กรมอุตุฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 มีนาคม นายเฉลิมเกียรติคงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทานพร้อมคณะ
ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการลุ่มน้ำเพชรบุรี เพื่อเตรียมรับมือความเสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้ง ในจังหวัดเพชรบุรี โดยมี
นายปริญญา คัชมาตย์ ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 14 นายสมเกียรติ แจ่มจันทร์ ผอ.โครงการชลประทานเพชรบุรี นายสันต์ จรเจริญ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี และนายมีชัย ปฏิยุทธ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน ร่วมชี้แจงข้อมูล

                นายเฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่าเมื่อช่วงฤดูฝนปี 2559-2561 เกิดปัญหาน้ำท่วมตัวเมืองเพชรบุรีเนื่องจากมีน้ำไหลผ่านเขื่อนเพชร 500-600 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเพชรได้บริหารจัดการน้ำปล่อยน้ำตามคลองใหญ่  4 สาย และคลองแยกสาขาต่าง ๆ แต่ไม่สามารถระบายได้ทัน ประกอบกับตลิ่งทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีมีการยกเพื่อป้องกันการไหลบ่าเข้าพื้นที่ตลอดเส้นทาง ทำให้ปริมาณน้ำทั้งหมดไหลผ่านอำเภอเมืองเพชรบุรี เกินกว่าที่แม่น้ำเพชรบุรีช่วง อ.เมืองจะรับได้ (รับได้ 150 ลบ.ม./วินาที) จึงทำให้เกิดน้ำท่วม

                ในปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า จังหวัดเพชรบุรีจะมีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ย 5-10 % จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมบริหารจัดการน้ำให้จังหวัดเพชรบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพกรมชลประทานจึงได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เป็นแนวทางปฏิบัติ โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2562-2564 ได้ใช้งบประมาณ 1,100 ล้านบาท ปรับปรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา 3 และคลองระบายน้ำ D9 สามารถระบายน้ำได้ 100 ลบ.ม./วินาทีลงสู่ทะเลระบายน้ำเลี่ยงเมืองป้องกันอุทกภัยในเขตเมืองได้สำเร็จ

                นายเฉลิมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า การแก้ไขระยะยาว คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 ให้เปิดโครงการและเตรียมความพร้อมปรับปรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา 1 ซึ่งดำเนินการในเขตคลองเดิม (ไม่มีการจัดหาที่ดิน) ร่วมกับการปรับปรุงคลองลำห้วยยาง(มีการจัดหาที่ดิน) ไปเชื่อมต่อกับคลองระบายน้ำ D1 เพิ่มเติม ซึ่งต้องมีการจัดหาที่ดินเพิ่มเติมรวมระยะทาง 31 กิโลเมตร เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถระบายน้ำได้ 350 ลบ.ม./วินาที รวมถึงคลองระบายน้ำ D18 ระบายน้ำได้อีก 200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะดำเนินการในปี 2567-2571 งบประมาณ 14,000 ล้านบาท โดยคลองระบายน้ำ D1 จะสามารถป้องกันน้ำท่วมในรอบ 25 ปี โดยในปี 2572 คาดว่าจะมีน้ำไหลผ่านตัวเมืองมากถึงประมาณ 800 ลบ.ม./วินาที นอกจากนี้กรมชลประทานมีแนวทางเก็บน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ เพื่อชะลอน้ำ เช่น เพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จากเดิม 710 ล้านลบ.ม. เป็น 760 ล้านลบ.ม.ในปี 2566, ขุดลอกตะกอนดิน 10 ล้านลบ.ม. ออกจากอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์เพื่อให้รับน้ำได้ 42.2 ล้านลบ.ม. เต็มศักยภาพ รวมทั้งมีโครงการจะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำสาริกา ความจุ 11 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม

                นายเฉลิมเกียรติ ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ อ.ชะอำ ว่า ขณะนี้กรมชลประทานได้จัดทำ
โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) อันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการบริหารจัดการน้ำข้ามลุ่มน้ำ โดยใช้แรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติเพื่อค่อย ๆ ระบายน้ำข้ามลุ่มน้ำ เป็นการจัดการอ่างเก็บน้ำเป็น “พวง” คือ เป็นกลุ่มของอ่างเก็บน้ำทั้งหมด 6 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ, อ่างเก็บน้ำทุ่งขาม, อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย, อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด, อ่างเก็บน้ำห้วยทราย (ศูนย์พัฒนาฯ ห้วยทราย) และอ่างเก็บน้ำห้วยทราย–หุบกะพง ที่เดิมเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ให้มีความอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้ง โดยขณะนี้อ่างพวงทั้ง 6 แห่ง มีน้ำสะสมมากกว่า 80 % แล้ว ทำให้ชาวนามีน้ำเพียงพอในการทำนาปรังได้ตลอดทั้งปี

                นอกจากนี้ยังมีโครงการปรับปรุงคลองส่งน้ำ 1 ขวา-สายใหญ่ฝั่งขวา 1 หรือคลองสายหัวหิน ความยาว 41 กม. พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอของบประมาณ และโครงการทำท่อผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน สู่อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด ระยะทาง41 กม. เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตร บริเวณโครงการพระราชประสงค์หุบกะพงในเขต อ.ชะอำจ.เพชรบุรี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรออนุมัติแบบก่อสร้าง และลงพื้นที่เพื่อศึกษาผลกระทบ

                “ขอให้ประชาชนเข้าใจ และความมั่นใจในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมถึงภัยแล้ง ที่ภาครัฐกำลังดำเนินการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว” นายเฉลิมเกียรติกล่าว.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!