นายกฯ บางตะบูน นำชาวประมงเล็กค้าน “ประมงอำเภอบ้านแหลม”

จากกรณีเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายชัยยศ สงวนทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำบลบางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี นำผู้ประกอบการอาชีพเรือประมงขนาดเล็กในพื้นที่ ต.บางตะบูน เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายภูวนัย ชัยศรี ประมงอำเภอบ้านแหลม และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านกรณีที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรีมีนโยบายจัดพื้นที่ให้ทำการเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่เพิ่มเติมในพื้นที่อ่าวบางตะบูน อ.บ้านแหลม เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลทำต่อผู้ประกอบอาชีพเรือประมงขนาดเล็กได้รับความเดือดร้อนจากการทำประมง

                ต่อมาเวลา 13.30 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน นายประพันธ์ ลีปายะคุณ ผู้ตรวจราชการกรมประมง ได้เชิญผู้ประกอบการอาชีพเรือประมงขนาดเล็กในพื้นที่ ต.บางตะบูน, ต.บ้านแหลม และ ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม กว่า 100 คน มาร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นกรณีดังกล่าว โดยมีนางสุนีย์รัตน์ ภู่ขำ นายอำเภอบ้านเเหลม นายสมบุญ ธัญญาผล ประมงจังหวัดเพชรบุรี นายภูวนัย ชัยศรี ประมงอำเภอบ้านแหลม นาวาเอก จีระ มิตรดี รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดเพชรบุรี และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมชี้แจง ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอบ้านแหลม จ.เพชรบุรี โดยนายชัยยศเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

                นายชัยยศกล่าวว่า ชาวประมงเรือขนาดเล็กในพื้นที่ ต.บ้านแหลม ต.บางตะบูน รวมถึง ต.บางขุนไทร มีวิถีชีวิตดั้งเดิมประกอบอาชีพประมงเป็นหลักมานานก่อนหน้าที่จะมีนายทุนเข้าไปขออนุญาตเพาะเลี้ยงหอยในพื้นที่อ่าวบางตะบูน การที่สำนักงานประมงอำเภอบ้านแหลมประกาศให้ผู้ประสงค์จะทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภทการเพาะเลี้ยงหอยทะเลมายื่นคำขอรับใบอนุญาต โดยปีนี้มีการจัดพื้นที่ให้ทำการเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ในพื้นที่อ่าวบางตะบูนเพิ่มเติมอีก 10,000 ไร่ และมีผู้มายื่นคำขอที่สำนักงานประมงอำเภอบ้านแหลม จำนวน 113 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการออกใบอนุญาตนั้น หากมีการอนุญาตจะทำให้ผู้ประกอบการอาชีพเรือประมงขนาดเล็กได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะไม่มีพื้นที่ในการปล่อยอวนปู อวนกุ้ง และการจับสัตว์น้ำอื่น ๆ เพราะเมื่อนายทุนเข้าไปจับจองพื้นที่แล้วจะห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการอาชีพเรือประมงขนาดเล็กเข้าไปจับสัตว์น้ำในพื้นที่ ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนให้แก่ชาวประมงในพื้นที่หลายร้อยครัวเรือน จึงขอให้พิจารณายกเลิกการจัดพื้นที่ทำการเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ในพื้นที่อ่าวบางตะบูน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอาชีพเรือประมงขนาดเล็กได้มีอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว รวมถึงเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั่งเดิมของชาวประมงให้คงอยู่ต่อไป

                นายประพันธ์ กล่าวชี้แจงว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวได้มีการจัดทำประชาคม และคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดเพชรบุรีได้ประกาศให้เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงหอยทะเลเมื่อปี 2560 ในจำนวนเนื้อที่ประมาณ 28,000 ไร่ ได้มีการอนุญาตให้มีการเพาะเลี้ยงหอยทะเลไปแล้ว 18,000 ไร่ และปี 2564 ประมงจังหวัดเพชรบุรีประกาศให้ผู้มีความประสงค์มายื่นขอเพาะเลี้ยงหอยเพิ่มเติมในพื้นที่ว่างที่เหลืออยู่ประมาณ 10,000 ไร่ ก็เพื่อที่จะส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกฎหมายได้ระบุไว้ว่าการอนุญาตจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชนที่ทำกินในบริเวณพื้นที่ขออนุญาต แต่เมื่อประกาศแล้วเกิดผลกระทบต่อพื้นที่ทำมาหากินของชาวประมงพื้นบ้าน กรมประมงจะยกเลิกคำสั่งดังกล่าวและจะแจ้งให้ผู้มีความประสงค์จะขออนุญาตเลี้ยงหอยทะเลให้ทราบต่อไป.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!