“บ่อน” โบราณใช้หลากหลายความหมาย

เริ่มจากความหมายของ บ่อน ที่เข้าใจกันทั่วไป หมายถึง แหล่งรวม แหล่งที่มีคนมาสุมหัวเพื่อทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง พจนานุกรมฉบับ
ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายคำว่า บ่อน ว่า น. แหล่งเป็นที่ชุมนุมกันเพื่อเล่นการพนัน เช่น บ่อนไก่ บ่อนเบี้ย บ่อนไพ่, แหล่งเป็นที่ชุมนุมกันเพื่อการบางอย่างมีเล่นสักวาหรือเล่านิทานเป็นต้น เช่น บ่อนสักวา บ่อนนิทาน

        นอกจากนี้ พจนานุกรมฯ ยังได้เก็บคำว่า บ่อน อีกหลายความหมาย
ได้แก่ บ่อน ที่หมายถึง ก. กินอยู่ข้างใน เช่น หนอนบ่อนไส้ และยังมี
ที่เอาคำว่า บ่อน ไปสร้างเป็นคำประสม เช่น บ่อนแตก หมายถึง ก. ก่อเรื่อง
ทำให้คนที่มาชุมนุมกันต้องเลิกไปกลางคัน บ่อนทำลาย หมายถึง
ก. แทรกซึมเข้าไปเพื่อทำลายอยู่ภายในทีละน้อย ๆ ซึ่งความหมายนี้ คล้ายกับความหมายที่กล่าวไว้ในพจนานุกรมฉบับมติชน พิมพ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ใช้ว่า บ่อนเซาะ หมายถึง ก. ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปเพื่อทำลายภายในทีละน้อย

         ผมได้ลองค้นหาความหมายของคำว่า บ่อน จากเอกสารต่าง ๆ ที่พอจะหาได้จากชั้นหนังสือที่บ้าน พบว่า โบราณมีการใช้คำว่า บ่อน หลากหลายความหมาย ซึ่งความหมายของคำว่า บ่อน ที่จะกล่าวต่อไปนี้
อยู่นอกเหนือจากที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ รวบรวมไว้ ดังนี้

        บ่อน ๑  หมายถึง วรรคในกลอน จากหนังสือประชุมลำนำ ประมวลตำรากลอนกานต์ โคลงฉันท์ ของ รองอำมาตย์เอกหลวงธรรมา-
ภิมณฑ์ (ถึก จิตรกถึก) 

        กลอนสุภาพแปดคำประจำบ่อน        อ่านสามตอนทุกวรรคประจักษ์แถลง

          กลอนแปดปันบัญญัติพิกัดไว้               กำหนดในบ่อนบาทไม่ขาดเขิน…

        ที่สัมผัศจัดให้รับ                               กำหนดนับดูให้คล่องต้องอักษร

อย่าให้คลาดขาดวรรคตอน                          ทั้งบาทบ่อนเบื้องต้นแลหนปลาย…

        สี่กับเก้าทบ                                     นับบรรจบครบสิบสองอักษรสรร

ย้ายแยกแจกปัน                                        จงสำคัญวรรคตอนแลบ่อนยุบล…

          บ่อน ๒ หมายถึง  ส่วน ภาค ตอน กลุ่ม หมวด มีตัวอย่างจากหนังสือแบบเรียน ของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ดังนี้

        แสดงความตามบ่อนอักษรประโยค      โดยโฉลกแบบบรรพท่านสรรสอน

ก็สิ้นบทหมดคำร่ำสุนทร                               พอเด็กอ่อนเอิบใจได้ปัญญา

                                                                        นิติสารสาธก

        บ่อนสามความหมดสิ้น                      สารแถลง

          เทียบถ่ายฉายกลอนแจง                    แจกถ้อย

          พอสืบนุสนธิ์แสดง                            สดวกสดับ เรื่องเฮย

ไปยิ่งไปหยดย้อย                                       แยบเยื้องอย่างกระวี

                                                      นิติสารสาธก

        จะว่าให้สิ้นเสร็จเจ็ดอักษร            แต่ละบ่อนแยกละสามตามของเก่า

รอ ลอ วอ ใช้ประจำเปนสำเนา              ประโยคเล่า ๒๑ เสร็จจำนวน

                                                      นิติสารสาธก

        หนึ่งไตรยางษ์ทางแจกแยกอักษร        เป็นสามบ่อนสามส่วนก็ควรสำ

เหนียกให้เป็นส่วนลงจงแม่นยำ            จัดตามคำเสียงสูงแลต่ำกลาง

                                                      พิศาลการันต์

        อักษรบ่อนนี้ชื่อ                          การันต์

คือบอกตัวสำคัญ                                   เพิ่มท้าย

หากเติมเพื่อเพ็ญผัน                              ตามพากย์

เปลี่ยน ๆ เวียนยักย้าย                          ย่อมสร้อยเศศเสริม

                                                                        พิศาลการันต์

        บ่อน ๓ หมายถึง ลักษณะ ประเภท มีตัวอย่างจากหนังสือ
ปกิระณำพจนาดถ์ ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ดังนี้

          ไข่กับข่ายคล้ายเสียงสำเนียงออก        ฉันจะบอกบ่อนใช้ในสฐาน

มีมากหลายข่ายบรอิกข่ายมาร              ตาข่ายขึงชลธารที่ดักปลา         

                                                                        ปกิระณำพจนาดถ์

          หนึ่งวงวงษพงพงษทั้งสี่พจน์       ควรกำหนดที่ในบ่อนอักษรศรี

อันวงษ์พงษ์ษอประจำคำบาฬี               แต่วงพงเปล่านี้นี่คำไทย                                                                             ปกิระณำพจนาดถ์

          จากตัวอย่างที่สืบค้นมาเพียงบางส่วนพอจะทำให้เห็นว่าคนโบราณนิยมใช้คำว่า บ่อน ในลักษณะความหมายกว้างออก ขณะที่ปัจจุบัน
เหลือเพียงความหมายแคบเข้า อย่างที่เราท่านรู้ ๆ กันอยู่แค่นี้เอง

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!