เศรษฐศาสตร์ครัวเรือน

คำว่า เศรษฐศาสตร์ มาจากคำภาษากรีก oikonomia ซึ่งแปลว่า
การจัดการครัวเรือน oikos แปลว่าบ้านและ nomos แปลว่า จารีตประเพณีหรือกฎหมาย ซึ่งรวมกันหมายความว่ากฎเกณฑ์ของ
ครัวเรือน เศรษฐศาสตร์มุ่งศึกษาพฤติกรรมและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแสดงทางเศรษฐกิจและการทำงานของเศรษฐกิจ โดยสาขาของวิชาเศรษฐศาสตร์จะถูกจำแนกออกตามเนื้อหาเป็นสองสาขาใหญ่ ๆ คือ

          เศรษฐศาสตร์จุลภาควิเคราะห์องค์ประกอบหลักในระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งตัวแสดงและตลาดที่เป็นปัจเจกบุคคล การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และผลลัพธ์ของปฏิสัมพันธ์นั้น ตัวอย่างของตัวแสดงที่เป็นปัจเจกรวมถึงครัวเรือน ภาคธุรกิจ ผู้ซื้อ และผู้ขาย

          เศรษฐศาสตร์มหภาควิเคราะห์เศรษฐกิจในภาพรวม หมายถึง
การผลิตมวลรวม การบริโภค การออม และการลงทุน และปัญหาที่กระทบมัน รวมทั้งการไม่ได้ใช้ของทรัพยากรต่าง ๆ แรงงาน, ทุน, และที่ดิน เงินเฟ้อ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และนโยบายสาธารณะที่จัดการปัญหาเหล่านั้น การเงิน การคลัง และนโยบายอื่น ๆ เศรษฐศาสตร์จะให้ความสนใจกับตัวแปรที่สามารถวัดค่าได้เท่านั้น

          ในสังคมของมนุษย์ครอบครัวเป็นกลุ่มทางสังคมของผู้คนที่เกี่ยวข้องกันโดยความสัมพันธ์ทางสายเลือด (จากการให้กำเนิด) หรือโดยความสัมพันธ์ทางกฎหมายระบุ เช่นจากการสมรสหรืออื่น ๆ
เป้าหมายของการมีครอบครัวนั้นเพื่อเป็นการคงไว้ซึ่งความเป็นอยู่
ที่ดีของสมาชิกและของสังคม ในเชิงอุดมคติแล้ว ครอบครัวเป็นผู้มอบความมั่นคง โครงสร้าง และความปลอดภัยให้แก่สมาชิก เพื่อที่สมาชิกได้เติบโตและมีส่วนร่วมในสังคม ในสังคมส่วนใหญ่ เด็ก ๆ ได้รับความสามารถในการเข้าสังคมจากครอบครัว เพื่อใช้ในชีวิตจริงนอกครอบครัว

          การศึกษา ในความหมายทั่วไปอย่างกว้างที่สุด เป็นวิธีการ
ส่งผ่านจุดมุ่งหมายและธรรมเนียมประเพณีให้ดำรงอยู่จากรุ่นหนึ่ง
สู่อีกรุ่นหนึ่ง โดยทั่วไป การศึกษาเกิดขึ้นผ่านประสบการณ์ใด ๆ ซึ่งมีผลกระทบเชิงพัฒนาต่อวิธีที่คนคนหนึ่งจะคิด รู้สึกหรือกระทำ แต่ในความหมายเทคนิคอย่างแคบ การศึกษาเป็นกระบวนการอย่างเป็นทางการซึ่งสังคมส่งผ่านความรู้ ทักษะ จารีตประเพณีและค่านิยมที่สั่งสมมาจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง นั่นคือ การสอนในสถานศึกษา

          การปลูกฝังวิถีชีวิตในทางเศรษฐศาสตร์ของครอบครัว และสถานศึกษา ในเชิงทฤษฎีที่กล่าวข้างต้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
แต่ดูเหมือนว่า หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสำคัญอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะเศรษฐศาสตร์
ครัวเรือน เราจึงได้รับข่าวสารเชิงเศรษฐกิจ เช่นการเป็นหนี้ที่ไม่ก่อรายได้
สินค้าบางอย่างราคาแพง เช่นผักชี มะนาว ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็น
สิ่งบ่งบอกว่าผลผลิตจากการศึกษาของเรา ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น เรื่อง อุปสงค์ อุปทาน หรือการเลือกใช้สินค้าเพื่ออุปโภค บริโภคที่เหมาะสม

                ได้แต่หวังว่าหลักสูตรอิงสมรรถนะที่จะใช้กันต่อไปนี้ สถานศึกษาคงจะให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐศาสตร์กันตามที่ควรจะเป็นในโลกของทุนนิยมที่เรามิอาจหลีกเลี่ยงได้

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!