กลอนที่รักวรรคที่ชอบ

ในเดือนที่มีวันหยุดชุกชุมเช่นนี้ หวังว่าคอลัมน์ “กลอนที่รักฯ” คงได้เป็นเพื่อนสำหรับผู้สนใจงานด้านวรรณศิลป์ ฉบับนี้ก็เช่นกัน ขอยกกลอนจากกวี
รุ่นใหญ่ฉายา “กวีรัตนโกสินทร์” หรือ “กวีซีไรท์” มาให้อ่านเพื่อความรื่นรมย์ใจ
ขอบพระคุณเจ้าของบทกลอนที่งดงามสัมผัสใจ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์  และภาพประกอบ มา ณ ที่นี้นะคะ

นกขมิ้น

        เขาคลอขลุ่ยครวญเสียงเพียงแผ่วผิว        ชะลอนิ้วพลิ้วผ่านจากมานหมอง

โอดสะอื้นอ้อยอิ่งทิ้งทำนอง                        เป็นคำพร้องพริ้งพรายระบายใจ

        โอ้ดอกเอ๋ยเจ้าดอกขจร                    นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะนอนไหน

ค่ำลงแล้วแนวพนาและฟ้าไกล                     เจ้านอนได้ทุกเถื่อนท่าไม่อาทร

        แล้วหวนเสียงเรียงนิ้วขึ้นหวิวหวีด          เร่งอดีตดาลฝันบรรโลมหลอน

ถี่กระชั้นสั่นกระชากใจจากจร                     ระเรื่อยร่อนเร่มาเป็นอาจิณ

โอ้ใจเอ๋ยอ้างว้างวังเวงนัก                             ไร้แหล่งพักหลักพันจะผันผิน

เพิ่มแต่พิษผิดหวังยังย้ำยิน                           ระด่าวดิ้นโดยอนาถแทบขาดใจ

          ข้าเคยฝันถึงฟ้ากว้างกว่ากว้าง             ฝันถึงปางทับเปลี่ยวเรี่ยวน้ำไหล

ถึงช่อเอื้องเหลืองระย้าคาคบไม้                     ในแนวไพรนึกเหมือนเป็นเพื่อนเนา

          รู้รสแรงแห่งทุกข์และสุขสิ้น                บนแผ่นดินแผ่นเดียวเปลี่ยวและเหงา

จิบน้ำใจจนทั่วเจียนมัวเมา                          ไร้ร่มเงารังเรือนและเพื่อนตาย

          เขาเคลียนิ้วเนิบนุ่มเสียงทุ้มพร่า          เหมือนหวนหาโหยไห้น่าใจหาย

เจ้าขมิ้นเหลืองอ่อนนอนเดียวดาย                 จะเหนื่อยหน่ายหนาวน้ำค้างที่กลางดง

          เสียงฉับฉิ่งหริ่งรับขยับเร่ง                 จะพรากเพลงเพื่อนยินสิ้นเสียงส่ง

เขาเบือนนิ้วผิวแผ่วแล้วราลง                        เสียงนั้นคงเน้นครางอย่างห่วงใย

          เจ้าดอกเอยดอกขจรอาวรณ์ถวิล          นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะนอนไหน

เขาวางขลุ่ยข่มน้ำตาว้าเหว่ใจ                       ตอบไม่ได้ดอกหนาข้าคนจร

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

  (คำหยาด ๒๕๐๒)

ฉบับหน้าเดือนมิถุนายน ขอเชิญชวนผู้รักงานวรรณศิลป์ ส่งงานที่เกี่ยวกับท่านสุนทรภู่ ความยาวสามบท มาร่วมรำลึกถึงบรมครูกลอนตลาด ผู้มีผลงานเฉียบคม จนถึงวันนี้งานของท่านยังคงทันสมัยเสมอจนได้รับการยอมรับทั่วโลก ขอยกกลอนของท่านจากนิราศเมืองเพชรมาให้อ่านกันก่อนจากกันในฉบับนี้นะคะ

        “…แล้วเลี้ยวลงตรงหน้าวัดพระธาตุ         พอเดือนคลาดคล้อยจำรัสรัศมี

ดูพระปรางค์กลางอารามก็งามดี                   แต่ไม่มีเงาบ้างหรืออย่างไร

สาธุสะพระมหาตถาคต                           ยังปรากฏมิได้เสื่อมที่เลื่อมใส

พอไก่ขันวันทาครรลาไล   ลงเรือใหญ่ล่องมาถึงธานีฯ..”

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!