ก้างขวางคอ

สำนวน ก้างขวางคอ อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ท่านเคยเขียนอธิบายสำนวนนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว ในหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ปีที่ 33 ฉบับที่ 773 วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ครั้งนี้ผมขอจะเขียนตามรอยท่านไป เพราะยึดคติว่าเดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด แต่ก็พยายามจะหาเรื่องราวอื่น ๆ มาแต่งเติมตามบริบทใหม่ที่เปลี่ยนไป

             สำนวน ก้างขวางคอ อธิบายโดยแยกศัพท์ออกเป็น ก้าง คือชิ้นส่วนแข็งที่ประกอบเป็นโครงร่างของปลา ขวาง คือ สกัดกั้น คอ คือ อวัยวะของร่างกายที่ต่อศีรษะกับหัว ความหมายของสำนวนนี้ คือคนที่คอยขัดขวางหรือกันท่าไม่ให้ผู้อื่นทำสิ่งหนึ่งได้อย่างสะดวก

             อาจารย์ล้อม อธิบายว่า จะใช้อย่างสั้น ๆ ว่า “ขวางคอ” ก็ได้ เช่นในนิราศเมืองเพชรของสุนทรภู่ ความว่า “เป็นคราวเคราะห์เพราะนางนวลมากวนใจ จึงทำให้หมองหมางเพราะขวางคอ

             คำว่า ขวาง มีความหมายประจำรูปคำตามที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2551 นิยามว่าเป็นคำกริยา หมายถึง กีดกั้น สกัด

             ความหมายโดยทั่วไปอาจจะนำไปใช้ในทำนองว่าทำให้ไม่สะดวก หรือไปไม่สะดวก เช่น มีกิ่งไม้ขวางทางอยู่ มีคนเดินขวางอยู่ บางทีก็ใช้ว่า ขวางเชิง

             หรือถ้าจะใช้ในบริบทว่าทำอะไรไม่เข้าพวกฝูง สวนทางกับที่คนปรกติเข้าทำกัน หรือ แปลกออกไป เช่น เขาเป็นคนขวาง ๆ หรือ คนขวางโลก

             ถ้าจะใช้ในบริบทว่ารู้สึกขัดอกขัดใจ หรือทำให้รำคาญใจ ก็จะใช้ว่า ขวางหูขวางตา

             คำว่า ขวาง ยังเอาไปสร้างร่วมกับคำอื่น ๆ ได้ เช่น ขัดขวางกว้างขวาง แต่คำว่า ขวาง นี้หากรวมกับคำว่า กว้าง เป็นกว้างขวางในที่นี้ ขวาง จะมีความหมายต่างไปจากเดิมได้ความหมายใหม่ว่า แผ่ออกไปมาก

             ขวาง ยังเอาไปตั้งเป็นชื่อภูมินามก็พบได้หลายแห่งที่คุ้นหูก็เช่น นาขวาง คลองขวาง บางขวาง รวมถึงลักษณะเฉพาะการปลูกเรือนของชาวมอญตามตลิ่งที่นิยมปลูกเรือนเอาด้านขื่อขวางแม่น้ำ ทำให้ถูกเรียกว่า มอญขวาง

             หรือจะนำไปใช้เป็นสำนวนไทย เช่น ก้างขวางคอ และ จระเข้ขวางคลอง

             เหตุที่ยกสำนวนก้างขวางคอมาอธิบาย เป็นความสืบเนื่องมาจากที่ .ว. มีมติโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไปเสียก่อนไก่โห่ ดูทิศทางของ ส.ว. แล้วคงทำตัวเป็นก้างคอยขวางกระแสมวลชนคนรุ่นใหม่นำทัพโดย นายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า หลานชายอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร่วมกันแถลงในฐานะตัวแทนผู้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนต่อรัฐสภาที่กำลังโถมเข้าใส่ เพื่อตัดกำลังข้าศึกรุ่นใหญ่ให้ตายไปทีละน้อย ๆ

             หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 “แม่ลูกจันทร์” สรุปสั้น ๆ ว่า

             “เมื่อไม่มี ส.ว. ลากตั้ง เป็นก้างขวางคอ การแก้ไขรัฐธรรมนูญง่ายขึ้นกว่าเดิม”

             แต่ที่ไม่ง่ายก็เพราะ ส.ว. คงไม่ทุบหม้อตัวเอง แล้วรอลุ้นไปตายเอาดาบหน้าหรอก เพราะอยู่ตรงนี้มีแต่ได้กับได้ ถ้าไม่มี ส.ว. ก็เท่ากับเป็นการตัดอำนาจการเมืองในระบอบประยุทธ์ ที่คอยเอื้ออำนาจหรือประโยชน์ให้กับพวกพ้องเดียวกัน ซึ่ง ส.ว. ก็คงได้ประโยชน์เช่นนั้นกัน อย่างน้อยก็ทำให้คนนอกสภารู้ดีว่า ส.ว. ลากตั้ง 250 คน นี้ไม่ได้มาจากประชาชนแต่ใช้ภาษีประชาชน ที่มาจากการแต่งตั้งของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อหวังสืบทอดอำนาจตัวเอง

             ดังนั้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จึงมีประเด็นหนึ่งที่ขัดหูขัดตา ส.ว. คือ ยกเลิกวุฒิสภาให้เหลือสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนสภาเดียว นี่ไงคือเหตุผลที่ ส.ว. คอยทำตัวเป็นก้างขวางคอ อย่างที่แม่ลูกจันทร์นำเสนอ

             ปรกติแล้ว ก้างขวางคอ มักจะสร้างความทุกข์ให้กับเจ้าตัวมากกว่าคนอื่น เพราะก้างที่ขวางอยู่นั้นทำให้ระคายเคืองลำคอ จะกินจะกลืนอะไรก็ลำบาก โบราณมีเคล็ดแก้ไขให้ก้างหลุดหลายวิธี เช่น ให้เอาตีนแมวลูบคอทางลง 3 ครั้ง ขณะลูบให้กลั้นใจด้วย บางตำราให้ตามหาคนที่รกพันคอตอนเกิด แล้วใช้เท้าคนนั้นลูบคอทางลง 3 ครั้ง สองอย่างนี้ส่วนตัวคิดว่าหายากโดยเฉพาะต้องตามจับแมวและตามหาคนที่รกพันคอตอนเกิด

             ผมจึงเลือกใช้วิธีกลืนข้าวสุกปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าหัวแม่มือ
แล้วสำทับด้วยคาถาที่ ย่าจ่าง บุญประเสริฐ ให้ไว้ว่า “พญานกออกบินไปบอกพญากาน้ำ ว่าหินหักคาถ้ำ ถอยออก ถอยออก” คาถานี้ชะงัดดีจริงลองเอาไปใช้ดู

             เว้นแต่ พวก ส.ว. ที่ทำตัวเป็นก้างขวางคอ คอยกันท่าไม่ให้ใครแตะต้องรัฐธรรมนูญ ปี 2560 นี้แก้ด้วยคาถาของย่าไม่ได้ มีแต่จะต้องถอยออกห่าง ๆ ดังโคลงสุภาษิตประจำภาพ ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ความว่า

                 คนโกงโกงยิ่งไม้               โกงกาง

          โกงกิ่งแก่นถากถาง              ดัดได้

          โกงคนคิดคดขวาง               ดัดยาก

          เห็นว่าโกงอย่าใกล้              หลบให้ไกลโกง

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!