ข้าวเม่าสุนทรภู่ที่เพชรบุรี

ต้องย้ำกันบ่อย ๆ จังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก เมืองที่ 49 (City of Gastronomy) พ.ศ.2564

          ระหว่างเดือนธันวาคม-เดือนมกราคมต่อเนื่องกุมภาพันธ์เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปี คนโบราณเรียกว่าเป็นช่วงนี้ว่า “ข้าวใหม่ปลามัน”

          ผมอ่านนิราศเมืองเพชรของสุนทรภู่ กวีเอกของโลก ทำให้ทราบว่า “สุนทรภู่” ก็มีความ Gastronomy สร้างสรรค์ด้านอาหารที่เมืองเพชรด้วยท่านกล่าวถึงขนมหวานชนิดเพียงเดียวแต่เสียวกันทั้งเมือง (แปลกใจเหมือนกันว่าทำไม “สุนทรภู่” มิได้กล่าวถึง ขนมหม้อแกง ทองหยิบ ทองหยอด หรือขนมเหล่านี้ในครั้งกระโน้นมิได้ทำกินเป็นการทั่วไป) “สุนทรภู่” กล่าวถึง
ข้าวเม่าน้ำกะทิและข้าวเม่าเคล้าน้ำตาล “สุนทรภู่” ได้กินข้าวเม่าเคล้าน้ำตาล (โตนด) ประการสำคัญที่ทำให้เสียวซ่านไปทั้งเมืองเพชรก็คือ “สุนทรภู่” กับสาว ๆ ชาวเมืองเพชรช่วยกันขยำคั้นน้ำกะทิข้าวเม่า สนุกเลย ดังกลอนว่า

               “โอ้คิดถึงพึ่งบุญท่านขุนแพ่ง

          ไปหน้าแล้งเลี้ยงแขกแรกวสันต์

          ตำข้าวเม่าเคล้าน้ำตาลทั้งหวานมัน

          ได้ช่วยกันคั้นขยำน้ำกะทิ”

          ย้อนไปในอดีตราว 40-50 ปี ข้าวเม่าที่วางขายในตลาดเพชรบุรีเป็นข้าวเม่าจากบ้านทุ่งลมและบ้านชุมชนไร่ขิง ซอยเจตน์จำลองหลังวิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี โดยเฉพาะตระกูลผ่องใส ขายข้าวเม่าในตลาดเมืองเพชรมาถึงสองรุ่น

          นายเสน่ห์-นางพินิจ ผ่องใส พ่อค้าขายข้าวเม่าสดข้าวเม่าราง หลังธนาคารกรุงเทพฯ เขตตำบลท่าราบ เพชรบุรี บอกกับผมว่า “สมัยรุ่นพ่อแม่ตื่นแต่ตีหนึ่งตีสองตำข้าวเม่ากันราว 10 หลังคาเรือน ถึงเช้ามืดใส่หาบเข่งมาขายในตลาด ข้าวเม่าใหม่สดทุกวัน ข้าวเม่าใช้ข้าวหอมมะลิหรือข้าวพันธุ์นางมนนิ่ม ซื้อมาจากท่าแร้ง 40-50 ปีมานี้ข้าวเม่าเมืองเพชรไม่ได้ตำเอง ซื้อข้าวเม่ามาจากราชบุรี ปัจจุบันข้าวเม่าที่ขายมาจากสุพรรณบุรี”

          สำหรับเมืองเพชรยังตำข้าวเม่าอยู่ในกลุ่มพี่น้องลาวโซ่งหรือไทดำเท่านั้น

          “สุนทรภู่” มาเมืองเพชรคงได้กินอาหารหลากหลายทว่าท่านบันทึกไว้แต่ข้าวเม่าเท่านั้น

          ส่วนอาหารคาว “สุนทรภู่” กล่าวถึงไว้มากกว่าเมืองเพชรคืออาหารเมืองสุพรรณบ้านเกิด ดร.ถนัด ยันต์ทอง เพื่อนเกลอของผม โคลงนิราศสุพรรณ “สุนทรภู่” ออกปากชมแกงบอนเมืองสุพรรณอร่อยแท้
          นิราศเมืองสุพรรณ-กรมศิลปากร พ.ศ. 2510

               “ชุมนักผักตบซ้อน         บอนแซง

          บอนสุพรรณหั่นแกง           อร่อยแท้

          บอนบางกอกดอกแสลง      เหลือแหล่ แม่เอย

          บอนปากยากจแก้              ไม่สริ้นลิ้นบอน ฯ”

                เทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2565 นี้ ขอพรสุนทรภู่” ให้พบแต่ของอร่อยถูกปากถูกใจ ถ้าอยากอร่อยตามรอยสุนทรภู่ ก็มาชิมข้าวเม่า น้ำกะทิ/ข้าวเม่าเคล้าน้ำตาลโตนด มรดกทางวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่นเมืองเพชรบุรี แต่ถ้าไปเมืองสุพรรณบ้านเกลอของผม “แกงบอนอร่อยแท้” จัดไปครับ.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!