“จากสายสัมพันธ์ อันยิ่งใหญ่และยาวนาน…” (ตอนที่ 2)

ตอน… “อย่ามารักผมเลย…ขอบอก…!!!!!

            ที่อยู่จังหวัดชัยนาทมีอำเภอเล็ก ๆ อยู่ริมแม่น้ำท่าจีนชื่อว่า อำเภอวัดสิงห์ เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่อบอุ่นมาก คนในอำเภอรู้จักกันตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาด รู้จักปู่ย่าตายายจนถึงชั้นลูกหลาน

                มีความเป็นอยู่เหมือนพี่น้องกัน มีทั้งคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีน แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่ค้าขาย ทำธุรกิจก็จะเป็นคนไทยเชื้อสายเป็นส่วนใหญ่

                คนไทยแท้ ๆ ที่ตัวดำล่ำสันนั้น ก็จะอยู่ที่หัวไร่ปลายนาหรือในดงในดอน

                พวกในตลาด จะเรียกคนที่อยู่ไกลออกไปจากในเมืองว่า “คนบ้านดอน” มิได้เรียกว่า “คนบ้านนอก” เหมือนที่อื่น ๆ ทั้งนี้น่าจะเรียกตามพื้นที่ ๆ เขาอยู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างสูง เป็นที่ดอนใกล้ป่าเขา

                เวลาที่มีฝนตกหนัก ฟ้าร้องครืน ๆ อยู่ไกล ๆ บางทีลมแรงหอบเอาลูกเห็บเม็ดเท่าหัวแม่มือมาโปรยขาวพราวไปทุกหนทุกแห่ง แล้วพักเดียวน้ำป่าก็จะไหลบ่าลงมาท่วมในเมืองหรือท่วมที่ตลาด พวกเราเด็ก ๆ ก็จะทั้งเก็บลูกเห็บและรอเวลาไปเล่นน้ำกันอย่างเริงใจ

                ในตลาดเล็ก ๆ ที่อำเภอวัดสิงห์นี่แหละ ที่เป็นที่อยู่ของหนุ่มหล่อมาก 2 นาย คือพ่อของผู้เขียนเอง และพ่อของเฮียตือ หรือคุณพิศาล ชวานุชิต ผู้หลักผู้ใหญ่แห่งเมืองเพชร ที่ได้เล่าไปเมื่อฉบับที่แล้ว

                พ่อเราทั้งสองเป็นเพื่อนที่รักใคร่ สนิทสนมกลมเกลียวกันมาก อีกทั้งรูปหล่อพอฟัดพอเหวี่ยงกัน ไม่มีใครกินใครลงเจ้าเสน่ห์เหมือนกัน เจ้าชู้เหมือนกัน…เรียกว่า…ถ้าสองหนุ่มนี้ยิ้มให้สาว ๆ เป็นหัวใจละลายกันไปทุกคน พ่อผู้เขียนชื่อว่าสมศักดิ์ พ่อของเฮียตือ ชื่อว่า เท้งล้ง แต่พนักงานสะกดคำไม่เป็น ชื่อ เท้งล้ง เลยกลายเป็น แทนลอนเท่ไปเลย

                สมัยนั้นพ่อเราทั้งสอง คงเป็นหนุ่มที่จ๊าบมาก คนหนึ่งเป็นช่างภาพหนุ่มฟ้อ คือ พ่อเท้งล้ง คนหนึ่งก็หล่อเฟี้ยวคือพ่อสมศักดิ์ ทำงานอยู่ที่ร้านทำทอง ซึ่งเป็นร้านของยายผู้เขียนเอง ตอนนั้นพ่อของผู้เขียน เป็นนักเรียนนอกเชียวนะเพราะถูกส่งไปเรียนเมืองจีนอยู่หลายรอบ เหตุที่ต้องกลับมาหลายครั้ง เพราะพ่อเราเจ้าชู้มากผู้หญิงถึงกับตบตีแย่งชิงกัน เกิดเรื่องเกิดราวทีนึงก็หลบกลับมาเมืองไทยทีนึง

                มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อกลับมาเมืองไทย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่ยอมให้เข้าเมืองไทย บอกว่าพ่อเป็นคนจีน

                พ่อก็เถียงว่า “ผมนี่แหละคนไทยแท้ ๆ“

เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอม ให้พ่อหาคนมารับรอง พ่อนึกไปนึกมา ก็นึกถึงใครไม่ออกในตอนนั้น เพราะแต่ละคนที่รู้จักก็อยู่ไกล พ่อก็เลยบอกกงสุลไปอย่างเหี้ยมหาญว่า “ผมนี่แหละขอรับรองตัวเอง !!!

                ปรากฏว่ากงสุลชอบใจมากเลยอนุญาตให้พ่อผ่านเข้าออกเมืองจีน เมืองไทยได้อย่างสะดวก หลักจากนั้นพอไปเมืองจีนทีไร พ่อก็จะมีของมาฝากกงสุลอยู่เสมอ แบบเกลอกัน…พ่อว่า นี่ขนาดพ่อไม่ได้คุยนะว่าพ่อเป็นนักมวยตัวกั่นของค่ายใหญ่เสียด้วย…อิ อิ

                ส่วนพ่อแทนลอน หรือพ่อเท้งล้งก็ไม่เบาเพราะสาว ๆ ติดตรึมพอกัน ทั้งสองเป็นเพื่อนยากคู่หู คู่หนุ่มคนดังจนกระทั่ง พ่อมีครอบครัว สาวเจ้าก็ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกสาวเจ้าของร้านทอง ที่พ่อสมัครเข้าไปเป็นลูกจ้าง เพื่อจะได้ใกล้ชิดลูกสาวเจ้าของร้านทอง ซึ่งก็คือแม่เรานั่นเอง

            แม้พ่อจะมีครอบครัว แต่ไม่เคยทิ้งเพื่อน ยังไปมาหาสู่ รักกันสนิทสนมกับเหมือนเช่นเดิม

                … แต่พ่อเราเล่าว่า อยู่ไป ๆ สังเกตเห็นว่า พ่อเท้งล้ง ผอมลง ผอมลง ตาก็โหลลึก ดูไม่ค่อยสบายนัก พ่อกับแม่ก็ซักไซ้กันไปมาก็เจอสาเหตุว่า ในแต่ละคืนนั้นพ่อเท้งล้ง แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยเป็นที่สงสัยนัก

                เพราะอะไรกัน… พ่อเท้งล้งก็เล่าว่า จะให้นอนหลับได้ยังไงพอตกกลางคืนเข้า จะมีผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่งมากวนใจ “อีมาหาอั๊วทุกคืนเป็นประจำ มานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงนอน”

                พ่อเราก็หัวเราะร่าบอกว่า “อ๊ะ… ก็ดีแล้วนี่นา ผู้หญิงมาหา ไม่ใช่ผู้ร้ายสักหน่อย“พ่อเท้งล้งบอกพ่อว่า “ดีได้ยังไงวะ…เป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ ก็ดีน่ะซี

            แต่นี่อีไม่ใช่คนนะ !! อีเป็นผี …เห็นชัด ๆ เลยจริง ๆ …!!!!

            บรี๊อส์… เรื่องนี้ก็ยังจบไม่ลงอีกจนได้…!!!!!

            ต้องขอผลัดเอาไว้ เล่าต่อกันในฉบับหน้าก็แล้วกันนะพี่น้องนะ

            ฉบับนี้ ชมรูปหนุ่มหล่อ 2 เพื่อนรักไปพลาง ๆ หนุ่มหนึ่งคือพ่อเท้งล้งหรือพ่อแทนลอน ส่วนอีกหนุ่มที่อุ้มเด็ก คือพ่อของผู้เขียนเอง กำลังอุ้มผู้เขียน

            ผู้เขียนเป็นลูกคนที่ 5 จากลูก 7 คน แล้วนาจ๊า …พ่อเรายังหล่อได้ซ้าขนาดนี้…ฮ่า ฮ่า ฮ่า

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!