วัตถุโปร่งแสง

อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ออนไลน์ ฉบับวันที่ ๖
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ มีการพูดถึง ส.ส.รุ่นเก๋าคนเพชรบุรี คือ
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ
อดีตเคยเป็นถึงรัฐมนตรีช่วยหลายกระทรวง เคยร่วมงานกับรัฐบาลชุดก่อน ๆ มาหลายสมัย จนกระทั่งออกมาตั้งพรรคการเมืองชื่อว่า พรรคประชาธรรมไทย ก่อนที่จะยุบเลิกพรรคตัวเองแล้วย้ายไปสังกัดกับพรรคพลังประชารัฐ

             ผมสรุปแบบกระชับ ๆ ถึงที่มาที่ไปว่า นายพิเชษฐ สถิรชวาล
อยู่ในพรรคพลังประชารัฐก็จริง แต่ทำไมสมาชิกพรรคกลับมองว่าเป็น วัตถุโปร่งแสง ตามที่ข่าวนำเสนอ

             “…‘นิโรธ’ ทุบ ‘พิเชษฐ’ ทำตัวสายลับ ๓ หน้า กลับกลอก
คนในพรรคมองเป็นวัตถุโปร่งแสง
…” (พาดหัวจากหนังสือพิมพ์
ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕)

             รายละเอียดของข่าว ก็เพราะ นายพิเชษฐ ออกโรงมาจับ
ร่วมมือกับฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลในโครงการสัญญาสัมปทาน
ท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออก หรือ “ท่อส่งน้ำอีอีซี” มูลค่า
2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ชนะ
การประมูลไป แต่จากกระแสการขุดข้อมูลของบริษัทดังกล่าว
พบว่าเป็นคู่สัญญาโครงการรัฐ ๘ ปีงบประมาณ โดยโครงการต่าง ๆ
ของรัฐกว่า ๑๓ โครงการ รวมเงินราว ๆ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท
ผูกขาดอยู่กับบริษัทนี้

             พอมีข่าวหนาหูขึ้นมาให้มีการตรวจสอบทำให้ พล.อ.ประยุทธ์
จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ต้องออกคำสั่งเบรก การเซ็นสัญญาและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการประมูลโครงการดังกล่าว ในใจ พล.อ. ประยุทธ์ คงคิดว่า หมูเขาจะหามเอาคานเข้าไปสอด เสียนี่

             ที่สำคัญอยู่ที่ว่า นายพิเชษฐ เป็นคนของฝ่ายรัฐบาล
แต่กลับไปร่วมมือกับ นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม
รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและเป็นพรรคฝ่ายค้าน ร่วมกันออกมา
ตรวจสอบโครงการสัญญาสัมปทานอีอีซี ทำให้สมาชิกในพรรค
พลังประชารัฐตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่นายพิเชษฐ ทำนั้นกำลังจับผิด
การทำงานของรัฐบาล ซึ่งไม่สมควรที่คนในพรรคเดียวกันจะมา
ทำกันแบบนี้

             ผมคิดว่า นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานคณะกรรมการ
พรรคร่วมรัฐบาล รู้สึกว่า นายพิเชษฐ กำลังคิดจะปลิ้นไส้การทำงานของพรรคทำให้พรรคเสื่อมเสียหรือเปล่า ยิ่งสถานการณ์ของพรรคพลังประชารัฐตอนนี้ก็ระส่ำระส่ายอยู่พอตัว นายนิโรธ กล่าวว่า

             “การที่นายพิเชษฐบอกว่า เข้าไปในพรรคแล้วเหมือน
คนแปลกหน้า ก็อยากบอกท่านว่า เพราะท่านทำตัวแปลกแยก
มีเรื่องอะไรในพรรคควรคุยกันภายใน ไม่ใช่ให้ข่าวกล่าวหา นายสันติ
พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรค ทั้งที่นายสันติ ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและยืนเคียงข้างประชาชน ถามว่าทำ
เช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ ก็เพราะพฤติกรรมของท่านเอง คนในพรรค
จึงมองท่านเป็นวัตถุโปร่งแสง ยิ่งท่านเป็น ส.ส.อาวุโสหลายสมัย
แต่กลับมีพฤติกรรมเช่นนี้ ทำตัวเหมือนสายลับ ๓ หน้า วันหนึ่งอยู่ฝ่ายหนึ่ง อีกวันอยู่อีกฝ่าย กลับกลอกไปมา ทำให้สภาฯ เสื่อมเสีย
และเสื่อมเกียรติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มี ส.ส.พฤติกรรม
เช่นนี้
” (ข่าวหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ ๖ พฤษภาคม
พ.ศ. ๒๕๖๕)

             ที่มาของสำนวน วัตถุโปร่งแสง น่าจะมาจากการจำแนกตัวกลางของแสง ผมลองไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับตัวกลางของแสงก็ได้คำตอบว่า ตัวกลางของแสงมี ๓ แบบ คือ ๑. ตัวกลางโปร่งใส
จะยอมให้แสงผ่านได้ทั้งหมด เช่น อากาศ แก้วใส น้ำที่ใส ๒. ตัวกลางโปร่งแสง จะยอมให้แสงผ่านได้บ้างแต่ไม่ทั้งหมด เช่น หมอก ควัน และ ๓. ตัวกลางทึบแสง จะไม่ยอมให้แสงผ่านได้เลย เช่น กระเบื้องแผ่นไม้ สังกะสี

             วัตถุโปร่งแสง ก็คงจะตีความได้ทำนองเดียวกับ ตัวกลางโปร่งแสง ซึ่งเมื่อนำมาใช้เป็นสำนวนว่า วัตถุโปร่งแสง จะหมายถึง
คนที่ไม่มีค่าอะไร หรือไม่มีความสำคัญอะไรที่จะต้องใส่ใจ พูดง่าย  ๆ ว่า สามารถมองข้ามความมีตัวตนไปได้เลย เข้าทำนองว่าคนประเภทนี้
จะพูดหรือจะทำอะไรก็ย่อมไม่มีใครให้ความสนใจอยู่แล้ว

             แหม อยากจะบอกนายนิโรธ สุนทรเลขา เสียจริงว่า ถึงคน
ในพรรคจะมอง นายพิเชษฐ ว่าเป็นวัตถุโปร่งแสง แต่กลับ
ตีความหมายของสำนวนผิดไปหน่อย เพราะถ้า นายพิเชษฐ
เป็นวัตถุโปร่งแสงจริง ก็ต้องมองผ่านไปเลยจะไปสนใจอะไร
แต่นี่แค่เห็นเขาไปอยู่กับสังกัดเก่าก็เป็นเดือดเป็นแค้นทันที

             ถ้าไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องลับลมคมใน อย่างเช่นเรื่อง
ผลประโยชน์ที่ใครจะได้ ใครจะเสียในพรรคพลังประชารัฐหรือ
ฝ่ายตรงข้าม ผมว่าแค่เขาขอให้ตรวจสอบก็เต็มใจให้ตรวจสอบ
ไปเถอะ ชาวบ้านจะได้ไม่จ้องจับผิดแต่นี่อะไร แค่กาบินผ่านแวบเดียว
ก็เสียวสันหลังเสียแล้วหรือครับ 

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!