การเมือง๒๕๖๖

ตลอดปี ๒๕๖๕ สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ยังไม่น่าสนใจเท่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศที่เล่นเกมชิงไหวชิงพริบทั้งนอกและในสภาอันทรงเกียรติ มีการต่อรอง เดินหมากเดินเกมการเมืองเพื่อชิงความได้เปรียบกันให้เห็นเป็นระยะ พรรคการเมืองที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคและมีตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้พรรคพลังประชารัฐกำลังอยู่ในสภาพแพแตก บรรดา ส.ส.และนักการเมืองชื่อดังได้ทยอยกันยื่นใบลาออกไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นอย่างไม่เกรงใจหัวหน้าพรรคที่เป็นผู้มากบารมีแม้แต่น้อย

            หากถามว่าพรรคการเมืองใดมีความโดดเด่นที่สุดในเวลานี้ เชื่อว่าทุกสายตาจะมองไปยังพรรคภูมิใจไทย ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค และมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บรรดา ส.ส.และนักการเมืองชื่อดังจากหลายพรรคพาเหรดไปเข้าสังกัดพรรคนี้แทบหัวบันไดไม่แห้ง นายอนุทินถูกมองว่าเป็นคน “ไม่เรื่องมาก” พูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัย แสดงความเป็นมิตรกับทุกพรรคการเมือง ผลงานที่โดดเด่นและถูกใจชาวบ้านคือการปลดล็อกกัญชาให้ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ ตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ ได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

อีกพรรคที่น่าจับตามองคือพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอบรับคำเชิญเข้าพรรคการเมืองนี้ เส้นกราฟการเมืองของพรรคนี้ก็พุ่งสูงขึ้นทันใด มีบรรดา ส.ส.และนักการเมืองชื่อดังทยอยไปเข้าสังกัดจำนวนมาก ส่วนใหญ่มาจากพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ ที่ศรัทธาในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ชนิดไปไหนไปด้วย อยู่ไหนอยู่ด้วย ขณะเดียวกันหลายพรรคการเมืองก็มีความเคลื่อนไหวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครกันอย่างคึกคัก มีทั้งหน้าเก่า-หน้าใหม่ เริ่มเดินหน้าหาเสียงแนะนำตัวกับชาวบ้านแล้ว ที่เห็นชัดเจนคือป้ายอวยพรปีใหม่ มีให้เห็นกันทั่วบ้านทั่วเมือง

คาดกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจชิงยุบสภาก่อนสภาหมดวาระในเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ นั่นหมายถึงว่าพรรครวมไทยสร้างชาติต้องอยู่ในสถานะได้เปรียบและมีความพร้อมเดินสู่สนามเลือกตั้ง สิ่งที่น่ากลัวสำหรับการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๖ คือข่าวพรรคการเมืองใหญ่บางพรรคที่แพ้ไม่เป็นจะใช้เงินจำนวนมหาศาลทุ่มซื้อเสียงเพื่อชิงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากสภาและรัฐบาลมีแต่ตัวแทนที่มาจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจริง ประชาชนก็ต้องทนดูความล้มเหลวของชาติต่อไปอีก ๔ ปี เพราะเราเลือกนักการเมืองที่ชอบ “เล่นการเมือง” มากกว่าทำงานการเมืองเพื่อประชาชน ซึ่งก็ไม่สามารถจะโทษใครได้ เพราะประชาชนเป็นผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและเลือกคนไร้คุณภาพให้ไปเป็นตัวแทนของพวกเขาเอง.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!