พรปีใหม่ ๒๕๖๕

ยามรุ่งหนึ่งมกราแสงฟ้าเปิด            แจ่มบรรเจิดจำรัสรัศมี

สุรีย์ส่องผ่องใสต่างไมตรี                สวัสดีปีใหม่อวยชัยกัน

เทศกาลเบิกบานใจทั่วไทยนี้            แทบทุกที่หวังสนุกได้สุขสันต์

แต่อย่าเพลินเกินไปให้หลายวัน         เพราะโรคภัยไข้สั่นมันยังมี

ฉลองกันนั้นหนอพอหอมปาก          อย่าให้มากมันเค็มจนเต็มที่

สุขภาพมาก่อนค่อนข้างดี             จะได้มีภูมิต้านอยู่ทานทน

ขออำนวยอวยพรก่อนกลอนจบ        ให้คุณพบสิ่งประเสริฐเกิดลาภผล

ขอทวยเทพทุกสถานบันดาลดล        ไม่เจ็บจน โชคดีปีใหม่เทอญ

เสนอ พินิจภารการณ์

          เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ วงการวรรณศิลป์ไทยได้สูญเสียดาวประดับวงวรรณ อาจารย์ประยอม ซองทอง ไปอย่างไม่มีวันกลับ ท่ามกลางความรักอาลัยยิ่งของครอบครัว “ซองทอง” และผู้มี
ใจรักในงานวรรณศิลป์ทุกคน ผลงาน เจ้าพระยา สุดสงวน สวนอักษร ดาวประดับราตรี และผลงานที่เขียนรวมกับกวีร่วมสมัย อาทิ ธารทอง ริ้วป่านสีทอง
ฯลฯ เกียรติประวัตินายกสมาคมนักเขียน
แห่งประเทศไทย ๒ สมัย และศิลปินแห่งชาติ
สาขาวรรณศิลป์ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ทำให้ท่านเป็นกวีอันดับต้น ๆ ของวงวรรณศิลป์ไทย

          เมื่อวันพุธที่ ๑๕ ธันวาคม สถาบันสุนทรภู่ นำโดย รองศาสตราจารย์นภาลัย สุวรรณธาดา ที่ปรึกษา อาจารย์ชมพร เพชรอนันต์กุล รองผู้อำนวยการ
พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสถาบันสุนทรภู่ ร่วมเป็นเจ้าภาพสวด
พระอภิธรรมศพ อาจารย์ประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี ๒๕๔๘ ณ ศาลา๖ (ชวลิตธำรง) วัดธาตุทอง ขอยกบทคารวพจน์ และบทกลอนไว้อาลัยมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านดังนี้

“แด่ กวีในดวงใจ”

        วันที่สิบธันวาสองห้าหกสี่        แก้วกวีลับแล้งแหล่งสยาม

หนึ่งมกราเจ็ดเจ็ดเกิดเพชรงาม          ทอแสงวามวาวสวรรค์วงวรรณไทย

        สิ้น “ราตรีประดับดาว” เคยพราวฟ้า “เจ้าพระยา” ธารทอง” ลับล่องไหล

“สุดสงวน” “ระฆังทอง” เคยก้องไกล  “ปรง” อาลัยเหลือนัก “ลักขณ์ เรืองรอง”

        ผู้ก่อตั้ง “สโมสรสยามวรรณศิลป์”   “ศิลปินแห่งชาติ” ประกาศก้อง

ยอดฝีมือลือชาญงานร้อยกรอง         ฝีปากคล่องคมนักสักวา

        “สุภาพบุรุษนักกลอน” ผู้อ่อนน้อม   ใครพบย่อมประทับใจในทีท่า

“ชีวิตจริงพริ้งกว่านิยาย” ได้รจนา      งามคุณค่างามชื่อลือระบิล

        กราบ “ประยอม ของทอง” ผู้ผ่องใส  จงเนาในสรวงสวรรค์วรรณศิลป์

สุขกว่าเดิมเพิ่มกว่าดาวพราวกว่าดิน   แด่ศิลปินผู้อยู่ในหัวใจคน                

นภาลัย สุวรรณธาดา

“แด่ธารทอง”

        แล้วธารทองก็ล่องเรือเพื่อลาลับ     ส่งดาวกลับคืนยังฝั่งสวรรค์

ไปเป็นแก้วกวีสถานนานนิรันดร์        ไปร่ายฟ้าแร่ฝันอันพริ้งพร้อม

        ครูสืบศักดิ์นักสู้กู้ภาษา          ครูเสริมลักษณ์สักวามาหวนหอม

ครูเสกคุณอุ่นใจไว้เจิมจอม              ครู “ประยอม ซองทอง” จึงครองใจ

ชมพร เพชรอนันต์กุล

๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๔

          ชมรมนักกลอนเมืองเพชร ขอมอบบทคารวาลัย พี่ประยอม ซองทอง มาแทนใจพวกเรา ณ ที่นี้

คารวาลัย พี่ประยอม ซองทอง

        ถ้า “แก้วอยู่เพื่อคนที่แก้วรัก     แก้วก็จักซึ้งฤดีนี้แค่ไหน

เมื่อริ้วป่านสีทองผ่องอำไพ              สิ้นสายใยสิ้นฝันเพียงวันนี้”

        ผู้รังสรรค์วรรณกรรมอำลาแล้ว    หนึ่งน้ำเพชรสิ้นแววแพรวพราวสี

พี่ประยอม ซองทอง ลาผองกวี      ทิ้งคำร้อยถ้อยกวีที่หวานซึ้ง

        แต่ละบทแต่ละวรรคสร้อยอักษร   คืองานกลอนงดงามความเป็นหนึ่ง

ทุกถ้อยคำสำนวนล้วนตราตรึง         ผลงานจึงสุดยอดตลอดกาล

        พี่ประยอมต้องนอนพักผ่อนแล้ว   ในทับแก้วแวววิบทิพย์สถาน

สถิตในสรวงสวรรค์ชั้นโอฬาร           เพลงขับขานพร้อมพรักวงสักวา

        พี่ประยอมร่ายอักษรสุนทรศรี   เป็นกวีล้ำเลิศบรรเจิดจ้า

ร้อยสายใยร่วมกันมั่นศรัทธา           สร้างคุณค่าภาษาไทยให้เรืองรอง

        แม้ชีพลับไปกับกาลงานยังอยู่   พร้อมเชิดชูเกียรติยศปรากฏก้อง

โลกกวีมีมนตร์ชนแซ่ซ้อง                 พี่ประยอม ซองทอง ผู้ครองใจ

ด้วยรักและอาลัย

ทวีสิทธิ์ ประคองศิลป์

ที่ปรึกษาชมรมนักกลอนเมืองเพชร

ประพันธ์ในนามชมรมนักกลอนเมืองเพชร

          สำหรับบทกลอนที่ผู้อ่านส่งมาแต่ไม่ทันได้ลงในฉบับนี้ ผู้จัดทำขอกราบอภัย และขอเชิญชวนให้เขียนบทกลอนที่เกี่ยวกับความรักและวันมาฆบูชามาเป็นบทกลอนแห่งความรักและความดีด้วยกันในฉบับหน้านะคะ

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!