“กะละแมมอญบางลำภู”

ที่มีเฉพาะเทศกาลสงกรานต์

ช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย ชาวชุมชนบ้านบางลำภู หมู่ ๓ และหมู่ ๔ ต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายมอญ หรือไทยรามัญ ตั้งถิ่นอาศัยอยู่บริเวณรอบวัดบางลำภู ติดกับแม่น้ำเพชรบุรี จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ตามวิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนมอญ มีการทำบุญสรงน้ำพระ “หลวงพ่อขนมต้ม” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดบางลำภูที่ชาวมอญบ้านบางลำภูให้ความเคารพนับถือ รวมถึงมีกิจกรรมการกวน “ขนมกะละแม” ที่ยังทำสืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน

นายบุญยืน บุญยง หรือ “ลุงยุ่ง” อายุ ๖๗ ปี ชาวมอญบางลำภู หมู่ ๓ ต.บางครก อ.บ้านแหลม กล่าวว่า ชาวมอญบางลำภูนิยมกวนขนมกะละแมกันเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในอดีตจะกวนขนมกันตามหมู่บ้านช่วงประมาณ วันที่ ๑๑-๑๒ เมษายน ก่อนถึงวันสงกรานต์ ตั้งกระทะกวนขนมกัน ๓-๔ เตา เริ่มไม่พร้อมกัน พอเสร็จเตาที่ ๑ จะมาช่วยเตาที่ ๒ เนื่องจากช่วงที่ขนมสุกจะต้องใช้กำลังคนในการกวนขนมมาก เป็นการแบ่งกำลังคนไปช่วยกวนขนมบ้านอื่น ๆ ถือกุศโลบายของคนในอดีตที่ใช้กิจกรรมสร้างความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน เมื่อกวนเสร็จแล้วก็จะแบ่งขนมส่วนหนึ่งไว้ทำบุญ ส่วนที่เหลือก็แบ่งแจกจ่ายให้ญาติพี่น้อง หรือแบ่งปันให้กับบ้านที่ไม่ได้กวนขนม ต่อมาคนกวนขนมกะละแมในหมู่บ้านก็ลดน้อยลง จึงใช้สถานที่ภายในวัดทำการกวนขนม เพื่อเป็นการรักษาภูมิปัญญาการกวนขนมกะละแมของชุมชนมอญบางลำภู อีกทั้งยังเป็นการจัดหารายได้จากการจำหน่ายขนมนำเงินเข้าวัด 

นายบุญยืน กล่าวต่ออีกว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการกวนกะละแมมีด้วยกันอยู่ ๓ อย่าง ได้แก่ กะทิ น้ำตาลมะพร้าว และแป้งข้าวเหนียว เป็นวัตถุดิบที่หาได้ในหมู่บ้าน เนื่องจากตำบลบางครกเป็นพื้นที่ปลูกมะพร้าวและทำน้ำตาลมะพร้าว ส่วนข้าวเหนียวก็ซื้อหาจากร้านค้าทั่วไปนำมาแช่น้ำก่อนใส่เครื่องโม่ทำแป้งข้าวเหนียว นำวัตถุดิบทั้งหมดใส่กระทะใบบัวขนาดใหญ่ วางลงบนเตาหลุม เตาที่ชาวบ้านทำขึ้นเอง โดยการขุดหลุมลึกประมาณ ๖๐-๗๐ เซนติเมตร ปากหลุมมีขนาดเล็กกว่าขอบกระทะ มีช่องใส่ไฟ และช่องระบายควันไฟ ใช้เศษไม้ที่หาได้ตามวัดตามหมู่บ้านเป็นเชื้อเพลิง ปัจจุบันทำการขุดหลุมเตาและพื้นเทคอนกรีตลักษณะเป็นเตาถาวร ส่วนอุปกรณ์ใช้ไม้พายที่ส่วนปลายใบพายเป็นโลหะกวนขนม 

“ปัจจุบันจะกวนขนมวันละ ๓ – ๔ กระทะ เริ่มกวนกันตั้งแต่เช้า กวนขนมกันไปเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวันจนถึงมืดค่ำ กระทะหนึ่งใช้เวลากวนประมาณ ๓ ชั่วโมงครึ่งถึง ๔ ชั่วโมง มีการชักชวนคนในหมู่บ้านมาช่วยกันกวนขนม เหตุที่ต้องใช้คนมากประมาณ ๑๐ กว่าคนนั้น ก็เพราะเมื่อขนมใกล้สุกจะมีความเหนียวและแห้งไว ต้องออกแรงกวนให้เร็วเพื่อไม่ให้ขนมติดกระทะ เมื่อขนมสุกและเหนียวได้ที่ จึงยกกระทะลงจากเตา ก่อนจะตักขนมใส่ถาดรองด้วยใบตอง ใช้ใบตองชุบน้ำมันแผ่ขนมให้ทั่วถาด ผึ่งลมให้หายร้อน ก่อนจะตัดแบ่งใส่กล่อง กระทะหนึ่งกวนขนมได้ราว ๒๐ – ๒๑ กิโลกรัม ปัจจุบันจำหน่ายกิโลกรัมละ ๓๐๐ บาท ซึ่งไม่แพงเลยถ้าเทียบกับเวลาและกำลังคนในการกวนขนม รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย บ้านชาวจะนำเงินถวายวัดเพื่อใช้ในกิจการสงฆ์ต่อไป โดยปีนี้กำหนดกวนขนมกะละแมถึงวันที่ ๑๖ เมษายน ตามจำนวนยอดสั่งซื้อขนม” นายบุญยืน กล่าว

          ดร.ธิติยา พูลเพ็ชร์ หรือ “ดร.บู้” อายุ ๓๘ ปี หญิงสาวชาวมอญบ้านบางลำภู คนรุ่นใหม่ ผู้ก่อตั้งกลุ่มสไบมอญบางลำภู กล่าวว่า การกวนกะละแมเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาวมอญบ้านบางลำภู ที่ยังมีการปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น ชาวบ้านยังเห็นความสำคัญและใช้ประโยชน์จากการกวนขนม นอกจากใช้ในการทำบุญแล้ว และหารายได้บำรุงวัด การกวนขนมยังเป็นกิจกรรมในการสร้างความสมัครสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจของคนในหมู่บ้าน นอกจากผู้ใหญ่ที่ทำกันเป็นหลักแล้วยังมีคนหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่วัฒนธรรมการกวนขนมกะละแมจะอยู่คู่กับชุมชนมอญบ้านบางลำภูสืบไป.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!