“ครั้งหนึ่งในรอยจำ…

จารึกอยู่…มิรู้ลืม” 

ช่วงนี้ยังอยู่ในเดือนแห่งความเป็นสิริมงคล เมษายน คล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงอยู่ในหัวใจของพสกนิกรชาวไทย

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเมืองเพชรซึ่งได้ชื่อว่า

             เป็นเมืองที่ประชาชน เทิดทูนและจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงยิ่ง

          สำหรับสมเด็จพระเทพรัตน์ฯนั้น ทรงอยู่ในหัวใจของเราพสกนิกรอย่างแน่นเหนียว พวกเราต่างรักและเทิดทูนพระองค์ท่าน กันอย่างมากมายจริงๆ

             ผู้เขียนเอง มีบุญวาสนาที่ได้มีโอกาส อันดีงามในชีวิต หลายครั้งเหลือเกิน

          เป็นโอกาสทองของชีวิตที่ได้เคย เข้ารับใช้ถวายงานใกล้ชิด
พระองค์ท่านหลายต่อหลายครั้ง

          ซึ่งนับเป็นสิริมงคลอย่างสูงยิ่งต่อตัวเองและครอบครัว ตลอดมา

          ครั้งหนึ่ง จำได้ว่า ท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล บอกพวกเราว่าให้จัดเตรียม ข้าวปลาอาหารไปถวาย สมเด็จพระเทพรัตน ซึ่งท่านจะประทับเสวยพระกระยาหารกลางวันเป็นการส่วนพระองค์
ที่คอกม้าหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
ซึ่งขณะนั้นท่านผู้ว่าประสงค์
พิฑูรกิจจาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดของประจวบคีรีขันธ์
ท่านมามอบหมายให้ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดย สำนักศิลปวัฒนธรรมซึ่งผู้เขียนเป็นผู้อำนวยการ และเป็นผู้ประสานงานกลุ่มคนรักเมืองเพชร อยู่ขณะนั้น ให้เป็นผู้จัดเตรียมพระกระยาหารทั้งหลายเพื่อถวายพระองค์

          ท่าน ดร.สุเมธแนะนำว่า ให้จัดสำรับกับข้าวเหมือนกับที่ชาวบ้าน เขากินกันนั่นแหละ

             เราก็เตรียมตัวกันอย่างปลื้มเปรม จัดของถวายเป็นหาบๆ
มี หาบหวาน หาบคาว หาบของว่าง
มี ท่านอาจารย์ปราณี ชุ่มน้อย
1 หาบ
ตัวผู้เขียน 1 หาบและมีกลุ่มคนรักเมืองเพชร อีกคนละหาบสองหาบ

          แบกไม้คาน หาบกันจริง ๆ นำขบวน เข้าไปสู่ ณ ที่ประทับกับยกพื้นเตี้ย ๆ ท่าน ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ก็มอบให้ผู้เขียนเป็นผู้นำ
อาหารแต่ละจานนั้น ยกถวายสมเด็จพระเทพรัตนฯ พร้อมถวาย
คำอธิบาย ว่าคืออะไรบ้าง
พระองค์ท่านทรงแย้มพระสรวล อย่างพอพระทัย

          ที่ทรงเห็นพวกเราแต่งกายแบบชาวบ้านนุ่งผ้าซิ่น ใส่งอบ กะเล้อกะรัง ตอนที่ขบวนหาบของไปถึง

             อาหารที่เรานำไปนั้น ก็เป็นอาหารพื้นบ้านจริงๆ มีตั้งแต่ของกินเล่น ถั่วลิสงต้ม มะม่วงน้ำปลาหวาน เมี่ยงคำ ลูกเผือก
หัวเล็กๆ ต้ม มันต้ม แล้วก็ใช้น้ำตาลโตนดหอมหวานหั่นเป็น
สี่เหลี่ยมเล็กๆ ใส่ถ้วยเคียงไป

          ซึ่งพระองค์ทรงโปรดเหลือเกิน ทรงซักถาม และทรงนำน้ำตาลโตนดเสวยพร้อมเผือกต้ม มันต้ม อย่างเอร็ดอร่อย และเสวยครบทุกถ้วยทุกจาน

          เป็นที่ชื่นใจของกลุ่มคนรักเมืองเพชร ชาวบ้าน และผู้ร่วมจัดหาสารพัดอาหารหวานคาวมาถวายเสียจริงๆ

             แน่นอน ว่ามีอาหารพื้นบ้านอีกหลายชนิด ทั้งของว่างข้าวแช่
ขนมโค ขนม 3 ไฟ ขนมพันตอง ข้าวมันละกอ ขนมจีนทอดมัน
แกงเขียวหวานไก่ ผัดไทย ยำหัวปลี ยำมะม่วง…และอื่น ๆ

          ท่าน ดร.สุเมธกระซิบไว้ว่า “พระองค์ท่านจะเสวยอาหารทุกอย่าง ที่ชาวบ้านนำมาถวาย และผู้เขียนก็เห็นด้วยตา
ตัวเองว่า

             พระองค์ทรงเสวยของทุกอย่างที่ทุกคนรวมน้ำใจกันไปถวายอย่างเกษมสำราญจริงๆ

             ในครานี้…จึง ขออนุญาตนำภาพแห่งความทรงจำรำลึก
อันงดงามและเป็นสิริมงคลมาฝากให้ทุกท่าน ได้ร่วมชื่นชมโสมนัส
และส่งจิตน้อมเกล้าถวายพระพร ให้พระองค์

             ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน…ตลอดกาลนาน….

          ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

          ข้าพระพุทธเจ้า รองศาสตราจารย์สุนันท์ นีลพงษ์

          คอลัมน์ ตลาดนัด” หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ นายกสมาคมกลุ่มคนรักเมืองเพชร

                ประธานชมรมคนรักในหลวงเมืองเพชร และคณะกรรมการ

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!