กรณีบุกรุกที่ดินป่าสงวนยางหัก-เขาปุ้ม อ.บ้านลาด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่  2 ธันวาคม 64  นายมเหสักข์ พันธ์สง่า ผอ.กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค นายพิเชษฐ์ ทองศรีนุ่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ, นายเทวา จุฬารี ผู้ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 7 และเจ้าหน้าที่ส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ กองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านลาด  สำนักงานที่ดินเพชรบุรี และนายบุญเกื้อ เจี้ยมดี ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี, นายไพฤทธิ์ ตรัยรัตนสถิตย์ ปลัด อบต.หนองกระปุ ปฏิบัติหน้าที่แทน นายก อบต.หนองกระปุ, ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงหลังจากได้รับการร้องเรียนจากนายสุวรรณ หว่างจิตร อดีตนายก อบต.หนองกระปุ ว่ามีนายทุนบุกรุกที่ดินป่าสงวนยางหัก-เขาปุ้ม ต.หนองกะปุ อ.บ้านลาด

                นายมเหสักข์ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม สรุปรายละเอียดข้อเท็จจริง ณ อบต.หนองกะปุ อ.บ้านลาด จากนั้นได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางหัก-เขาปุ้มโดยเดินดูพื้นที่พร้อมกับเจ้าของที่ครอบครองที่ดิน สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ และใช้โดรนบินสำรวจ ควบคู่กับการจับพิกัดดาวเทียม โดยใช้เวลาการตรวจสอบนานกว่า 3 ชั่วโมง

                นายสุวรรณ เปิดเผยว่าเมื่อประมาณปี 2561 มีเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงเทพนำเอกสารของ สำนักงานที่ดินอำเภอบ้านลาด พร้อมแผนผังที่ดิน นส.3 จำนวน 10 แปลงมาแสดง ปรากฏว่าเมื่อมีการสอบถามที่ตั้งของที่ดิน เจ้าหน้าที่ระบุว่าอยู่ด้านตะวันตกของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อมีการตรวจพื้นที่ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติยางหัก-เขาปุ้ม จึงนำเอกสารประกาศของ ที่ดิน อ.บ้านลาด มอบให้กับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ แจ้งจังหวัดเพชรบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อมามีเจ้าหน้าที่หลายส่วน ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ฝ่ายปกครอง สำนักงานที่ดิน ร่วมลงพื้นที่และสรุปว่าที่ดินดังกล่าวน่าจะอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติยางหัก-เขาปุ้ม มีการจัดทำบันทึกและลงประจำวัน และเมื่อปี 2562 กรมอุทยานฯ ได้มีความเห็นถึง จ.เพชรบุรีว่าที่ดินทั้ง 10 แปลงออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ดำเนินการเพิกถอน และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการของจังหวัดเพชรบุรี สอบถามไปหลายรอบก็ไม่ได้รับความคืบหน้า ตนจึงยื่นเรื่องให้ DSI มาดำเนินการตรวจสอบ

                ด้านนายมเหสักข์ กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายสุวรรณ ให้ตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินบริเวณ ต.หนองกะปุ อ.บ้านลาด ว่ามีการออกเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย หรือที่ดินดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ายางหัก-เขาปุ้มหรือไม่ จึงสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบ โดยลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยครั้งนี้ ได้ประสานทุกหน่วยงานพร้อมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวร่วมบูรณาการเข้าตรวจสอบพร้อมกัน โดยได้นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แบบความละเอียดถูกต้องทางตำแหน่งสูง บินสำรวจและจัดทำแผนที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่มีการออกเอกสารสิทธิในเขตป่าสงวนฯ เนื้อที่ประมาณ 365 ไร่ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางหัก-เขาปุ้มจริง และตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง ไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์แต่อย่างใดดังนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สืบสวนและเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องที่มีชื่อครอบครองที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว ให้มาแสดงหลักฐานการถือครอง ซึ่งหากการสืบสวนทำให้ทราบข้อเท็จจริงแน่ชัดว่าการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ในที่ดินทั้ง 10 แปลง เป็นการออกโดยอาศัยแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ของที่ดินแปลงอื่น คณะพนักงานสืบสวนจะเสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไปยังกรมที่ดินเพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าวทั้งหมด

                ทั้งนี้กรณีดังกล่าวอาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศพระราชบัญญัติการสอบสวนพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและประมวลเรื่องเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่ามีเหตุและมีเงื่อนไขที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ต่อไป.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!