“ณ วันดอกไม้บาน”

เมื่อปีเก่ากำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะเข้ามา หลายท่านต่างก็ตื่นเต้น รอคอยสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต หลายท่านก็คงกำลังทบทวนว่าตลอดปีเก่าที่ผ่านมานั้น เราได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในสิ่งใดบ้าง หรือได้กระทำสิ่งหนึ่งประการใดต่อผู้ใดไว้บ้าง
ที่ไม่สมควรกระทำ ที่เมื่อย้อนรำลึกแล้ว ให้รู้สึกอยากย้อนเวลากลับไป แก้ไขเสียใหม่ถ้าสามารถทำได้

             ก็เป็นโอกาสดีๆ ที่จะได้ตั้งหลักลองทบทวนตัวเองดู

             เช่น เราได้ติดหนี้ติดสินของใครเขาไว้บ้างไหม ถ้าไม่อยากมี
บาปติดค้างต้องไปชำระกันในชาติหน้า ก็ควรจะชำระสะสางไปให้หมดสิ้น
ไปในชาตินี้ คิดถึงยามที่เราทุกข์ยากขัดสน เขายังได้ช่วยเหลือเกื้อกูลให้เราหยิบยืมให้ผ่านพ้นวิกฤตไป อย่าเพิกเฉยแกล้งทำลืมเลือนไปซะงั้น…. !!!!

          หรือมีพฤติกรรมใดบ้าง ที่เรากระทำต่อเพื่อนฝูงหรือ
คนใกล้ชิด ด้วย กาย วาจา และการกระทำ

อันเป็นการไม่ถนอมน้ำใจผู้อื่น อาทิ ไม่ให้เกียรติ ดูถูก ก้าวร้าว
ก้าวล่วง เอาแต่ความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ยอมรับฟังความคิดของ
คนอื่น ๆ ควรมองโลกในแง่ดี และคิดบวกไว้เสมอ

          ทบทวนว่าเราได้เคยคิด สำนึกในคุณ ของผู้ที่ดีต่อเราไม่ว่า
จะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ตามบ้างไหม และตัวเราเองนั้นได้เคยเอื้ออาทร “ให้” แก่ผู้อื่นบ้างไหม หรือคอย
“รับ” แต่เพียงอย่างเดียวจะกลายเป็นคนเอาเปรียบเพื่อนไปโดยไม่รู้ตัว

              สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราสามารถสำรวจตัวตนของเราเองได้ และปรับตัวได้เสมอ ไม่ต้องรอให้ใครมาเตือน และมันเป็นเสน่ห์มาจากภายใน ที่พร้อมจะหมดลงได้ตลอดเวลา ด้วยการกระทำของเราเอง

ความจริงแล้ว สิ่งดีๆ สิ่งใหม่ๆในชีวิตของเรา มิได้มีแค่เพียงวันขึ้นปีใหม่เท่านั้น

             ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยป่วยเป็นไวรัส C ต้องรักษาตัวที่ ศิริราชหลายปี หมอบอกว่าเราต้องเป็นคนป่วยหนัก 1 ปีเต็ม ๆ นะ จะป่วยเพราะยาที่เข้าไปฆ่าเชื้อไวรัส C เพราะมันคือการให้คีโมอ่อน ๆ
ทั้งฉีดยา กินยา มันก็ไปทำลายส่วนดี ๆ ของร่างกายไปบ้างนั่นเอง

             ช่วงนั้นผู้เขียนทานอาหารไม่ได้เลย ผ่ายผอม ผมก็ร่วง ไม่มีแรง ต้องอยู่ในโครงการวิจัยของหมอ ที่ต้องติดตามผลตลอดมาหลายปี…แต่ไม่เคยลาหยุดหรือละงานที่รับผิดชอบทำอยู่เลยแม้แต่วันเดียว

             จน ณ วันหนึ่ง หมอได้นัดไปฟังผลชี้ขาดว่า…สรุปที่รักษากันมา ล้มเหลวหรือได้ผลดี

          ข่าวดีที่ได้รับคือ…. ผู้เขียน หายจากไวรัส C แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์

          วันนั้นจึงเปรียบเสมือนวันใหม่ของชีวิต เหมือนมีชีวิตใหม่ที่แสนสุข

          ช่างเป็นวันที่ดีมากๆ วันหนึ่งของชีวิต ที่ไม่ต้องคำนึงว่ามันเป็นวันขึ้นปีใหม่หรือลาจากปีเก่า

ซึ่งครั้งนั้นมีสุภาพบุรุษที่รักกันฉันแม่ลูก เป็นผู้พาไปหาหมอตลอดระยะเวลาที่เจ็บป่วย ก็พลอยดีอกดีใจ เขาได้มอบหนังสือ
ให้ผู้เขียนเล่มหนึ่งเป็นของขวัญในวันแห่งการรับฟังข่าวดี

             ชื่อหนังสือเล่มนั้นมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะชื่อว่า “ณ วันดอกไม้บาน ”

             ผู้เขียน ประทับใจและซาบซึ้งใจมาก นี่คือความผูกพัน เอื้ออาทร การดีต่อใจ…ต่อกัน

          เนื่องในวันปีใหม่ที่จะถึงนี้ จึงขอพรให้แฟนๆ คอลัมน์
“ตลาดนัด” ทุกท่าน

                 ได้มี “ณ วันดอกไม้บาน” ในชีวิต หลาย ๆ วัน ตลอดทั้งปีเลยนะเจ้าคะ…เพี่ยง…        

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!