เจ้าคณะอำเภอ สั่งปิด “ศรีสัตยา”

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พระครูพิพัฒน์วชิรปัญญาวุฒิ  เจ้าคณะอำเภอชะอำ พร้อมด้วย พระมหาวิชัย เตชธมฺโม เจ้าคณะตำบลเขาใหญ่ พระครูวชิรชลธาร รักษาการเจ้าคณะตำบลนายาง พระมหาจตุรภัทร จนฺทปญฺโญ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอชะอำ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ เดินทางไปที่สำนักสงฆ์ศรีสัตยา ต.เขาใหญ่อ.ชะอำจ.เพชรบุรี เพื่อตรวจสอบหลังได้รับการร้องเรียนว่ามีคณะบุคคลอ้างตนเป็นศิษย์สำนักสงฆ์ศรีสัตยา อาศัยความใจบุญของคนไทยเป็นช่องทางในการหลอกลวงออกเรี่ยไรตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ และในจังหวัดต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง

                ทั้งนี้การตรวจสอบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ว่าพบบุคคลออกเรี่ยไรโดยอ้างชื่อสำนักสงฆ์ศรีสัตยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ออกเรี่ยไรโดยวิธีใช้ซองทอดผ้าป่าสามัคคี อ้างว่าเพื่อสมทบทุนสร้างพระปางนาคปรก 9 เศียร ในเขตพื้นที่จึงดำเนินการเข้าตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว พบว่ามีหนังสือมอบอำนาจจากพระมนตรี เตชธโร เจ้าสำนักศรีสัตยา อ.ชะอำ มีลายเซ็นและตราประทับของสำนักสงฆ์ชัดเจนให้ออกมาเรี่ยไรดังกล่าว ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอวิเศษชัยชาญจึงทำบันทึกจับกุม ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

                นอกจากนี้ยังพบว่าก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนเรื่องการเรี่ยไรของสำนักสงฆ์ศรีสัตยาโดยผิดกฎหมายปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดียหลายครั้ง อาทิ ปี 2561 มีกลุ่มบุคคล 5 ราย ใช้ชื่อสำนักสงฆ์ศรีสัตยา เรี่ยไรทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนหล่อพระพุทธชินราช หน้าตักกว้าง 60 นิ้ว ในพื้นที่ จ.นครปฐม กรุงเทพฯ  จ.ชลบุรี และถูกจับกุมดำเนินคดีโทษปรับ, ปี 2562 – 2563ในพื้นที่ จ.นนทบุรี จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง พบมีการใช้ชื่อสำนักสงฆ์ศรีสัตยาเรี่ยไรทอดผ้าป่าสามัคคี อ้างว่าเพื่อสร้างหอระฆัง และทำบุญหล่อพระ ที่ จ.ตราด จ.อ่างทอง และออกเรี่ยไรอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ในภาคกลาง กระทั่งมีการร้องเรียนการถูกหลอกเรี่ยไรมากขึ้น เดือนกรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสอบถามพระมนตรี เตชธโร เจ้าสำนักสงฆ์ศรีสัตยา ได้รับการชี้แจงว่าถูกคนกลุ่มนี้ปลอมเอกสาร และตราประทับ ไปทำซองเรี่ยไรสร้างความเสื่อมเสียให้กับสำนักสงฆ์อย่างมาก แต่ไม่พบว่ามีการดำเนินการอย่างไร

                ด้านพระครูพิพัฒน์วชิรปัญญาวุฒิ  เจ้าคณะอำเภอชะอำ พร้อมด้วยพระสังฆาธิการ ได้สอบสวนพระมนตรี เตชธโร เจ้าสำนักสงฆ์ศรีสัตยา กระทั่งพระมนตรีให้การรับว่าลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจของวัด (ที่พักสงฆ์) ที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวนำออกเรี่ยไรตามสถานที่ ตามจังหวัดต่าง ๆ เป็นลายเซ็นของตนจริงตามหลักฐานที่ปรากฏจึงขอลาสิกขาบทต่อพระครูพิพัฒน์วชิรปัญญาวุฒิ เจ้าคณะอำเภอชะอำ พร้อมทั้งขอปิดสำนักสงฆ์ศรีสัตยาจะไม่มีการทำสังฆกรรมและจะไม่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่ในพื้นที่เด็ดขาดโดยมีเจ้าคณะพระสังฆาธิการ ผู้ใหญ่บ้าน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นพยาน เบื้องต้นพระครูพิพัฒน์วชิรปัญญาวุฒิ  เจ้าคณะอำเภอชะอำ ได้ทำการสึกพระมนตรี เตชธโร และแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.ชะอำ เพื่อให้ติดตามกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อสำนักสงฆ์ศรีสัตยาออกเรี่ยไรและสอบสวนว่านายมนตรี อดีตเจ้าสำนักสงฆ์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้หรือไม่ เพื่อดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชน ตามกฎหมายต่อไป.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!