ตายประชดป่าช้า

ขอร่วมบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทางการเมืองหลังสิ้นสุด
การอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ (๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕)
เมื่อมี ส.ส.รายแรกของประเทศลุกขึ้นประกาศลาออกกลางที่ประชุม

             ถ้าได้ติดตามข่าวการประชุมรัฐสภาก็พอจะทราบว่า ส.ส.
ที่ผมพูดถึงก็คือ

             นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่

             ประกาศลาออกด้วยเสียงสั่นเครือที่มาพร้อมน้ำตาลูกผู้ชาย ด้วยเหตุผลว่า “ผมไม่มีความสุขกับการทำงาน” จน นายศุภชัย
โพธิ์สุ
รองประธานสภาฯ คนที่ ๒ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม
ต้องปลอบว่า “ท่านมิ่งขวัญ ไม่ต้องร้องนะครับ ไม่ต้องเศร้าขนาดนั้น” ดูการประชุมก็นึกขำไป ว่าไม่ควรเอาสาระกับพวก
นักการเมืองจริง ๆ เพราะการลาออกของนายมิ่งขวัญ ทำให้รู้สึกว่า
ไม่เห็นมีใครจะทักท้วง หรือยับยั้งการตัดสินใจลาออกครั้งนี้เลย
แม้แต่ ส.ส.ในพรรคเอง ต่างก็เงียบเป็นเป่าสาก ไม่เห็นมีใคร
ลุกขึ้นประท้วงหรือแก้ต่าง แม้แต่ในประเด็นที่ นายมิ่งขวัญ กล่าวหา
ว่า ส.ส.ในพรรค ตระบัดสัตย์ ในวันที่หาเสียงว่าจะไม่เข้าร่วมกับ
พรรครัฐบาล แต่สุดท้ายก็ทำให้ตัวเองรู้จักคำศัพท์ ๒ คำ คือ
คำว่า งูเห่า และ ลิงกินกล้วย มากยิ่งขึ้น

             หลายคนแทนที่จะเสียใจ แต่กลับนึกชอบใจอยู่ในทีที่มีคนลาออกจากพรรค จะได้หมดคู่แข่ง แถม ส.ส. ในลำดับถัดไปก็จะได้ขึ้นมาเสียบแทน สรุปดีทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่พอให้ข่าวกับสื่อก็ต้องตอบแบบรักษาหน้า ว่ารู้สึกเสียดาย ส.ส.น้ำดี ที่มีจุดยืนทางการเมือง
อย่างชัดเจน

             แบบนี้เองที่เรียกว่า พลิกลิ้น เก่ง

             จากพฤติกรรมของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เข้าได้ดีกับสำนวนไทยว่า ตายประชดป่าช้า

          ข่าว สยามรัฐ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ได้เสนอ
ข่าวความรู้สึกของ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อการลาออกของนายมิ่งขวัญ ว่า

          “การที่คุณมิ่งขวัญประกาศลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.
ในครั้งนี้ ผมรู้สึกเสียดาย เพราะเปรียบเสมือนการตายประชดป่าช้า เป็นการประท้วงรัฐบาลที่เข้ามาเปลี่ยนจุดยืน ส.ส. ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ให้ไปสนับสนุนรัฐบาล”

             คนเราเมื่อตายไปคงไม่พ้นป่าช้า แต่หลายคนกลับกลัว
ที่จะต้องไปป่าช้า สุนทรภู่ ท่านเปรียบป่าช้าว่าเหมือนเรือนตาย
สอนเป็นคติว่าคนทุกคนต่างหนีไม่พ้นป่าช้า ในนิราศวัดเจ้าฟ้า
ความว่า

               อสุภธรรมกรรมฐานประหารเหตุ

          หวนสังเวชว่าชีวังจะสังขาร์

          อันอินทรีย์วิบัติอนัตตา

          ที่ป่าช้านี้ก็เหมือนกับเรือนตาย

          กลับเกลียดกลัวมัวเมาไม่เข้าบ้าน

          พระนีฤพานเพิ่มพูนเพียงสูญหาย

          อันร่างเหมือนเรือนโรคให้โศกสบาย

          แล้วต่างตายตามกันไปมั่นคง

             แล้วตายประชดป่าช้า ตายแบบไหน ใครได้ใครเสีย

             พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ นิยามความหมายคำแต่ละคำไว้ดังนี้

             ตาย หมายถึง ก. สิ้นใจ, สิ้นชีวิต, ไม่เป็นอยู่ต่อไป, สิ้นสภาพของการมีชีวิต

             ประชด หมายถึง ก. แกล้งพูดหรือแสร้งทำให้เกินควร ด้วยความไม่พอใจอีกฝ่ายหนึ่ง หรือจะใช้ว่า ประเทียด ก็ได้ มีใช้เป็น
คำซ้อนว่า ประชดประชัน คือ พูดหรือทำเป็นเชิงกระทบกระแทกแดกดัน

          ป่าช้า หมายถึง น. ป่าหรือที่ซึ่งจัดไว้เป็นที่ฝังหรือเผาศพ

             สำนวน ตายประชดป่าช้า นำมาใช้เปรียบเทียบถึงพฤติกรรม
การกระทำของคน หมายถึง คนที่ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดในเชิงน้อยใจ
เพื่อประชดอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วย

             แต่ในหนังสือสำนวนไทย ของสำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ พิมพ์ที่โรงพิมพ์ สกสค.
ลาดพร้าว ปี ๒๕๕๓ อธิบายว่า แกล้งทำหรือพูดแดกดันประชด
อีกฝ่ายหนึ่ง แต่ตัวเองกลับเสียหายจากการทำหรือพูดนั้น

             ที่ผมบอกว่า ตายประชดป่าช้า คือ ทำน้อยใจเพื่อประชดอีกฝ่ายหนึ่ง อย่างบริบทของ นายมิ่งขวัญ ประกาศลาออกนี้น่าจะไม่ตรงกับนัยที่ ๒ เพราะสิ่งที่นายมิ่งขวัญรายงานต่อสภาเกี่ยวกับการทำงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ส่งผลเสียต่อตัวนายมิ่งขวัญเลย แต่การที่ประกาศลาออกนั้นเป็นความประสงค์ส่วนตัว เพราะความคิดเห็นของตนกับ ส.ส. สมาชิกในพรรคไม่ตรงกัน ตนเองเคยขอให้พรรค
ขับออกจากพรรคก็ไม่มีใครทำ และรู้สึกว่าเมื่อ ส.ส. ของพรรคหันไปกินกล้วยฝั่งรัฐบาลเข้าอีก แถมข้อมูลที่แสดงว่ารัฐบาลมาถึงจุดที่ต้องเปลี่ยนผู้นำก็ไม่มีใครเออออด้วยหรือทำอะไรรัฐบาลได้ นี่คือเหตุผลที่อาจจะน้อยใจรัฐบาลและ ส.ส.ในพรรค จึงประชดด้วยการลาออก

             พอนายมิ่งขวัญ ประกาศลาออกแล้ว ส.ส.ก็ปรบมือดังลั่นห้องประชุม นี่แสดงว่าป่าช้าไม่ได้สะทกสะท้านต่อการประชดของนายมิ่งขวัญ แม้แต่น้อย

                และก็ไม่รู้ว่าที่ปรบมือนี้ เป็นการให้เกียรติกันที่ลาออก
อย่างสมศักดิ์ศรีหรือจะแฝงความสะใจที่จะได้หมดเสี้ยนหนามไปอีกคนก็ไม่รู้ได้

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!