ย้อนอดีต “ตำนานลาวหามเจ้า”

เกียรติภูมิไทยทรงดำเพชรบุรี

ถวายการรับใช้พระเจ้าแผ่นดิน

ไทยทรงดำ, ไทดำ, โซ่ง, ลาวโซ่ง เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และหลายจังหวัดของประเทศไทย กลุ่มคนที่มีถิ่นฐานดั้งเดิมในดินแดนสิบสองจุไท บริเวณเมืองแถง หรือเมืองเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนามในปัจจุบัน ชาวไทย
ทรงดำถูกอพยพมาอยู่อาศัยที่เมืองเพชรบุรี เป็นแรงงานสำคัญในการก่อสร้างพระราชวัง พระนครคีรี หรือ “เขาวัง”  สร้างขึ้นบนยอดเขา
ตั้งอยู่ใจกลางของเมืองเพชรบุรีในสมัยรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 รวมถึงได้รับความไว้วางใจ
ให้ปฏิบัติหน้าที่ถวายการรับใช้พระเจ้าแผ่นดิน พระบรมวงศานุวงศ์ ในตำแหน่งของ “เด็กชา” มหาดเล็กในสมัยนั้น ชาวไทยทรงดำได้รับพระมหากรุณาให้ดำรงชีวิตอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี ก่อตั้งชุมชน หมู่บ้าน และยังคงรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ ของตนเองได้อย่างเข้มแข็ง สืบทอดมาสู่คนรุ่นหลังอย่างภาคภูมิใจ 

ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่ากลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำ
มีการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยอยู่หลายครั้ง ครั้งแรกใน
สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี
ราวปี พ.ศ. 2322 ทรงโปรดฯ ให้ยกกองทัพไปตีเวียงจันทน์ พร้อมด้วยกวาดตอนครอบครัวลาวโซ่งในเขตเมืองญวนลงมาด้วยเป็นจำนวนมาก และโปรดฯ ให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีเป็นแห่งแรก ก่อนที่จะย้ายมาตั้งถิ่นฐานในเขตอำเภอเขาย้อยและบริเวณใกล้เคียง

             ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการกวาดต้อนครอบครัวชาวลาวโซ่งจากเมืองแถงมาถวายที่กรุงเทพฯ อีกหลายครั้ง ได้แก่สมัยรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 3 ได้มีการกวาดต้อนครอบครัวลาวโซ่งเข้ามาเป็นรุ่นสุดท้ายในราวปี พ.ศ.
2430 ตามบันทึกของ จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี กล่าวไว้ “พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาธรรมาฯ ยกกองทัพขึ้นมาถึงเมืองแถง จัดราชการเรียบร้อยแล้วได้เอาครัวเมืองแถงและสิบสองจุไท ซึ่งเป็นไทดำลงมากรุงเทพฯ เป็นอันมาก เพราะขืนไว้จะเกิดการยุ่งยากแก่ทางราชการขึ้นอีกครั้ง แล้วพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้พวกไทดำเหล่านั้น ไปตั้งภูมิลำเนาอยู่ ณ เมืองเพชรบุรี จนได้ชื่อว่า ลาวซ่ง”

คำว่า โซ่ง สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า ซ่วง หรือ ซ่ง ภาษาของไทยทรงดำ แปลว่า กางเกง เพราะชาวไทยทรงดำมักสวมกางเกงสีดำ ตัดเย็บจากผ้าฝ้าย และย้อมสีด้วยสีครามเข้มเกือบดำ ดังนั้น ลาวโซ่ง,
ลาวทรงดำ, ไทดำ, ไทยทรงดำ จึงหมายถึงกลุ่มคนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำนั่นเอง

             ในปี พ.ศ. 2402 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นบนยอดเขา พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า “พระนครคีรี” เพื่อใช้เป็นที่แปรพระราชฐาน
ทรงงาน รับรองพระราชอาคันตุกะต่างประเทศ โดยมี เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งพระสมุหกลาโหม
ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์) ในฐานะแม่กองการก่อสร้าง พระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์
(ท้วม บุนนาค) ปลัดเมืองเพชรบุรี นายงานก่อสร้าง (ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี) มีการเกณฑ์แรงงาน ลาวโซ่ง และ ลาวพวน เป็นแรงงานก่อสร้าง 

หลักฐานที่ยืนยันว่า ชาวไทยทรงดำ เป็นแรงงานสำคัญในการก่อสร้างพระนครคีรี คือ ประกาศร่างตราภูมิคุ้มห้ามค่านาแก่ไพร่หลวง บางเหล่าเป็นพิเศษ (ปีวอก โทศก) ปี พ.ศ. 2403 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกเว้นค่าที่นา หรือภาษีที่นาให้กับชาวไทยทรงดำ และชาวลาวพวน

             “…ครั้นเมื่อปีมะเมียสัมฤทธิ์ศก เสด็จพระราชดำเนินไปประพาสเมืองเพชรบุรี ได้ทอดพระเนตรเขามหาสมณ ทรงเห็นว่าเป็นที่สบายชอบกล สมควรจะเป็นที่ประทับได้ จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เป็นแม่กองทำการที่เขามหาสมณ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์จึงเกณฑ์พวกลาวพวน ลาวทรงดำ มาทำการ และการคัดขนศิลาถมที่ลุ่มแลปราบที่ดอน เป็นราชการหนักแรงมาก…”

             ด้วยเหตุนี้ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหม แม่กองการก่อสร้างพระนครคีรี ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกเว้นภาษีค่านาแก่ชาวลาวทรงดำ
และลาวพวน ตามความสมควร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ชาวลาว
ทรงดำ และลาวพวน ที่ทำงานหนักกว่าแรงงานกลุ่มอื่น ภายหลังจากการก่อสร้างพระนครคีรีแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัว
รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จฯ มาประทับแปรพระราชฐาน และว่าราชการอยู่ครั้งละนาน ๆ หลายครั้ง ในการเสด็จขึ้นพระนครคีรีนั้นสามารถใช้รถและม้าได้อย่างสะดวก เนื่องจากทางขึ้นไม่ใช่บันได แต่เป็นถนนทางลาดที่ปูด้วยอิฐไปจนถึงทางขึ้นหน้า พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์

L0020139 Prime Minister in 1865, the late Kralahom Credit: Wellcome Library, London. Wellcome Images images@wellcome.ac.uk http://wellcomeimages.org Prime Minister in 1865, the late Kralahom, Bangkok, Siam Photograph 1865 – 1866 By: John ThomsonPublished: – Copyrighted work available under Creative Commons Attribution only licence CC BY 4.0 http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
เจ้าพระยาภาณุวงศ์ มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค)

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงเล่าถึง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้ในพระนิพนธ์เรื่อง “เจ้าชีวิต” ความตอนหนึ่งว่า “…รัชกาลที่ 4 ทรงมีรถม้าแบบฝรั่งซึ่งมีล้อสองและเทียมม้าสองตัว
และทรงขับเองบ่อย ๆ พระองค์ทรงเป็นเสมือนประหนึ่งสะพานระหว่างแบบใหม่กับแบบเก่า คือ ยังโปรดประทับพระราชยานที่เรียกกันว่า เสลี่ยงมีคานหามแล้ว พระราชโอรส – ธิดาเล็ก ๆ
ที่โปรดมากก็ประทับพระราชยานไปด้วย…”
นั่นแสดงว่าในยุคของรัชกาลที่
4 มีการนำรถม้าแบบฝรั่งมาใช้ในเมืองสยาม 

             ในบทพระราชนิพนธ์เรื่อง
เจ้าชีวิต” ยังระบุอีกว่า “…นอกจากม้าและรถแล้ว ในบางคราวที่เสด็จโดยพระเสลี่ยงคานหาม ยังโปรดให้ใช้พวกโซ่งหรือไทยทรงดำเป็นเจ้าหน้าที่ พวกนี้มีหัวหน้าที่ได้รับพระราชทานยศเป็น “เด็กชา” อันเป็นตำแหน่งในกรมมหาดเล็ก รับเบี้ยหวัดเงินปี มีลูกหมู่ขึ้นทะเบียนเป็นเลขสม ได้รับพระราชทานเครื่องแบบ และได้รับการยกเว้นการเก็บค่ารัชชูปการตลอดมา กระทั่งภาษีนี้ยกเลิกไปในพุทธศักราช
2481 โดยเวลาที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จฯ มาประทับที่พระนครคีรี
ไม่ว่ารัชกาลใด ๆ เด็กชาเหล่านี้ต้องมาเข้าเวรรับใช้เป็นประจำ
เจ้าหน้าที่เหล่านี้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่สะพานยี่หน ตำบลไร่ดอน อำเภอเมืองเพชรบุรี ปัจจุบันคือ บ้านสะพานยี่หน ตำบลไร่ส้ม…”

             คำว่า “เด็กชา” คือ บุตรชายของข้าราชการหรือคหบดีที่ยัง
เยาว์วัย ได้นำขึ้นถวายต่อพระมหากษัตริย์สำหรับทรงใช้สอย มักเรียกขาน
ตำแหน่งแบบควบรวมว่า มหาดเล็กเด็กชา ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 6 โปรดให้มีการจัดระเบียบราชการและลำดับชั้นยศในกรมมหาดเล็ก ปรากฏตำแหน่ง เด็กชา เป็นตำแหน่งชั้นต่ำกว่าสัญญาบัตรในกรมมหาดเล็กอันประกอบไปด้วย พันจ่าเด็กชา พันจ่าเด็กชาเอก โท ตรี และ เด็กชา ตามลำดับ

             มหาดเล็กเด็กชา” ชาวไทยทรงดำเมืองเพชรบุรีนี้ ปรากฏอยู่ในพระราชหัตถเลขาของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึง พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าคัคณางคยุคล ขณะนั้นเสด็จไปประทับอยู่ ณ พระนครคีรี เมื่อปีระกา จุลศักราช 1223 ตรงกับปีพุทธศักราช
2404 ความตอนหนึ่งว่า “จดหมายมายังชายคัคณางคยุคลของพ่อให้ทราบ
บัดนี้ ราชทูตเมืองปรัสเซีย ออกมาดูเมืองเพชรบุรี ถ้าเขามาถึงแล้วจะต้องรับจับมือเขาให้เขายินดี แล้วชวนพาเขาขึ้นไปเที่ยวดูบนพระนครคีรี
แล้วจงพาเขาเข้าไปดูในห้องนี้โดยสมควรเถิด แต่จงกราบเรียน
เจ้าคุณศรีสุริยวงศ์ให้ท่านบังคับให้เฝ้าที่และชาวมหาดเล็กเด็กชาไปกวาดแผ้วเสียก่อนอย่าให้รกรุงรัง แล้วให้มีผู้รักษาอย่าให้เงียบเหงาไป แลพาเขาไปเที่ยวตามทางบนเขาจนถึงพระเจดีย์ พระนอนก็ได้”

             ตำนาน “ลาวหามเจ้า” คือเรื่องราวของ ชาวไทยทรงดำ ผู้ทำหน้าที่ “เด็กชา” มีหน้าที่หามพระราชยาน และเสลี่ยงคานหามแก่
เจ้านายที่ประทับขึ้น – ลงในยามที่พระมหากษัตริย์และเจ้านายพระองค์อื่น ๆ เสด็จฯ มาประทับที่ พระนครคีรี นับตั้งแต่รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลักฐานที่ยืนยันการทำหน้าที่ของ
ชาวไทยทรงดำ หามเสลี่ยง หรือพระเก้าอี้ถวายงานต่อพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ คือภาพถ่าย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระมาลาประทับพระเก้าอี้คานหาม มีชายชาวไทยทรงดำในชุดเสื้อฮี จำนวน 4 คนทำหน้าที่แบกคานหาม ใช้เชือกผูกคานหามกับไม้คานขนาดสั้นใส่บ่าแบกลักษณะด้านหน้าพระเก้าอี้ 2 คน และด้านหลังอีก 2 คน ภาพนี้ผู้เขียนสันนิษฐานว่า พระองค์ทอดพระเนตรแบบการก่อสร้างพระรามราชนิเวศน์ หรือ
วังบ้านปืน อ.เมืองเพชรบุรี

อีกภาพหนึ่งเป็นภาพฟิล์มกระจกจากหอสมุดวชิรญาณ (ปัจจุบันคือสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) เป็นภาพขบวนรับเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร และประชาชนชาวเมืองเพชรบริเวณทางขึ้นพระนครคีรี ภาพถ่ายนี้มีรถพระที่นั่ง 4 ล้อ จำนวน 2 คัน บริเวณทางขึ้นพระนครคีรี ด้านหลังมีต้นไม้น้อยใหญ่ มีแนวกำแพงปูนสีขาวเป็นทางเดินไปยังศาลาทัศนานักขัตฤกษ์ ภาพดังกล่าวนอกจากภาพพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารที่ตามเสด็จแล้ว ที่มุมด้านขวาของภาพติดกับรถพระที่นั่ง ปรากฏภาพ ชาวไทยทรงดำ หรือ ลาวโซ่ง แต่งกาย
สวม เสื้อไท (เสื้อแขนยาวสีดำ) และ เสื้อฮี (ชุดสวมใส่ในพิธีการสำคัญ)
เป็นชุดแต่งกายของชายชาวไทยทรงดำ ทำหน้าที่แบกหามคานเสลี่ยง
หรือเก้าอี้พระที่นั่งในการเสด็จพระราชดำเนินขึ้นลงพระนครคีรี แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่รัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
จนถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชาวไทยทรงดำ
ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญ
มาโดยตลอด

             เมื่อช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ชมรมไทยทรงดำจังหวัดเพชรบุรี ที่มี นายบุญเลิศ ยอดแก้ว ประธานชมรมฯ ร่วมกับ มูลนิธิไทยทรงดำประเทศไทย ที่มี นายไสว เพชรรุณ ประธานมูลนิธิฯ ดำเนินการจัดงาน “ไทดำรวมใจ เทิดไท้พระจอมเกล้า” เป็นกิจกรรมที่
ชาวไทยทรงดำเพชรบุรีและชาวไทยทรงดำจากทั่วประเทศ จัดขึ้นเป็น
ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2553 มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวไทยทรงดำ โดยจัดให้มีริ้วขบวนแห่พระบรมรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นการรื้อฟื้นย้อนรำลึก
ตำนานลาวหามเจ้า” เมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 4 เสด็จพระราชดำเนินประทับ ณ พระนครคีรี (เขาวัง)

                นับเป็นเวลากว่า 200 ปีที่พี่น้องชาวไทยทรงดำในจังหวัดเพชรบุรีและทั่วประเทศได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ได้มีโอกาสรวมคนรวมใจสื่อถึงความผูกพันอันแน่นเหนียวของพี่น้องชาวไทยทรงดำ เพื่อแสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระเจ้าแผ่นดิน
ที่ทรงโปรดให้ชาวไทยทรงดำได้อยู่อาศัยประกอบอาชีพ ทำมาหากินอย่างมีความสุข อีกทั้งยังเป็นการรำลึกถึงเกียรติภูมิของบรรพบุรุษ
ชาวไทยทรงดำ หรือ “ลาวโซ่ง” ที่ได้รับความไว้เนื้อเชื้อใจให้ถวายงานรับใช้อย่างใกล้ชิดพระเจ้าแผ่นดินและเชื้อพระวงศ์ นับเป็นเกียรติประวัติของไทยทรงดำเพชรบุรี.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!