วังวนน้ำเน่า

วังวนน้ำเน่า

            การเมืองไทยวันนี้ดูเหมือนพรรคการเมืองฝ่ายค้านจะโฟกัสไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งเร้าให้ลาออกหรือยุบสภาแต่เพียงอย่างเดียว รวมถึงกระแสขับไล่นอกสภาของกลุ่มฝ่ายแค้น แถมยังลามปามไปก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูง อย่างไรก็ตามรัฐบาลนี้เหลือเวลาอีกเพียงปีเดียวจะครบเทอมการบริหาร ถ้าจะมีการยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ก็คงไม่ใช่ในเดือนหรือสองเดือนนี้ เพราะไม่ใช่ช่วงจังหวะที่จะทำเช่นนั้นได้ อาจลากยาวไปจนถึงกลางปีหรือปลายปีนี้ การประกาศเสียงดังฟังชัดจากปากของ พล.อ.ประยุทธ์เมื่อวันก่อนว่า “ไม่ยุบสภา” และ “ไม่ลาออก” เท่ากับส่งสัญญาณว่าท่านเองก็คงมีความมั่นใจว่าจะคุมสถานการณ์การเมืองในภาวะปริ่มน้ำนี้ได้ในระดับหนึ่ง

            การเมืองขณะนี้อยู่ในห้วงของความสับสนวุ่นวาย พฤติกรรมของนักการเมืองในพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งพรรคใหญ่และพรรคเล็ก ทั้งซีกรัฐบาลและซีกฝ่ายค้าน ก็แตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายวุ่นวายไม่แพ้กัน ยิ่งมีข่าวว่าอาจจะมีการเลือกตั้งในอีกไม่นานนี้ ก็ยิ่งเคลื่อนไหวกันคึกคัก ทุกพรรคต่างตั้งความหวังว่าจะได้เป็นแกนนำหรือได้ร่วมเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งสมัยหน้าการช่วงชิงตัวนักการเมืองดังไปเข้าสังกัดจึงเป็นไปอย่างเข้มข้น พรรคการเมืองไหนกระเป๋าหนัก ก็เป็นที่หมายปองของนักการเมืองที่เป็นตัวเด่นของเขตเลือกตั้ง ยิ่งการเลือกตั้งเป็นแบบบัตร ๒ ใบ พรรคใหญ่กระเป๋าหนักก็จะสามารถดึงดูดนักการเมืองมีชื่อเสียงไปเข้าสังกัดได้ไม่ยาก

            แต่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีระบบเลือกตั้งเป็นพิธีกรรมการเลือกตั้งจึงมีความหมายอย่างยิ่งในการคัดกรองบุคคลให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนเป็นปากเสียงประชาชนในสภา ถ้าต้นทางกระบวนการเลือกตั้งเต็มไปด้วยความไม่โปร่งใส ได้บุคคลที่ใช้พลังอำนาจเงินซื้อเสียงหรือใช้เล่ห์กลโกงเลือกตั้งเข้าสภา โดยองค์กรจัดการและควบคุมการเลือกตั้งไม่สามารถสกัดคนกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ ก็ป่วยการที่รัฐจะทุ่มเทงบประมาณเพื่อให้มีการเลือกตั้งแล้วได้เหล่ามิจฉาชีพสวมสูทโก้หรูเข้าไปนั่งลอยหน้าในสภาอันทรงเกียรติ กอบโกยโกงกินจนประชาชนผู้เสียภาษีอาการเลี้ยงดูคนเหล่านี้ทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาประท้วงขับไล่ วุ่นวายหนักเข้า ทหารก็อ้างเหตุออกมายึดอำนาจ

            วงจรอุบาทว์ที่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่านับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อกว่า ๘๐ ปีก่อน การเมืองเป็นเรื่อง “เล่น” ของนักการเมืองและบรรดาขุนทหารที่ผลัดกันแสดงบทบาทมายาวนาน ไม่สนใจความรู้สึกของประชาชน ถ้ากระบวนการเลือกตั้งสามารถคัดกรอง ส.ส.ดีมีคุณภาพเข้าไปทำหน้าที่ในสภาและบริหารราชการแผ่นดินด้วยใจซื่อมือสะอาด บ้านเมืองก็จะไปรอด ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับสำนึกของประชาชนเอง ถ้าไม่ร่วมด้วยช่วยกันสกัดโจรสวมสูทเข้าไปนั่งกินเงินเดือนที่มาจากภาษีอากรของประชาชน ก็ต้องเหนื่อยลงถนนกันไม่รู้จบสิ้น ประเทศชาติก็จะล้าหลัง เดินไปไม่ถึงไหน.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!