหนักแน่นว่าเลือกตั้งสมัยหน้าพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์แน่นอน หมายความว่าจะสามารถชนะเลือกตั้งได้จำนวน ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง และจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

การที่จะแลนด์สไลด์ได้ก็จะน่าเกิดจากปัจจัย ๒ อย่าง คือ ๑.ความศรัทธาของคนที่รักนายทักษิณและเชื่อว่านายทักษิณ-น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง และนึกถึงนโยบายประชานิยมที่วาดฝันได้อย่างน่าเชื่อถือ และ ๒.คือการใช้เงินจำนวนมหาศาลในสนามเลือกตั้งซึ่งใช้ได้ผลตลอดมา เป็นเรื่องที่ปิดกันไม่มิด

พรรคการเมืองใหญ่ปัจจุบันทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้านบางพรรคก็ใช้วิธีการนี้ได้ผลมาทุกยุคสมัย เป็นแนวทางประชาธิปไตยแบบไหนก็ไม่รู้ เอาเงินซื้อประชาชนทำลายประเทศชาติ วงจรอุบาทว์จึงเกิดขึ้นไม่จบสิ้น

พรรคพลังประชารัฐที่เป็นแกนนำของรัฐบาลปัจจุบัน ก็มีคนเก่า ๆ ของพรรคเพื่อไทยมาสังกัดอยู่เยอะ ตอนนี้แพของพลังประชารัฐกำลังแตก ก็มี ส.ส.และนักการเมืองจำนวนหนึ่งแตกออกไปตั้งพรรคใหม่ และมีแนวโน้มจะไปหลอมรวมกับเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ถ้าอุ๊งอิ๊งได้ขึ้นเป็นนายกฯจริง ก็ถือว่ามาตามกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชน แต่ก็คงไม่ง่ายที่จะเอานายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ซึ่งเป็นคุณพ่อและคุณอากลับบ้านอย่างเท่ ๆ ได้

การที่นายทักษิณพยายามเชิดลูกสาวตัวเองขึ้นมาให้มีบทบาททางการเมือง ย่อมแสดงให้เห็นว่าไม่มีนักการเมืองคนใดที่นายทักษิณไว้วางใจ

ต้องไม่ลืมว่าทั้งนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่ผู้ลี้ภัยการเมือง แต่ทั้งสองหลบหนีคดีอาญา ไม่ยอมติดคุกจากการกระทำความผิดหลายเรื่องหลายคดี ถ้ากลับมาง่าย ๆ โดยไม่ติดคุกก่อน เชื่อว่าประชาชนก็คงออกมาลุกฮือต่อต้านเหมือนเดิม

ไม่เห็นด้วยที่จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลโดยใช้กำลังยึดอำนาจ เพราะไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทหารเมื่อยึดอำนาจได้ ก็ไม่มีคนใดที่ยอมลงจากอำนาจง่าย ๆ มันเป็นอย่างนี้มานานแล้วในประเทศนี้ อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนเป็นครรลองที่ดีที่สุด

เรื่องของคนที่ต้องการขึ้นครองอำนาจ ทำให้คิดถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่นั่นแม้จะเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ แต่การจะเป็นผู้นำจีนได้ ต้องได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เป็นเด็กระดับชั้นอนุบาล อบรมให้มีจิตใจเข้มแข็ง ปลูกฝังให้อุทิศตนทำงานเพื่อส่วนรวม ให้มีความรักชาติ รักแผ่นดิน พอโตก็จะได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งการจะได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ใช่ได้เป็นกันง่าย ๆ

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิงกว่าจะได้ขึ้นเป็นผู้นำประเทศ ต้องผ่านกระบวนการบ่มเพาะอย่างหนัก ต้องเป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่ลืมตัว มีความเฉียบขาดในการบริหารประเทศเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ชนชาวจีนรุ่นหลัง

เดือนนี้ (พฤษภาคม) ก็จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยการลงมติก็จะเห็นข่าวพรรคการเมืองใหญ่ชวนพรรคการเมืองเล็กไปกินข้าวกันบ่อย บางคนบอกว่าชวนไปกินกล้วย ภาวะของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในภาวะปริ่มน้ำ ไม่น่าไว้วางใจในเสียงสนับสนุน หลังจากมีนักการเมืองแตกออกไปจากพรรคพลังประชารัฐ ไปตั้งพรรคใหม่อยู่ ๒ – ๓ พรรค

ในภาวะเช่นนี้ก็จำต้องหาเสียงจากพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะพรรคเล็ก ๆ ให้มาช่วยกันประคองรัฐนาวาให้รอดไปได้จากการอภิปรายและลากยาวไปจนครบเทอมในต้นปีหน้า ขณะเดียวกันก็นับเป็นโอกาสทองของพรรคเล็ก ๆ ที่ต้องการรับประทานกล้วยให้เต็มอิ่มก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้าซึ่งใช้บัตร ๒ ใบ ส.ส.พรรคเล็กเหล่านี้จะได้มีโอกาสกลับเข้าสภาอีกหรือไม่ ก็ยากจะคาดเดา.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!