สถานการณ์โควิด

เมื่อเวลา ๑๕.๐๐ น. วันที่ ๖ พฤษภาคม นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร ผวจ.เพชรบุรี นพ.เพชรฤกษ์
แทนสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี ณ ห้องประชุม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี และประกาศคำสั่งจังหวัดเพชรบุรี ที่ ๗๓๕/๒๕๖๕ เรื่องผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโควิด-๑๙ โดยมีประเด็นหลักคือสามารถเดินทางเข้า-ออก ข้ามเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีได้ โดยยึดหลัก D M H I T A, อนุญาตให้จัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขฯ และห้ามมิให้ชุมนุม มั่วสุม สถานที่กิจการต่าง ๆ เปิดดำเนินการและให้บริการได้เมื่อมีความพร้อมโดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค เงื่อนไขการจัดระเบียบและระบบต่าง ๆ ร้านจำหน่ายอาหารที่ได้รับ SHA Plus+ ผ่านการประเมินฯ ผ่านมาตรฐานฯ ที่กำหนดเปิดให้บริการได้ตามปกติห้ามดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านหลังเวลา ๒๔.๐๐ น. สถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือที่มีลักษณะคล้ายกันให้ปิดดำเนินการไว้ก่อน ส่วนสถานศึกษาให้เตรียมความพร้อมดำเนินการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด

                นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่าสถานการณ์โควิด-๑๙ ในพื้นที่ จ.เพชรบุรีที่ผ่านมาหน่วยงานและประชาชนทุกภาคส่วน ได้ให้ความร่วมมือในการเฝ้าระวัง บริหารจัดการดูแลตนเองทุกมาตรการและตั้งรับการป้องกันในทุกกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคโควิด-๑๙ มีผู้ฉีดวัคซีน ๑ เข็มกว่า ๙๐ % เข็ม ๒ เกินกว่า ๘๐ % เข็ม ๓ และ ๔ เกินกว่า ๕๐ % ส่วนกลุ่ม ๖๐๘ หรือผู้มีอายุเกิน ๖๐ ปี และผู้มีโรคประจำตัว ยังคงทยอยเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องและกำลังเร่งให้เพิ่มขึ้น รวมถึงการฉีดวัคซีนให้เด็กอายุตั้งแต่ ๕ ขวบด้วย ทำให้ปัจจุบันในพื้นที่ จ.เพชรบุรีสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-๑๙ พบมีผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง และหากกลุ่ม ๖๐๘ มีการฉีดเข็มที่ ๔ เกิน ๗๐ % ก็จะเข้าเกณฑ์ ที่ ศบค.ประเมินว่าเป็นพื้นที่ในกลุ่ม ๑๒ จังหวัดระยะขาลง (Declining)ที่มีการบริหารจัดการโควิด-๑๙ ได้ดีและอาจเป็นกลุ่มแรกหากมีการประกาศโควิด-๑๙ เป็น “โรคประจำถิ่น”

                “การฉีดวัคซีนโควิด-๑๙ เข็มที่ ๓ และ ๔ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะกระตุ้นเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคให้สูงขึ้น แม้ฉีดวัคซีนจะยังมีโอกาสติดโควิดได้ แต่โอกาสติดจะน้อยลง ที่สำคัญจะช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราเสี่ยงในการเสียชีวิตให้ลดลงโดยเฉพาะในกลุ่ม ๖๐๘ ส่วนในกลุ่มเด็กความเชื่อที่ว่าฉีดวัคซีนแล้วจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวนั้นเป็น
ความเชื่อที่ผิดโดยทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่าไม่มีผลขอให้ผู้ปกครองสนับสนุนให้ลูกหลานได้รับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิป้องกันให้กับบุตรหลานของท่านด้วย”

                นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ ๑ เมษายนที่ผ่านมา จ.เพชรบุรีประกาศเป็นพื้นที่บลูโซนทั้งจังหวัด ในส่วนผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอาหารที่ได้รับ SHA Plus+ ผ่านการประเมินฯ ผ่านมาตรฐานฯ ที่กำหนด สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติให้บริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านได้ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งสถานประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามระเบียบส่วนสถานประกอบการที่ยังไม่ได้รับการประเมิน SHA Plus+ ก็มีการเร่งดำเนินการเพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ซึ่งนับเป็นการยกระดับสถานประกอบการได้ดีและมีส่วนในการควบคุมป้องกันโควิด-๑๙ ได้ดี จะทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น

                “นอกจากนี้ตั้งแต่เดือนเมษายนในส่วนภาครัฐและเอกชน ได้มีการจัดกิจกรรมอีเวนต์ คอนเสิร์ต
งานวิ่งต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้มาตรการการป้องกันโควิดอย่างเต็มรูปแบบ และได้รับการสะท้อน
ความเห็นจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่ ว่า จ.เพชรบุรี มีการบริหารจัดการได้ดีด้านบุคลากร ผู้ให้บริการ
สวมแมสก์ ๑๐๐ % และพื้นที่ทุกพื้นที่ตั้งแต่ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ มีมาตรการป้องกันเข้มงวด ประกอบกับหลังจากการจัดงานก็ไม่ปรากฏมีการเกิดคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อ จึงสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้น ดั่งสโลแกน “มาเที่ยวเพชรบุรี ปลอดภัยห่างไกลโควิด-๑๙” ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ จ.เพชรบุรีเริ่มดีขึ้นและคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในอีกไม่นานนี้” ผวจ.เพชรบุรีกล่าว.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!