ติดคุกดีกว่าหนีใช้หนี้กรรม รับโทษคนเมืองเพชรรับได้

แกนนำ กปปส. ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยู่ทั้งหมด 5 คน ได้รับการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นสภาพการเป็นผู้แทนราษฎร จากผลที่เป็นผู้นำการประท้วงขับไล่นายกยิ่งลักษณ์และจากเหตุต้องคำพิพากษาศาลอาญาจำคุกในคดีชุมนุม กปปส. ปี 2557 ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) บัญญัติว่า สมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลงเมื่อมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 98(4) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง คือ อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และมาตรา 98(6) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาล ซึ่งการที่รัฐธรรมนูญกำหนด เนื่องจาก ส.ส.ทำหน้าที่นิติบัญญัติ จึงต้องได้รับการกลั่นกรองคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีการกระทำผิดมัวหมอง อีกทั้งมาตรา 96 และ 98 บัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นได้ ทั้งหมดจึงสิ้นสุดสภาพ ส.ส. และรอผลต่อไปที่ศาลฎีกาจะพิพากษาตามศาลอาญาหรือไม่ ทุกคนต้องพร้อมยอมรับต่อสิ่งที่ตนเองกระทำและเชื่อมั่นในระบบศาลยุติธรรมของประเทศไทยที่ไม่ เข้าข้างฝ่ายใด แม้ทั้งหมดจะเป็นผู้แทนฝ่ายรัฐบาลก็ตาม

ส่วนคดีการฆ่าเสือดำมาทำอาหารของผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการก่อสร้าง คำพิพากษาศาลฎีกา มีดังนี้ ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น และไม่มีเหตุต่อการรอการลงโทษ แต่ต่อมาได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า แก้ไขเพิ่มเติม ปี พ.ศ. 2562 ฎีกายกเฉพาะข้อหาร่วมกันรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่า ตามพระราช-บัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 มาตรา 55 แต่ยังมีความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าไว้ในครอบครอง พิพากษาสั่งจำคุกนายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน
จำคุกนายยง โดดเครือ จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี 17 เดือน และสั่งจำคุกนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 2 ปี 21 เดือน ไม่รอลงอาญา ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นตัน และศาลอุทธรณ์ แต่ให้ปรับแก้ไขดอกเบี้ยให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่ ผลการพิพากษาให้จำคุกมหาเศรษฐี ของเมืองไทย แสดงให้เห็นความเที่ยงตรงของศาลและกระบวนการยุติธรรมของไทยที่ลงโทษผู้กระทำผิดไม่ละเว้น คนทำผิด ต้องได้รับโทษไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือเป็นเศรษฐี

คนที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุดในคดีเสือดำคือ นายวิเชียร ชิณวงษ์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
ผู้จับกุมมหาเศรษฐี และปฏิเสธการรับสินบนจะคดีมาสิ้นสุด ด้วยการลงโทษจำคุก แสดงให้เห็นถึงคนดีทำหน้าที่ในสังคมยังมีอยู่มาก กล้าหาญและไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานอย่างซื่อสัตย์และซื่อตรง ในทางตรงข้ามกันคนที่ควรได้รับการยกย่องและแสดงวุฒิภาวะมากที่สุดคือ นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยผู้ยิ่งใหญ่ สู้คดีตามกฎหมาย
และยอมรับผลทางคดีติดคุกตามโทษานุโทษ ไม่หลบหนี ไม่ทิ้งลูกน้องที่รวมกระทำผิด ทั้งที่ร่ำรวยมหาศาลสามารถหนีคดีไปต่างประเทศเหมือน ๆ กับบรรดาเศรษฐีและนักการเมือง
ผู้ร่ำรวยทั้งหลายเมื่อศาลพิพากษาว่ากระทำผิด ก็มักจะหลบหนีก่อนที่จะมีการตัดสินในศาลฎีกา แต่นายเปรมชัย ยอมติดคุกชดใช้หนี้กรรม สักวันก็จะได้ออกสู่สังคมเหมือนกับคนดัง ๆ
จำนวนมากที่มีประวัติติดคุกในคดีต่าง ๆ แล้วก็ออกมาสู่สังคมอีกครั้ง

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง มีหนี้ก็ต้องชดใช้มีคดีก็ต้องรับได้ หนีคดีที่ศาลตัดสินโทษไปชั่วชีวิต หนีไปต่างประเทศไปเสวยสุข หนีไปทั้งชีวิตมีความสุขจริงหรือ หนีคดีได้แต่หนีกรรมไปไม่พ้น หนีคดีก็ต้องหนีทุกคนที่รักและรู้จักเรา หนีคดีไม่ใช่แค่หนีอาญาแผ่นดินยังหนีตัวเอง ที่คิดเช่นนั้น คนหนีคดีไปต่างประเทศหลบ ๆ ซ่อน ๆ ใช้ชีวิต อยู่แต่ในแหล่งกบดานนั่นหรือคือความสุขคนหนีคดีไป ต่างประเทศยังมีหน้าออกสื่อไม่ยอมรับความผิด คิดไปเองว่าคนรักและศรัทธาไม่คิดว่ากรรมยังไม่ส่งผล คิดหรือว่ากรรมจะตามไม่ทัน ทำผิดยอมรับผิด ทำผิดชดใช้กรรม ทำผิดติดคุกแล้วออกมาสู่สังคม คนเมืองเพชรยอมรับได้ กับคนผิดที่ยอมรับโทษ คนเมืองเพชรให้อภัยได้กับสิ่งที่ผ่านไปแล้วคนเมืองเพชรยินดีต้อนรับคนที่รับผิดแล้วรับโทษติดคุกยังมีวันออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ หนีคดีเหมือนกับติดคุกไปตลอดชีวิตแม้จะมีอิสรภาพอยู่ภายนอก ขอยกย่องคนที่ทำผิดแล้วยอมรับผิดและรอต้อนรับการกลับสู่สังคมของท่านเมื่อใช้ความผิดนั้นแล้ว เป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคมไทยและคนเมืองเพชร.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!