เทศบาลเมืองเพชรบุรี จัดระเบียบทางเท้าในตลาดเพชรบุรี

เทศบาลเมืองเพชรบุรี จัดระเบียบทางเท้าในตลาดเพชรบุรี ให้ประชาชนมีที่เดินบนฟุตบาท สร้างสะพานเชื่อมวัดพลับ-ตลาดริมน้ำ จัดการจราจรเดินรถทางเดียว(One Way),แก้ปัญหารถติดในเขตเทศบาล

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 29 มิถุนายน ที่ห้องประชุมพระปรางค์ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองเพชรบุรี นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร ผวจ.เพชรบุรี เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือการพัฒนาเมืองเพชรบุรีและการจัดระเบียบการจราจรเดินรถทางเดียว (One Way), การจัดระเบียบสถานที่ขายของ, การหาที่จอดรถเพื่อลดความแออัด และการปรับปรุงภูมิทัศน์ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี โดยมีนายกิตติพงษ์ เทพพานิช นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.วันชัย ขาวรัมย์ ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี นายองครักษ์ ทองนิรมล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบุรี นายปริทัศน์ วรรณสิทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่ตัวแทนสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จ.เพชรบุรี ตัวแทนชุมชนซอยตลาดริมน้ำเพชรบุรี(ตลาดทรัพย์สิน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน

นายกิตติพงษ์ กล่าวว่าปัจจุบันเกิดปัญหาด้านการจราจรหลายพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี โดยเฉพาะ ถ.นอก หรือถนนข้างวัดมหาธาตุฯ ถ.ดำเนินเกษม และ ถ.ชีสระอินทร์ ต.คลองกระแชง ซึ่งสภาพถนนค่อนข้างแคบและมีแหล่งชุมชนหนาแน่น ทั้งยังมีวัด สถานศึกษา ร้านค้า และร้านอาหารต่าง ๆ มากมาย ช่วงเวลาเร่งด่วนจะมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์จอดอยู่ริมสองข้างทาง รวมถึงมีรถรับ-ส่งนักเรียนจำนวนมาก ส่งผลให้รถยนต์ จักรยานยนต์วิ่งสวนกันไปมาอย่างยากลำบาก เคลื่อนตัวได้ช้าทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก
“เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว เทศบาลเมืองเพชรบุรี ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี และ สภ.เมืองเพชรบุรี มีดำริที่จะกำหนดแนวทางจัดระเบียบการจราจรในฝั่งคลองกระแชง โดยจัดให้เดินรถทางเดียวหรือวันเวย์ (One Way) ในรูปแบบตัวแอล เริ่มจาก ๔ แยกโรงเรียนคงคาราม ด้านที่มุ่งตรงไปยัง ถ.นอก จนไปถึงสามแยกข้างวัดมหาธาตุวรวิหารฯ ให้รถทุกคันเลี้ยวซ้ายไปตาม ถ.ดำเนินเกษม และไปสิ้นสุดถนนวันเวย์ที่ 4 แยกเพชรนคร (แยกเชิงสะพานจอมเกล้าฯฝั่งตะวันตก) โดยห้ามรถทุกชนิดสวนทางเข้ามาอย่างเด็ดขาด แต่ ถ.ชีสระอินทร์ รถยังวิ่งสวนกันได้ รวมถึงจะมีการกำหนดวันจอดรถในแต่ละฝั่งถนนวันเวย์ด้วย ขั้นตอนต่อไปจะกำหนดวันทดลองบังคับใช้

และระหว่างการทดลองจะมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ ของเทศบาลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การจัดรูปแบบการจราจรเดินรถทางเดียวหลังจากทดลองแบบถาวรต่อไป
นายกิตติพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของตลาดเทศบาลเมืองเพชรบุรี ซึ่งมีปัญหาการจราจรทุกวัน โดยเฉพาะ ถ.สุรินทร์ฦๅไชย (ถนน 18 เมตร) ถ.พานิชเจริญ และ ถ.มาตยาวงษ์ ซึ่งอยู่ในฝั่งท่าราบ เขตเทศบาลเมืองฯ พบปัญหาหลายอย่าง อาทิ พ่อค้า แม่ค้าที่นำสินค้ามาจำหน่ายได้จอดรถทิ้งไว้ในช่องจอดรถเป็นเวลานานเกือบตลอดทั้งวัน ทำให้ประชาชนที่จะมาหาซื้อสินค้าหรือทำธุระในตลาดไม่มีที่จอดรถ รวมถึงมีพ่อค้าแม่ค้าวางสิ่งของที่นำมาขายบนทางเท้าอย่างไม่เป็นระเบียบ บางแห่งวางสินค้าเต็มพื้นที่ทางเท้า ผู้สัญจรไม่สามารถเดินบนทางเท้าได้ ต้องเลี่ยงลงไปเดินบนถนนซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุเป็นอย่างมาก
เทศบาลเมืองเพชรบุรี ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี สถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี ร่วมกันหาแนวทางการจัดระเบียบใหม่

โดยจะตีเส้นสีเหลืองบนทางเท้าเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการวางตั้งสิ่งของล้ำเส้นออกมา และจะจัดหาสถานที่จอดรถให้พ่อค้า-แม่ค้าที่นำรถมาจอดประจำเป็นเวลานาน เมื่อนำสินค้าลงในช่วงเช้าแล้ว ให้นำรถไปจอดที่วัดอุทัยโพธาราม และวัดธ่อเจริญธรรม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาด เพื่อให้โอกาสคนที่จะมาซื้อสินค้าได้มีที่จอดรถ รวมถึงไม่ให้รถเข็นและรถพ่วงข้างจอดขายสินค้าบนถนน โดยจะกำหนดจุดให้ขายเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย
นายกิตติพงษ์ยังอีกว่า ในส่วนของตลาดทรัพย์สินด้านตลาดริมแม่น้ำเพชรบุรี ฝั่งท่าราบ ปัจจุบันค่อนข้างซบเซา เพราะเมื่อคนหาที่จอดรถลำบาก ก็ไม่สามารถไปซื้อของในตลาดได้สะดวก ทำให้การค้าขายในตลาดซบเซามานานแล้ว เทศบาลเมืองฯได้เล็งเห็นความสำคัญที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของตลาดแห่งนี้ จึงมีดำริจัดทำแผนโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยจะก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเพชรบุรี จากฝั่งลานสุนทรภู่ วัดพลับพลาชัย (ฝั่งคลองกระแชง) เชื่อมต่อไปยังฝั่งตลาดทรัพย์สิน (ฝั่งท่าราบ) โดยทำเป็นสะพานเฉพาะในเดินข้ามเท่านั้น ห้ามรถทุกชนิดข้ามผ่านอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการข้ามมายังตลาดทรัพย์สินและไปยังฝั่งท่าราบ สามารถจอดรถที่ฝั่งคลองกระแชงหรือในวัดพลับพลาชัย แล้วเดินเท้าข้ามสะพานมายังฝั่งท่าราบได้

ก็จะทำให้ตลาดทรัพย์สินและย่านเมืองเก่ากลับมาคึกคักอีกครั้ง รวมถึงเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งฝั่ง ต.ท่าราบ และ ต.คลองกระแชง ได้เป็นอย่างดี
เดิมสะพานเดินข้ามแห่งนี้ได้กำหนดจุดปลายสะพานตรงศาลาริมน้ำที่ลานอนุสรณ์สถานสุนทรภู่ของวัดพลับพลาชัย แต่มีนักวิชาการท้วงติงว่าศาลาดังกล่าวเป็นศาลาประวัติศาสตร์ ในอดีตเคยเป็นท่าขึ้นเรือของพระมหากษัตริย์ในสมัยรัชกาลที่ 7 จึงปรับขยับจุดก่อสร้างสะพานออกไปไม่ให้ตรงกับศาลา โดยรูปแบบสะพานเป็นแบบคนเดินข้ามและมีขั้นบันไดทางขึ้นสะพาน ซึ่งจะทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านสัญจรได้ ตัวสะพานกว้าง 4 เมตร มีราวสะพานซึ่งจำลองมาจากสะพานช้าง (สะพานจอมเกล้า) ออกแบบลวดลายตามเอกลักษณ์ของเมืองเพชรบุรี ขณะนี้การออกแบบเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงรอผู้รับจ้างมาประมูลเท่านั้น.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!