สภากาแฟ เพชรภูมิ (1 ส.ค. 2565)

นพ.อดิสรณ์ สร้อยสุวรรณ นายแพทย์โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ คุณหมอผู้มีเมตตาธรรมต่อผู้ป่วยและผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาล

เมื่อหลายวันก่อนในโลกโซเชียลมีเดีย มีผู้เข้าไปกดไลก์ กดแชร์ และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากในเฟซบุ๊กชื่อ “Adisorn Sroysuwan” ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.อดิสรณ์ สร้อยสุวรรณ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ที่ไปขอร้องพยาบาลประจำห้องผ่าตัดให้ช่วยเปิดห้องเพื่อคุณหมอจะทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนให้แก่คนไข้รายหนึ่งที่นอนร้องด้วยความเจ็บปวดด้วยพิษของก้อนมะเร็งที่ไตขนาดใหญ่เท่าตับซึ่งเบียดอวัยวะด้านข้างของคนไข้ได้เป็นผลสำเร็จ และคนไข้ปลอดภัย ทั้งที่วันดังกล่าวไม่ใช่เวรผ่าตัดของคุณหมออดิสรณ์ และห้องผ่าตัดก็เต็มด้วย

          “สภากาแฟเพชรภูมิ” ฉบับนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นพ.อดิสรณ์ สร้อยสุวรรณ อายุ ๔๒ ปี เกี่ยวกับประวัติของคุณหมอและเรื่องราวที่เกิดขึ้น

นพ.อดิสรณ์ สร้อยสุวรรณ

          คุณหมออดิสรณ์ เปิดเผย “เพชรภูมิ” ว่า คุณหมอเป็นชาวจังหวัดเพชรบุรี เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนบางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี จนจบชั้น ป.๖ และเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนพรหมานุสรณ์ฯ จนจบชั้น ม.๖ จากนั้นได้สมัครเข้าร่วม โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี สังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล หลังจบการศึกษาแล้วได้ทำงานแพทย์ใช้ทุน ๔ ปี จากนั้นไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านผ่าตัดระบบปัสสาวะที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จนสำเร็จการศึกษาในปี ๒๕๕๖ กระทั่งเข้ามาทำงานในตำแหน่งนายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.พระจอมเกล้าฯ จนถึงปัจจุบัน

        คุณหมอมีความใฝ่ฝันอยากเป็นหมอมาตั้งแต่เด็ก เพราะจะได้รักษาอากง (คุณปู่) ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่เมื่อเรียนจบเฉพาะทางมาแล้วยังไม่ได้ทันที่จะรักษาอากง อากงก็เสียชีวิตลงเสียก่อน คุณหมอจึงได้ปฏิญาณต่อตนเองว่าจะดูแลคนไข้ที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเพื่อส่งบุญกุศลให้แก่อากง พร้อมจะนำวิชาชีพและจิตวิญญาณความเป็นหมอรักษาผู้ป่วยอย่างเท่าเทียมกัน

          ตลอดระยะเวลา ๙ ปีที่อยู่ รพ.พระจอมเกล้าฯ คุณหมออดิสรณ์ไม่เคยคิดว่างานคือหน้าที่ แต่มองว่าเป็นโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือชีวิตคน อีกทั้งยังมองเห็นคนไข้เป็นหลัก ใครเจ็บป่วยฉุกเฉินมาพร้อมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทุกราย ถึงแม้ในวันนั้นจะไม่ใช่เวรรักษาคนไข้ก็ตาม

          มีอยู่เคสหนึ่ง คุณหมออดิสรณ์เห็นคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ไตกำลังนอนร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเตียง เนื่องจากพิษของก้อนมะเร็งขนาดใหญ่เท่ากับตับของคนไข้กำลังเบียดอวัยวะด้านข้างเยอะมาก แต่วันนั้นคุณหมอไม่มีเวรผ่าตัด ด้วยความสงสารจึงเดินไปขอร้องนางพยาบาลประจำห้องผ่าตัดที่กำลังพักรับประทานอาหารกลางวันอยู่ เมื่อนางพยาบาลเปิดห้องผ่าตัดให้แล้ว คุณหมอได้ลงมือทำการผ่าตัดให้แก่คนไข้ทันที โดยมีนางพยาบาลสลับกันมาช่วยเป็นลูกมือ ซึ่งการผ่าตัดเป็นไปค่อนข้างลำบากเนื่องจากก้อนมะเร็งใหญ่มาก แต่ผลผ่าตัดออกมาค่อนข้างดี เลาะก้อนมะเร็งออกได้ทั้งหมด คนไข้น้ำหนักลดไปร่วม ๒ กก.

          นอกจากนี้เวลาคุณหมออดิสรณ์ไปห้องผ่าตัด เห็นเตียงคนไข้ไม่เพียงพอ ก็จะพยายามหาเตียงมาเสริมให้ เพราะอยากให้คนไข้ทุกคนได้ผ่าตัดเพื่อที่จะหายจากอาการป่วย กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ และทุกครั้งที่ไปตรวจคนไข้ที่ตึกศัลยกรรม เมื่อเห็นญาติคนไข้มานั่งนอนตามพื้นก็ยังจัดหาเก้าอี้มาเสริมเพื่อให้ทุกคนมีที่นั่งพักพิงในระหว่างเฝ้าคนไข้อีกด้วย

        ช่วงที่โควิด-๑๙ ระบาด คุณหมออดิสรณ์ได้รับแจ้งจากแม่บ้านทำความสะอาดว่าคนในครอบครัวแม่บ้านที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ๗ คน มีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ๖ คน ยกเว้นตัวเเม่บ้านคนเดียวที่ไม่มีอาการ จึงกันตัวแม่บ้านไว้และให้คนในครอบครัวของแม่บ้านตรวจ ATK ผลคือติดโควิดทุกคน คุณหมอคิดในใจถ้าให้แม่บ้านกลับไปอยู่กับครอบครัวคงต้องติดเชื้อโควิดแน่นอน ถ้าเช่าห้องพักให้และเกิดติดเชื้อขึ้นมาก็จะถูกเจ้าของว่าเอาได้ จึงตัดสินใจให้แม่บ้านพักอาศัยอยู่ด้วยพร้อมทั้งจัดซื้อเสื้อผ้า ดูแลอาหารครบ ๓ มื้อ และตรวจ ATK ให้ทุกวัน โดยให้ภรรยาที่ท้องแก่และลูกน้อยไปพักอาศัยอยู่บ้านพ่อตาที่กรุงเทพฯ อีกด้วย

            ได้พูดคุยและสัมผัสนิสัยใจคอ นพ.อดิสรณ์ สร้อยสุวรรณ แล้ว เกิดความรู้สึกว่าคุณหมอเป็นนายแพทย์ที่มีเมตตาธรรม และขออนุญาตเขียนถึงคุณหมอในโอกาสนี้.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!