กรมชลประทานฯ เตรียมแผนจัดการน้ำท่วม-ภัยแล้ง จ.เพชรบุรี คาดฤดูฝนปีนี้ มีความเสี่ยงน้ำท่วมจากฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ย 5-10%

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 มีนาคม นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทานพร้อมคณะ
ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการลุ่มน้ำเพชรบุรี เพื่อเตรียมรับมือความเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้ง ในจังหวัดเพชรบุรี

รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ย 5-10% จึงทำให้จังหวัดเพชรบุรีมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมได้อีกครั้ง เพราะจังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่ในแนวร่องน้ำผ่านของลุ่มน้ำเพชรบุรี เมื่อฝนตกหนักเกิน 230 มิลลิเมตร ติดต่อกันเป็นเวลานาน 48 ชั่วโมงขึ้นไป จะเกิดน้ำป่าไหลลงจากต้นน้ำและบริเวณพื้นที่ตอนกลางของลุ่มน้ำ ไหลลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ห้วยแม่ประจันต์ ห้วยผาก และลำน้ำสาขาแม่น้ำเพชรบุรีต่างๆ มารวมกันที่แม่น้ำเพชรบุรี ผ่านอำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมือง ซึ่งตลิ่งทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี มีการยกเพื่อป้องกันการไหลบ่าเข้าพื้นที่ตลอดเส้นทาง ทำให้ปริมาณน้ำทั้งหมดไหลเข้าอำเภอเมืองเพชรบุรี ตัวเมืองเพชรบุรีสามารถรับปริมาณน้ำได้เพียง 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เท่านั้น ขณะที่ ในปี พ.ศ.2559 พ.ศ.2560 และ พ.ศ.2561 มีปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมืองในฤดูฝนประมาณ 500-600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรี
กรมชลประทานจึงได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เป็นแนวทางปฏิบัติ โดยได้กำหนดแผนการก่อสร้างดังกล่าวเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน – เป็นการปรับปรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา 3 และคลองระบายน้ำ D.9 พร้อมอาคารประกอบ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยสามารถระบายน้ำได้ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงสู่ทะเล ปัจจุบันการก่อสร้างดำเนินการแล้วเสร็จ ใช้งบประมาณ 1,100 ล้านบาท จึงทำให้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2562-2564 กรมชลประทานสามารถระบายน้ำเลี่ยงเมืองป้องกันอุทกภัยในเขตเมืองได้สำเร็จ ส่วน 2 ระยะยาว – ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2563 ให้เปิดโครงการ เตรียมความพร้อม ทำการมีส่วนร่วมกับประชาชน การสำรวจ ออกแบบ และการจัดหาที่ดิน โดยจะมีการดำเนินการ ดังนี้ การปรับปรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา 1 ซึ่งดำเนินการในเขตคลองเดิม (ไม่มีการจัดหาที่ดิน) ร่วมกับการปรับปรุงคลองลำห้วยยาง (มีการจัดหาที่ดิน) ทั้ง 2 ส่วนรวมกันไปเชื่อมต่อกับคลองระบายน้ำ D.1 ซึ่งต้องมีการจัดหาที่ดินเพิ่มเติมรวมระยะทางทั้งสิ้น 31 กิโลเมตร เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถระบายน้ำได้ 350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงสู่ทะเล ซึ่งจะดำเนินการตามแผนงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2567-พ.ศ.2571 ภายในวงเงินงบประมาณ 14,000 ล้านบาท โดยคลองระบายน้ำ D.1 จะสามารถป้องกันน้ำท่วมในรอบ 25 ปี ซึ่งคาดว่าจะมีน้ำไหลผ่านตัวเมืองมากถึงประมาณ 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีได้ ขณะที่น้ำท่วมใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดเพชรบุรีในปี พ.ศ.2547 มีน้ำไหลผ่านตัวเมืองประมาณ 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้อ่างเก็บน้ำแก่งกระจานและอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในจังหวัดเพชรบุรีทั้งหมด 13 แห่งมีน้ำมากกว่า 80%
นอกจากนี้ในขณะนี้กรมชลประทานมีแนวทางเก็บน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำต่างๆเพื่อชะลอน้ำเช่นการเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานขึ้นจากเดิม 710 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 760 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือรับน้ำได้มากขึ้น 50 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2566 และการขุดลอกตะกอนดินอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ที่จะเพิ่มความจุจากเดิม 32 ล้านลูกบาศก์เมตร มาเป็น 42 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือรับน้ำได้มากขึ้นอีก 10 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งมีโครงการที่จะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำสาริกา ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใช้พื้นที่อุทยานก่อสร้าง
ส่วนการแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่มักเกิดขึ้นในเขตอำเภอชะอำ กรมชลประทานจึงได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เป็นแนวทางปฏิบัติ ด้วยการจัดทำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการบริหารจัดการน้ำข้ามลุ่มน้ำ โดยใช้แรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติเพื่อค่อยๆ ระบายน้ำข้ามลุ่มน้ำเป็นการจัดการอ่างเก็บน้ำเป็น “พวง” คือ เป็นกลุ่มของอ่างเก็บน้ำทั้งหมด 6 แห่ง คืออ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำทุ่งขาม อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด อ่างเก็บน้ำห้วยทราย (ศูนย์พัฒนาฯ ห้วยทราย) และอ่างเก็บน้ำห้วยทราย – หุบกะพง ที่เดิมเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ให้มีความอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้ง โดยขณะนี้อ่างพวงทั้ง 6 แห่งมีน้ำมากกว่า 80% เช่นกัน
งานป้องกันภัยแล้งที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนของพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ที่ต้องเร่งดำเนินการในเขตอำเภอชะอำ และต่อเนื่องไปถึงอำเภอหัวหิน (สามารถดำเนินการได้ทันที โดยที่ไม่ต้องมีการจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม) คือ การปรับปรุงคลองส่งน้ำ 1 ขวา-สายใหญ่ฝั่งขวา 1 หรือคลองสายหัวหิน ความยาว 41 กิโลเมตร พร้อมอาคารประกอบ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอของบประมาณ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตร เนื่องจากคลองเดิมมีขนาดเล็ก ไม่สามารถส่งน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการ
ใช้เป็นเส้นทางในการตัดน้ำหลาก จากเทือกเขาตะนาวศรี ที่จะไหลบ่าเข้าท่วมถนนเพชรเกษม ทำให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาวถึง 3 กิโลเมตร เป็นประจำเมื่อถึงฤดูฝน และ ใช้เป็นแหล่งน้ำดิบ เพื่อผลิตน้ำในการอุปโภค-บริโภค ของอำเภอชะอำ และอำเภอหัวหิน
ทั้งนี้ยังมีงานช่วยเหลือต้นทุนน้ำให้กับโครงการพระราชประสงค์หุบกะพง ในเขตอำเภอชะอำ โดยมีการดำเนินงาน ทำท่อผันน้ำ จากอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ผันสู่อ่างเก็บน้ำตะแปด ระยะทาง 41 กิโลเมตร โดยมีวัตถุประสงค์ คือ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตร เนื่องจากบริเวณอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 อ่างในเขตโครงการพระราชประสงค์ฯ ได้แก่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายหุบกะพง อ่างเก็บน้ำหุบกะพง และอ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว มีพื้นที่การรับน้ำน้อย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรออนุมัติแบบก่อสร้าง และลงพื้นที่เพื่อศึกษาผลกระทบของแนวท่อที่ผ่านในแต่ละพื้นที่ของชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากแนวท่อมีระยะทางความยาวหลายกิโลเมตร

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!